ISFJ : THE DEFENDER
หากคุณทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ MBTI แล้วได้ผลออกมาว่าคุณคืิอ ISFJ
คุณคงพบว่าหลายๆครั้งที่เราพยายามหาบทความที่เกี่ยวกับบุคลิกของคนประเภท ISFJแล้วเราก็มักจะผิดหวังอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะบทความที่เป็นภาษาไทยด้วยนี่สิ

จริงๆเราไม่แน่ใจว่า เราพยายามหาบทความอ่านหรือพยายามหาพวก ISFJ ด้วยกันกันแน่

เราเลยตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อหาเพื่อนชาว ISFJ ด้วยกันค่ะ
ทั้งๆที่เขาเคลมกันนักหนาว่า จำนวนประชากรไทป์นี้มีมากที่สุด แต่ทำไมหายากจังนะ

เราเริ่มทำแบบทดสอบนี้ครั้งแรกตอนเรียนมหาวิทยาลัยช่วงปี 2 ค่ะ
จากนั้นเราก็ไล่ทำมาตลอดทุกครึ่งปี เราไม่เคยได้ไทป์อื่นเลย 
ด้วยความที่เราพยายามหาตัวเองว่าจริงๆแล้ว "เราเป็นใคร" กันแน่
ผสมกับที่เป็นคนชอบอ่านอะไรที่เป็นFactมากๆ เราเลยสนใจมากๆเลยค่ะ

ปล. สิ่งที่เราจะเขียนให้อ่านต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่อ้างอิงจากตัวเราล้วนๆเลยนะคะ
เราเชื่อว่าต่อให้เราเป็นไทป์เดียวกันแต่เราก็ยังมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่นะคะ
ถือซะว่าบทความนี้เป็นการแชร์ความเป็น ISFJ ในตัวคุณละกันเนอะ

ISFJ :  Introversion - Sensing - Feeling - Judgment

I - Introversion
เราไม่แน่ใจว่าคำว่า "โลกส่วนตัวสูง" จะเหมาะกับเราไหมอะค่ะ ถึงเราจะชอบอยู่คนเดียว
สามารถใช้ชีวิตไปไหนมาไหนคนเดียว นอนอยู่ในห้องได้เป็นวันๆ แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องไปเจอคน
เราก็สามารถชวนคุยกับเขาและทำให้เขารู้สึกไม่เกร็งเวลาอยู่ใกล้ๆได้ค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังมั่นใจว่า ตัวเองเป็นอินโทรเวิร์ดอยู่นะ เพราะเวลาที่เราต้องใช้ความคิดหรือเหนื่อยมากๆเราจะอยู่คนเดียวค่ะ
ทั้งๆที่เราเรียนออกแบบ การหาแรงบันดาลใจคือการออกไปข้างนอกแต่เราใช้วิธีหาแรงบันดาลใจจากการที่เราได้อยู่กับตัวเองค่ะ ถือว่าเป็นอินโทรเวิร์ดที่แปลกและซับซ้อนอยู่นะ (ขำ)

S - Sensing
ISFJ ชอบอะไรที่จริงและจับต้องได้ค่ะ เราเป็นคนคิดอะไรต้องมีเหตุและผลอ้างอิงตลอด อาจจะเป็น
เพราะเราเรียนวิทย์-คณิตมาก่อนด้วยล่ะมั้งคะ ทำอะไรเลยต้องมีคำตอบและเหตุผลที่เชื่อถือได้มารองรับ พาลไปถึงการทำงานร่วมกับเพื่อนในบางครั้งที่เราอ้างอิงหลักการเยอะแยะจนเพื่อนต้องเตือนว่า
"มึงๆ มันแค่โปรเจคจบปี4เว้ย" อะ..โอเคได้เพื่อน ขอโทษที อินไปหน่อย แหะๆ


F - Feeling
ทั้งๆที่บอกว่าตัวเอง Sensing ไปเมื่อกี้ แต่เวลาตัดสินใจอะไร เราใช้ Feeling ทั้งนั้นเลยค่ะ
ประมาณว่า "จริงๆก็รู้นะ ว่าถ้าตัดสินใจแบบนั้นมันดีกว่าแน่ๆ แต่ขอเลือกอีกแบบให้อีกคนสบายใจละกัน" อืม..เป็นแม่พระไม่รู้เวลาจริงๆ แต่สำหรับเราจะเป็นแบบนี้ก็ต่อเมื่อมีบุคคลอื่นมาเป็นตัวแปรนะคะ ถ้าอะไรที่ต้องตัดสินใจเพื่อตัวเองจริงๆเราจะเด็ดขาดมากๆ เหตุผลเป็นหลักเลยล่ะค่ะ

