กล่องความทรงจำ
เมื่อวันศุกร์เราเก็บของกลับบ้านโดยมีพี่ชายที่แสนน่ารักเป็นคนไปรับถึงหอพัก กว่าจะถึงบ้านก็เย็นมากแล้ว
พอเราถึงบ้านก็เดินลงไปกอดผู้ปกครองด้วยความคิดถึง
โดยเฉพาะเราที่ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเดือนๆ

ด้วยความที่พ่อกับแม่และพี่คนอื่นๆตั้งใจจะไปกินข้าวข้างนอกกันเมื่อคืนเรากับพี่ชายเลยไม่ได้ขนของลงจากรถ
เรานั่งรถพ่อแม่ไป เพราะมีขนาดใหญ่พอจุดคนได้ประมาณ7-8คน

ด้วยความที่เมื่อคืนเรามีความสุขกันมากเรากับพี่ชายเลยไม่ขนของลงจากรถ
เราใช้เวลาทั้งคืนกับครอบครัวอย่างคุ้มค่า
แน่นอนมันมีคุณค่ามากเพราะเราทั้งครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมานานแล้ว

'ที่มหาลัยเป็นยังไงบ้าง'
พ่อเอ่ยถามเราระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งดูทีวี

'ก็ดีค่ะ ช่วงนี้งานเยอะมาก'
'เหนื่อยมั้ยครับคุณประภา'พ่อเรียกเราแบบนี้และมันคือสัญญาณที่ว่าเขารู้แหละว่าเราเหนื่อยมากแค่ไหน

'เหนื่อยค่ะ เหนื่อยมากๆเลย'เราโผล่เข้ากอดพ่อคนตัวอวบผู้ชายในร่างหมีที่มีค่าที่สุดในชีวิตเรา
ทุกคนในบ้านต่างพร้อมใจกันเข้ามาโอบกอดเราในอ้อมกอดของพ่อ
เราที่อยู่ในชุดนักศึกษากำลังปล่อยโฮออกมาเพราะความสบายใจ
ที่ตรงนั้นที่เราอยู่เมื่อคืนเป็นที่ที่สบายใจและอุ่นใจที่สุด เราถูกคนโอ๋เหมือนเด็กอายุ18ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยและต้องการกำลังใจแต่ต่างกันตรงที่เราอายุ21 กำลังจะจบปี4

พี่ๆและแม่ของเราค่อยๆคลายกอดออกไปและทุกคนต่างเช็ดน้ำตากัน
ตอนนี้ก็คงมีแค่เราที่ยังคงกอดพ่อเอาไว้และงอแงเหมือนเด็กกลัวไดโนเสาร์

พี่เองก็ใช้มือปาดน้ำตาไม่ต่างจากคนอื่น
พ่อของเราเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งมาก ปกติพ่อจะขี้บ่นมากกว่าพ่อเป็นเพื่อนลูกสาวคนนี้ได้ดีมากๆถึงเขาจะเป็นผู้ชายแต่ก็สามารถเลือกลิปและบลัชออนได้เข้ากับเรามากๆเลยทีเดียว

'เด็กน้อย โตมากแล้วนะเป็นสาวแล้วใครๆก็ชมว่าหนูสวยขึ้นแม่เลี้ยงลูกได้น่ารักขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย'
พอเราเอาน้ำตาและน้ำมูกเช็ดที่เสื้อพ่อจนแห้งก็โผล่ออกมาจากพุงน้อยๆของพ่อพร้อมกับตาที่แดง

'พี่ก็ใจหายนะเนี่ย อยู่ไม่กี่เดือนน้องสาวคนเล็กจะต้องไกลบ้านแล้ว'พี่ชายคนโตเสริม
'นั้นน่ะสิ ไม่รู้จะแกล้งใครเลย'พี่สาวของเราที่ชอบแกล้งมากๆ
'มีคนนึงน่ะสิ ไม่รู้จะต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มเดือนละเท่าไหร่'แม่หันไปมองพี่ชายคนกลางของเราที่นั่งเงียบมาสักพักแล้ว
ครั้งนี้ตาของเขาแดง แดงพอๆกับเราเลยแหละ
เพราะเรากับพี่ไม่เคยห่างกันเลยแม้แต่ตอนเรียนมหาลัยถึงจะเรียนคนละที่แต่ก็ได้เจอกันเกือบทุกวัน

'คงต้องขอแม่เพิ่มแน่เลย'พี่ชายของเราพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
ทุกคนในบ้านต่างพากันหัวเราะชอบใจในสิ่งที่พี่ชายคนกลางพูดรวมถึงเราด้วย

ถึงตอนนี้เราจะยังอยู่ใกล้พี่ชายแต่ยังไงสักวันเราสองคนก็ต้องต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองแต่นี่ครอบครัวไม่ว่าจะห่างกันไปไกลแค่ไหนสุดท้ายเราก็ได้กลับมาเจอกันอยู่ดี

วันนี้เราตื่นเช้ามาก
เพราะเราอยากเก็บของให้เสร็จ วันนี้เรามีแพลนจะออกไปข้างนอกกันในฉบับวันหยุดเหมือนทุกๆบ้าน แต่ของบ้านเราจะออกตอนเย็นแล้วกลับตอนดึก

