ความรู้สึกของเรา ซึมเศร้าไดอารี่ 2
เอาจริงเราเคยรู้สึกเฉย ๆ กับคำปลอบใจทำนองว่า
“คิดถึงคนข้างหลังบ้าง”
“พ่อแม่รักเรามากเลยนะ”
“ยังมีคนที่รักเราอีกเยอะแยะ ทำไมเราถึงไม่รักตัวเองล่ะ”
“ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะ สู้ ๆ ล่ะ มันจะไม่เป็นไร”

ในตอนที่คิดแบบนั้นเป็นช่วงเวลาหลังจากที่เรารักษาจนมันดีขึ้นมาก แล้วมันเป็นช่วงที่เพจต่าง ๆ แชร์คำต้องห้ามที่ใช้ในการปลอบผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

พอได้อ่านแล้วเราก็คิดว่า ทำไมถึงห้ามล่ะ สำหรับเราถ้าโดนปลอบด้วยคำพูดเหล่านั้นก็ไม่เห็นจะรู้สึกแย่ลงตรงไหน มาห้ามคนอื่นพูดให้กำลังใจทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าคำพูดพวกนี้กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแล้วมันดูเป็นโรคที่น่ารำคาญจังเลย เราไม่อยากเป็นคนที่น่ารำคาญเลยออกจะขำกับการแชร์คำต้องห้ามเหล่านั้น

โดยลืมไปเลยว่าหลังจากที่เราได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าเราป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และได้ยามากิน ตอนนั้นเราตัดการติดต่อกับทุก ๆ คน ทุก ๆ ความสัมพันธ์ไปเลย ทั้งเพื่อนสนิทที่ไปเป็นเพื่อนหาจิตแพทย์ครั้งแรก พ่อแม่ที่เรารักมาก หรือแม้กระทั่งคนรอบตัวที่ใจดีกับเรา แต่เราก็แค่คุยยิ้มทักทายตามมารยาทเท่านั้น

เราดีขึ้นจากการรักษาตัวเองภายใน
ให้กำลังใจตัวเอง
ต่อสู้กับความเศร้าในใจตัวเอง
ร้องไห้เอง
แล้วก็เช็ดน้ำตาตัวเอง

หยุดยาด้วยตัวเอง
อันนี้ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด! 

แตกต่างกับในตอนนี้ เรายอมเปิดเผยกับหลาย ๆ คนเรื่องที่เราเคยป่วย และอาจจะยังมีเชื้ออยู่บ้างเพราะเราไม่ได้หายด้วยการยอมรับจากปากแพทย์ เราทำเหมือนตัวเองหายป่วยเหมือนหายจากไข้หวัดธรรมดา เราเมินเฉยกำหนดการนัดพบแพทย์มาประมาณ 2-3 ปีแล้ว เรามั่นใจมากว่าตัวเองหายแน่นอน เป็นคนอารมณ์ปกติธรรมดากับเขาแล้ว

ในวันหนึ่งที่เราเหนื่อยมาก ๆ พอมีคนมาพูดให้กำลังใจหรือปลอบด้วยคำพูดต้องห้ามข้างบน เรากลับรู้สึกแย่ลงกว่าเดิมอีก มันยิ่งท้อ ยิ่งเหนื่อยยังไงไม่รู้

เข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงเป็นคำต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ตอนนี้เราอยากบอกคนที่มีเพื่อน ญาติ พี่น้อง หรือคนรักที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าว่า คนป่วยเขารู้ตัวเองว่ามันน่ารำคาญแค่ไหนที่คุณต้องมาคอยปลอบเขาให้รู้สึกดีขึ้น บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดให้กำลังใจเขาอย่างเดียวไปตลอดหรอก

สำหรับตัวเราเอง เราอยากให้คนสำคัญของเรา เข้าใจว่าอาการของโรคซึมเศร้ามันเป็นยังไง และไม่ต้องมาเศร้าตามเรา แค่ทำเหมือนเราไม่ได้ป่วยและพาเราไปทำนู่นนี่นั่นด้วยกัน เพราะถึงเข้าใจแต่ไม่ดึงเขาออกมาจากมุมห้อง มันก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ที่สำคัญคือระวังพยายามอย่าทำให้เรารู้สึกโทษตัวเองที่ไม่ดีขึ้นซักที

ตอนไหนที่เราเศร้า แค่แสดงตัวว่าอยู่กับเราเสมอนะ เพียงแค่เราหันไปคุณก็พร้อมจะก้าวเข้ามาโอบกอดเราไว้อย่างแน่นอน
 
กลับกัน เวลาที่เราจะปลอบใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เราจะบอกเขาแค่เข้าใจว่ามันเป็นยังไง เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาอยากระบาย อยากหาเพื่อนคุย อยาก Move on จากมุมมืด เราพร้อมที่จะทำให้เขารู้สึกสนุกจนลืมมุมมืดนั้นไปเลย

ผู้ป่วยโรคนี้จะอ่อนไหวมาก ๆ ถ้าตอนที่เขาดาวน์แล้วเราไปเซ้าซี้ให้เขาออกมาเจอโลกที่สดใสอยู่นั่น เขาจะยิ่งตีตัวออกห่างคุณมากขึ้นไปอีก และความรู้สึกผิดที่ไม่อยากคุยกับคุณจะเข้าถาโถมเขาอย่างแรง

เราเชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งของโรคนี้ คนป่วยจะ Fucked up กับทุกสิ่งอย่างจนเหมือนเขาไม่ได้จมอยู่กับความเศร้าอีกแล้ว และออกมาใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยง ทำทุกอย่างที่ไม่เคยทำ กินทุกอย่างที่ไม่เคยกิน ไปทุกที่ที่ไม่เคยไป คือไปสุดทุกทางจนในที่สุดก็มาถึงสิ่งสุดท้ายในชีวิตเขา

จะเหลือแค่เพียงชื่อและรูปถ่ายให้จดจำได้ว่า
ครั้งหนึ่ง เขาเคยมีชีวิต
 
เมื่อใดก็ตามที่คุณเห็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าลุกขึ้นมาทำอะไรเข้าข่ายแบบที่เราว่ามาล่ะก็
คอยดูแลเขาให้ดีก่อนที่มันจะสายไป

SHARE

Comments