J - Judgment
เราเป็นพวกเอาอดีตมาคำนวณปัจจุบัน แล้วเอาไปวิเคราะห์อนาคตค่ะ เรามักจะเจอคนพูดกับเราบ่อยๆว่า "อยู่กับปัจจุบันนะ" โอเค..จะพยายามนะคะ บางทีมันก็เป็นไปเองอัตโนมัติน่ะค่ะ เราเป็นคนที่ Improvise ไม่เก่งเอาซะเลย เพราะฉะนั้น สิ่งที่แก้ปัญหาได้ดีก็คือการที่ต้องวิเคราะห์อนาคตไว้หลายๆPartแล้วก็คิดการแก้ปัญหาล่วงหน้าเอาไว้ ย้ำว่า.. ล่วงหน้านะคะ ไม่ได้คิดสดภายใน 5-10 นาที มันเลยไม่แปลกเลยที่ ISFJ จะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกคิดมาก คิดเกิน คิดไปเอง ใช่สิ..เธอคิดกับเราแค่เพื่อนนี่ (อ่า..ผิดๆ)

พออ่านรวมๆแล้ว เราพบว่า..
"ไทป์นี้แม่ง..ย้อนแย้งในตัวเองฉิบหายเลย"

คือเป็นพวกใช้หลักการและเหตุผลแท้ๆแต่เวลาตัดสินใจกลับใช้อารมณ์มากกว่า
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นพวกJudgmentนะ ทั้งๆที่เป็นคนซับซ้อนทางอารมณ์ก็ควรมองอะไร
ที่มันหลายๆมิติ แต่ก็ไม่อะเราชอบวางแผนและตัดสินมากๆ และ ใช่ค่ะ..เราก็ตั้งถามกับตัวเองบ่อยๆว่าทำไมเราย้อนแย้งขนาดนี้ แต่เราไม่ได้ไปพูดกับใครนะคะ เราตัดสินใจกับตัวเอง ตัดสินคนเดียว
ไม่ได้ไปพูดหรือทำอะไรให้ใครรู้สึกแย่นะ กลับรู้สึกแย่กับตัวเองมากกว่าเวลาไปJudgeคนอื่นแบบนั้น

แต่ท้ายที่สุดแล้ว.. เราก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้ เราเป็นแบบนี้จริงๆค่ะ

คำพูดที่เรามักจะเจอบ่อยๆ

1. แกคิดเยอะเกินไปหรือเปล่าวะ
อันนี้ไม่แน่ใจว่า ISFJ คนอื่นจะโดนแบบเราเยอะไหมนะคะ แต่ตั้งจำความได้
ก็มีแต่คนทักว่าเราเป็นคนคิดมาก จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าเป็นข้อเสียนะคะ ตอนนั้นรู้สึกว่า
คิดมากก็ดีกว่าคิดน้อย ไม่ใช่หรอวะ กลับกลายเป็นว่าคำนี้มันเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น
พอเราคิดมาก เราก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าตัวเอง นั่นแหละค่ะ..ความทุกข์ของ ISFJ
มันเคยหนักขนาดที่มันแสดงออกมาผ่านงานศิลปะของเราเลยนะ อาจารย์ถึงกับเอ่ยปากทักว่า 
"มึงนี่เป็นคนคิดมาก มากๆเลยนะเนี่ย" เห้ย...มันขนาดนั้นเลยหรอคะอาจารย์
ทุกวันนี้เราเลยพยายามคิดว่า "อย่าเอาใจเรา ไปผูกขาใครเขาไว้" 
ถามว่าช่วยได้ไหม ก็สัก10%ได้ล่ะมั้ง ดีกว่าไม่ลดเลยใช่ไหมล่ะ

2. คุยกับแกแล้วเหมือนคุยกับแม่เลยว่ะ
ถามจริง (ขำ) โอเค..เหมือนแม่ก็เหมือนแม่วะ เราเป็นพวกชอบฟังแล้วก็ให้คำปรึกษา
รู้สึกว่าถ้ามีคนระบายอะไรให้ฟัง ถ้าเขาไม่ได้แสดงเจตจำนงค์ว่าเขาอยากระบายเฉยๆ แสดงว่า
เขาอาจจะกำลังทุกข์และหาทางออกอยู่ เลยรู้สึกว่าการรับฟังอย่างเดียวน่าจะไม่พอ (เนี่ย คิดไปเองล้วนๆ) เพื่อนชอบบอกว่าเราเหมือนแม่อาจจะเพราะด้วยความที่เราใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ
ผสมกับการใส่ความรู้สึกไปด้วยมันเลยดูเป็นเหมือนผู้ใหญ่ใจดีๆอะไรประมาณนั้นมั้ง 