เราตื่นเช้ามาพร้อมชุดนอนลายหมีตัวโปรดประจำบ้าน
พร้อมกับไปปลุกพี่ชายสุดที่รักเจ้าของรถมาด้วย
เราสองคนตั้งใจเก็บของลงจากรถ ถึงแม้ของทั้งหมดจะมีแต่ของเราก็เถอะ

พี่ชายของเราขยันจนน่าตกใจ เขาหยิบนู่นหยิบนี่รวดเร็วมาก
จนของทุกอย่างถูกนำขึ้นไปไว้บนห้องของเราจนครบ

ในขณะที่เรากำลังตั้งใจเรียงของเล่นกับของสะสมมากมายไว้บนชั้น
พี่เราเองก็ช่วยนำของออกจากกล่องมาเรียงให้ด้วยอีกแรง

เราสองคนจัดของไปเล่นกันไปเหมือนเด็ก5ขวบ
ถึงเราจะตัวอ้วนเป็นตุ๋มน้ำแต่พี่ชายก็ให้เราขึ้นหลังต่อตัวเองของวางไว้บนชั้นสูงๆ

'ทำไมไม่เอาไปทิ้งละอ้วน'
คนที่นั่งหันหลังให้เราพูดขึ้น ทำให้เราไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่เลือกที่จะเดินไปดูแทน
เรามองไปเจอสิ่งที่เก็บกลับมาด้วย มันคือกล่องสีมิ้นต์ที่เราบรรจงเก็บของใครคนนึงลงไปไว้ในนั้น
แต่ทว่าตอนนี้มันอยู่ในมือของคนหล่อที่สุดในบ้านแล้ว
เรานิ่งอยู่สักพักก่อนจะตอบพี่ไป...
'น้องตั้งใจทำมันมาก ไม่อยากทิ้งเลยแค่เก็บเอาไว้แต่ไม่คิดจะเปิดดูมันอีกแล้ว'

.............

'ขอน้องเก็บไว้นะ เชื่อนะว่ามันจะไม่ทำให้น้องเสียใจแน่ๆ'
ทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบ
พี่ของเราวางกล่องนั้นลงแล้วปิกฝาเอาไว้
ก่อนที่เขาจะหยิบกล่องใหม่ขึ้นมาแล้วจัดของให้เราต่อ

'พี่เชื่อว่าอ้วนคิดดีที่สุดแล้ว ถ้าทำไม่ได้คงไม่เลือกที่จะพูดมันออกมาใช่มั้ย'
'รักค่ะ น้องรักพี่ตุ๊ดจังง'
เรากลัวที่สุดคือกลัวคนๆนี้โกรธ
เพราะเขาคือดวงตา คือทุกๆอย่างของเรา
เรารีบดิ่งลงจากเตียงเข้าไปกอดเขาแน่นมากๆ เราดีใจที่เขาเข้าใจเรา

ใครๆก็บอกว่าเรามันน่าอิจฉาที่มีพี่ชายที่ห่วงมากขนาดนี้
ตอนแรกเราไม่เชื่อหรอกเพราะเราคิดว่ามันน่ารำคาญจะตายไป
แต่พอวันนึงเราโตขึ้นแล้วได้เรียนรู้อะไรมากมายถึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วที่เราผ่านอะไรมากมายมาได้เป็นเพราะคนๆนี้ที่คอยอยู่ข้างหลังและข้างๆตลอดต่างหาก

เก็บเอาไว้ให้เหมือนปิดตาย วันไหนที่เข้มแข็งพอที่จะไม่อ่อนแอค่อยเปิดมันออกมาดูถ้าคิดถึง...คนในนั้นอีกครั้ง


กล่องความทรงจำครั้งนี้มันถูกสร้างขึ้นมาในระยะเวลา1ปี มันถูกปิดเอาไว้เมื่อครบรอบ 1ปีพอดี

อายุการใช้งานของมันไม่มีวันหมดถ้าไม่ถูกย่อยสลายไปโดยธรรมชาติหรือย่อยสลายโดยความรู้สึก
ไม่แน่นะ วันนึงที่เรากลัลมาเจอกล่องนี้อีกครั้ง พอเปิดดูเราอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าข้อความในนั้นเราตั้งใจเขียนถึงใครอาจจะจำความรู้สึกในที่เขียนและวันที่ปิดไม่ได้อีกเลยก็ได้
ขอบคุณนะคะ
ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้
เราอาจจะทำให้งงๆบ้าง
เราไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากกว่าครอบครัวเลยนะ
แต่ทุกครั้งเวลาที่เราเขียนเรื่องราวถึงใครคนนั้น มันก็มักจะเกี่ยวพันกับครอบครัวเราด้วย
เพราะการที่เรามีเขาเข้ามาในชีวิต
เราก็มองเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัวอีกคนเหมือนกัน

:)
SHARE
Written in this book
ลืม...เพื่อเริ่มต้นใหม่
พยายามทำให้ภาพของใครอีกคนให้เลือนลาง เพื่ิอพาความรู้สึกเดินต่อไปข้างหน้า
Writer
moon_1997
moon1.9 🌙
-Thursdays- You're very important to me. i may be far, but never gone. Top MS\:https://youtu.be/2qPszU-GzxM

Comments