3. จริงๆแกไม่ชอบให้ใครมาดูแล แกชอบดูแลคนอื่นมากกว่า
เห้ย มีด้วยหรอไม่ชอบให้ใครมาดูแล ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องมานั่งเทคแคร์ใครตลอดเวลา
อันนี้เรายังไม่แน่ใจนะว่าจริงๆเราชอบดูแลคนอื่นมากกว่ารึเปล่า บางทีก็โปรโมชั่นอะค่ะ
แต่กับครอบครัวเราให้เต็มร้อยเลย เรารักครอบครัวมาก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแบบทดสอบนี้
มันวัดจากคำถามข้อไหนถึงตีความออกมาว่าเรารักครอบครัวมาก แต่ช่างเถอะ..มันจริงค่ะ
แต่กับความสัมพันธ์อื่นๆ อย่างแฟน อ่า..พูดละเขินเลย เรายังไม่เจอคนที่เราอยากดูแลแบบ
ถวายหัวเลยนะ แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมาไม่ดูแลใครนะ แค่รู้สึกว่ายังไม่เต็มที่เลยอะ
กับเพื่อนเราก็ให้เต็มร้อยนะ แต่หลังๆมานี้ต้องพยายามคิดว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเต็มร้อยกับเรา

4. เป็นนักเก็บข้อมูลนี่หว่า
เราเป็นพวกชอบสังเกตตั้งแต่เด็กๆ จนหลังๆมานี้เราเริ่มแยกคำว่า "สังเกต"กับ "ขี้เสือก" ไม่ค่อยจะออกแล้วค่ะ หรือจริงๆสองคำนี้ความหมายเดียวกันก็ไม่รู้นะ รู้ตัวอีกทีเราก็ชอบสังเกตคน คนนี้ลายมือเป็นยังไง คนนั้นชอบทำงานแนวนี้ เทสต์นี้ คนนู้นชอบสะสมรองเท้า หรือแม้แต่คนนั้นใช้ยาสระผมยี่ห้อเทรซาเม่ มันเลยทำให้เวลาทำงาน เราเลยเลือกให้เพื่อนทำงานตามความถนัดของตัวเองถูก แต่ถ้าพูดเรื่องไร้สาระ ความสามารถของเราอีกอย่างคือชอบ "เลียนแบบคาแรคเตอร์คนอื่น" ค่ะ แต่คุณจะไม่มีโอกาสได้เห็นหรอกถ้าคุณไม่ใช่เพื่อนเรา เป็นสิทธิพิเศษที่เพื่อนเท่านั้นที่จะได้เห็นอะไรแบบนี้ค่ะและรับรองว่าต้องประทับใจแน่ๆ 

5. ไม่ชอบ Skinship 
อันนี้ก็ไม่แน่ใจอีกแล้วว่า ISFJ จะเป็นเหมือนเราทุกคนไหม ถึงแม้ว่าเราจะเป็นชอบดูแลและเห็นอกเห็นใจคนอื่น ดูเข้าถึงไม่ยาก เป็นอินโทรเวิร์ดที่เข้ากับคนอื่นได้ แต่เราไม่ชอบการสกินชิปเอาซะเลยค่ะ อันนี้ยังหาอะไรมาอธิบายไม่ได้นะคะ แค่รู้สึกว่าถ้าไม่ใช่แฟนหรือถ้าไม่ได้สนิทขนาดนั้นแล้วมาสกินชิปนี่ได้เห็นเราทำหน้าเหยเกพร้อมกับขนลุกใส่แน่ๆค่ะ ในขณะเดียวกันถ้าเป็นเพื่อนเราก็ยังได้แค่ระดับนึงนะ อาจจะเป็นคนที่ Feeling แรงด้วยมั้งคะ ก็แบบนี้แหละนะ คนคิดมาก..

ก็อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นนะคะ เราเขียนขึ้นมาอยากแชร์ความเป็น ISFJ ในแบบตัวเอง
ถ้าใครได้ไทป์ไหน หรืออยากแชร์อะไรก็ Comment มาคุยกันได้นะคะ สนุกๆเนอะ
สำหรับใครที่ยังไม่เคยทำแบบทดสอบหรืออยากลองทำอีกรอบก็นี่เลยนะคะ 
https://www.16personalities.com/th
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ :)




SHARE
Writer
1473
Observer
Sorry , I'm a bisexaul.

Comments

MeehBear
3 months ago
มายกมือเป็น ISFJ เหมือนกัน
มีความย้อนแย้งในตัวเองสูงมากก
เป็นผู้ฟังที่ดี จนบางทีไม่มีใครยอมฟังเราเวลาที่เราอยากพูด ตอนนี้เลยหันมาพูดกับตัวเองเสียเลย พูดเอง ฟังเอง จบเรื่อง
Reply
MeehBear
3 months ago
เช่นกันครับ นานๆจะได้คุยกับคนที่นิสัยคล้ายๆกัน
โดยส่วนตัวถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนอื่นที่เราแคร์(เน้นต้องเป็นคนที่แคร์เช่นครอบครัว เพื่อน) จะเป็นคนคิดมากถึงมากที่สุด กังวลในการตัดสินใจ กลัวผิดพลาดจนบางครั้งยกให้คนอื่นตัดสินใจแล้วเราเป็นผู้ตามเลยจะดีกว่า

แต่พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองนี่ตัดสินใจได้เร็วและเด็ดขาดมาก แถมมีแผนล่วงหน้าอีก 2-3step ว่าจะทำยังไงน่อไปเรียบร้อย

มันเลยเป็นข้อเสียติดตัวที่พยายามจะแก้ไขอยู่เหมือนกัน
1473
3 months ago
ใช่เลยค่ะ เราไปอ่านบทความคุณมา อยากบอกว่าเราเป็นแบบนั้นเลยค่ะ เราพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง คือบางทีไม่สามารถอธิบายให้ออกมาตามที่คิดไว้อะค่ะ เราเลยลองเขียน อยากบอกว่าเป็นกำลังใจให้นะคะ ติดตามค่ะ
MeehBear
3 months ago
ขอบคุณครับ  จริงๆมีเรื่องที่อยากเขียนอีกเยอะมาก  แต่เขียนไป ลบไป จนเขียนไม่เสร็จซักเรื่องเลย ==" หลังจากนี้จะลองพยายามเขียนให้จบๆเป็นเรื่องๆไป พอจะเอาสิ่งที่วนๆอยู่ในความคิดออกมา กลับไม่สามารถหาข้อสรุปได้ซักที 
ติดตามผลงานเช่นกันครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ
mcllin9
3 months ago
ตอนนี้เป็น INFJ ค่ะ ตรงมากค่ะ เป็นบุคลิกผู้แนะนำค่ะ
Reply
1473
3 months ago
INFJ เป็นไทป์ที่เราชอบมากเลยค่ะ รู้สึกว่าไทป์นี้จะมีน้อยที่สุดด้วยนะคะ
mcllin9
3 months ago
เห็นว่าเป็นไทป์ที่มีน้อยที่สุดค่ะ ส่วนตัวก็ชอบคนบุคลิก ISFJ ค่ะ เพราะว่าเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกผู้อื่น ปกป้องผู้อื่น ย้อนแย้งทำให้ดูมีเสน่ห์ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
Pseudoaesthetic
3 months ago
จายประสบการณ์ที่เห็นนะครับ NF กับ NT คนจะได้ไทป์พวกนี้เยอะที่สุด ISFJ ไม่ค่อยมีคนได้นี่ผมคิดว่าถูกแล้วครับ INFJ INTJ กับ INTP นี่เพียบ เมื่อก่อนเข้าใจว่าคนรอบข้างเป็น N กันหมด พอไทป์คนเป็นเลยมารู้ว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่ แบบทดสอบน่าจะให้ไทป์มาผิด เลยลองเอาแบบทดสอบไปให้เพื่อนอีก 4 คนทำ เป็น Si แน่ๆ สองคน แต่ไม่ชัวว่าไทป์อะไร ESFP คนนึง อีกคนนึงเป็น ESTP พอทำออกมาก็ได้ INTP สามคน ENTP หนึ่งคน พอผลออกมาอย่างงี้คือค่อนข้างชัวล่ะว่าเป็นที่แบบทดสอบ แต่จะไปบอกว่าเค้าไม่ใช่ไทป์ที่เค้าเป็นมันก็ไม่ค่อยจะ Fe ซะเท่าไหร ได้แต่ร้องไห้ในใจเวลาคนได้ไทป์ผิดๆมา เพราะผมก็เข้าใจอะนะครับว่าคนส่วนมากก็เล่นเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มาซีเรียสขนาดจะเอาเวลามาทิ้งปีล่ะ 200 กว่าชั่วโมงเพื่อไทป์คนให้ตรงเป๊ะแบบผม
Reply
1473
3 months ago
ขอบคุณที่ให้ความสนใจกับบทความนี้นะคะ รบกวนถามเป็นความรู้หน่อยนะคะ ช่วยขยายความคำว่า ‘ให้ไทป์มาผิด’ เพิ่มหน่อยได้ไหมคะ เราพึ่งได้มาศึกษาเรื่องMBTIได้ไม่นานนี้เองค่ะ เลยอยากเข้าใจมากขึ้นน่ะค่ะ
Pseudoaesthetic
3 months ago
ที่จริงที่ผมใช้คำว่าไทป์ผิดอาจจะไม่ถูกซักเท่าไหร่ คือแบบทดสอบมันไม่มี sensory data ให้คนที่ทำดูเพื่อเทียบนิสัยตัวเองเข้ากับสเปกตรัมของนิสัยคนทั้งหมดอะครับ คนเลยต้องเอาบรรทัดฐานของตัวเองมาใช้ในการตอบคำถาม ซึ่งบรรทัดฐานของคนแต่ล่ะคนไม่เหมือนกันและบรรทัดฐานของคนทำแบบทดสอบส่วนมากก็จะไม่ตรงกับบรรทัดฐานของคนที่สร้างแบบทดสอบ สมมติว่าเราทำออกมาแล้วได้ ESFP แต่ ESFP เรากับ ESFP ในความคิดของคนที่ออกแบบแบบทดสอบอาจจะเป็นคนล่ะคนกันเลยก็ได้

เหมือนเวลาถามเพื่อนว่าอันนี้เผ็ดไหมตอนกินข้าว เพื่อนบอกไม่เผ็ด แต่พอเรากินไปแล้วแทบจะร้องห้ายเลย อารมณ์เดียวกันเลยครับ คำว่าเผ็ดของเรากับของเค้ามันดันไม่ตรงกัน

แต่ถ้าเรามานั่งสังเกตนิสัยคนเป็นจำนวนมาก เราจะเริ่มเห็นสเปกตรัมของนิสัยคนทั้งหมดได้ดีขึ้น เราก็จะเริ้มเห็นเองว่าใครควรจะอยู่จุดไหนของสเป็กตรัมและเรานั้นอยู่ตรงจุดไหนของสเปกตรัม จะเริ่มรู้ว่าพวกไหนเป็นไทป์อะไรจริงๆ จากการเทียบคนหลายๆคนเข้าด้วยกัน

ไทป์ที่ได้ก็จะได้จากการที่เราเที่ยบนิสัยของเราเข้ากับคนที่เรารู้จักทั้งหมดไม่ใช่ไทป์ที่มาจากบรรทัดฐานของตัวเองซึ่งไม่มีการยึดติดกับการเทียบเคียงอะไรทั้งสิ้น
ถ้าพูดกันตามตรงทำแบบนี้ไทป์มันจะออกมาเป็นไทป์อะไรก็ได้แล้วแต่คุณจะคิดว่าคุณนิสัยเป็นยังไง ซึ่งเอาจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ผิดอะไรอะนะครับ แต่ก็อย่างที่บอกคนส่วนมากเค้าก็ไม่ได้เครียดกับเรื่องนี้ขนาดผม พูดไปก็ฟังดูไม่ค่อยจะ Fe มีแต่คนจะเกลียดเอา ผมเลยไม่ค่อยจะได้พูดเท่าไหร แต่ถ้าอินเรื่องพวกนี้จริงๆ มีอะไรอยากถาม ผมก็ยินดีตอบครับ
1473
3 months ago
อ๋าา เข้าใจมากขึ้นแล้วค่ะ จริงๆบางครั้งเราแอบคิดเหมือนกันค่ะว่าเราจะรู้ได้ไงว่าที่เราตอบไปเป็นคำตอบจริงๆ เราอาจจะกำลังโกหกตัวเองอยู่ก็ได้ จนพาลไปคิดถึงเกณฑ์การวัดว่าจริงๆแล้ว มาตรฐานของทุกคนมันไม่เหมือนกันจริงๆนั่นแหละค่ะ ส่วนตัวเป็นคนชอบสังเกตตัวเองและคนอื่นอยู่แล้ว พอมาเจอเรื่องนี้เลยคิดว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและทำให้เราเริ่มมีเกณฑ์ของตัวเองในการสังเกตคนเหมือนกัน จนบางครั้งก็แอบกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นคนที่ชอบ stereotype คนอื่นด้วยค่ะ