นักจิตวิทยาเผย 3 ปัจจัยวัยเด็ก ที่จะส่งผลต่อบุคลิกของเราตอนโต
Writer : Taey Ch​ : 30 พฤษภาคม 2560
เป็นเรื่องปกติสำหรับพ่อแม่ที่จะต้องคาดหวังให้ลูกๆ ของตนเองเติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในเรื่องนิสัย การศึกษา รวมไปถึงการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม แต่การที่จะให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของคนเป็นพ่อแม่ก็เป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน เพราะเด็กหนึ่งคนต้องเจอกับประสบการณ์ต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน ทั้งในเรื่องการเลี้ยงดู หรือจากปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้


“อัลเฟรดแอดเลอร์ (Alfred Adler)” นักจิตวิทยาเชื้อสายยิว ได้ศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวัยเด็กและจะมีอิทธิพลต่อบุคลิกของบุคคลในวัยผู้ใหญ่ไว้ 3 ประการ โดยมีชื่อทฤษฏีว่า “ทฤษฎีจิตวิทยารายบุคคลของแอดเลอร์ (Adler’s Individual Psychology)”

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อบุคลิกของบุคคลไว้ 3 ประการ ได้แก่
3-factors-that-affect-human-personality-2

1. ลำดับการเกิดของเด็กในครอบครัว (Order of Birth)

พ่อแม่สามารถเตรียมพร้อมให้ลูกคนโตพัฒนาบุคลิกภาพไปในแนวทางที่ต้องการเช่น มีความรับผิดชอบ เชื่อมั่นใจตนเอง และชอบช่วยเหลือปกป้องผู้อื่น

ลูกคนโต : ลูกคนแรกที่เกิดมาได้รับความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่ แต่เมื่อมีน้องใหม่เกิดขึ้นเด็กที่เป็นลูกคนโตจะมีความรู้สึกว่าถูกแบ่งความรักที่เคยได้ไปให้กับน้อง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้เด็กมีบุคลิกภาพขี้อิจฉาและเกลียดชังผู้อื่น และอาจรู้สึกไม่มั่นคง แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพียงความเป็นไปได้ที่จะเกิดเท่านั้น

ลูกคนกลาง : มักจะเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูง มีความอุตสาหะพยายาม อดทน แต่มีแนวโน้มจะเป็นคนดื้อรั้นเช่นกัน นอกจากนี้ลึกๆ แล้วอาจมีความรู้สึกอิจฉาพี่น้อง จึงพยายามจะเอาชนะหรือแสดงความสามารถที่เหนือกว่าพี่และน้องออกมา เพราะอาจคิดว่าพ่อแม่จะรักพี่คนโตและน้องคนสุดท้องมากกว่าตน แต่โดยทั่วไปแล้วลูกคนกลางมักจะมีความสามารถในการปรับตัวได้ดีกว่าพี่และน้อง

ลูกคนสุดท้อง : เพราะเป็นลูกคนเล็กเลยอาจถูกตามใจประคบประหงมและได้รับความช่วยเหลือจากคนในครอบครัวอยู่เสมอ ทำให้เด็กที่เป็นลูกคนสุดท้ายอาจเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง ไม่รู้จักโต และมักขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น



2.(Childhood Experience)


แอดเลอร์เชื่อว่า ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากการเลี้ยงดูตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 5 ปี จะมีผลต่อบุคลิกภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ

เด็กที่เลี้ยงดูแบบตามใจ (Spoiled Child) เด็กที่ถูกตามใจหรือทะนุถนอมจนเกินไปอาจเสียคนและไม่สามารถจะพัฒนาตนเองในการอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นได้
เด็กที่ถูกทอดทิ้ง (Neglected Child) เด็กที่ถูกเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย ขาดความเอาใจใส่ อาจมีบุคลิกภาพเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย จนถึงขั้นเป็นพวกต่อต้านและแก้แค้นสังคม และปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ยาก

เด็กที่ได้รับความรักความอบอุ่นอย่างสมบูรณ์ (Warm Child) เด็กที่ถูกเลี้ยงดูแบบใช้เหตุผล จะเติบโตเป็นคนที่มีเหตุผล กล้าคิด กล้าพูดกล้าทำ มองโลกในแง่ดี ร่าเริง แจ่มใส และเอาใจใส่ผู้อื่น


3.(Inforiority Feeling and​ Compensation)

นอกจากบุคลิกของคนเราจะเกิดจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อย่างการเป็นลูกคนโต คนกลาง หรือคนเล็กแล้ว บุคลิกภาพส่วนหนึ่งก็เกิดจากที่มนุษย์เราสร้างให้ตนเอง โดยหนึ่งในปัจจัยก็คือการสร้างปมเด่น เพื่อกลบปมด้อยของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ความสามารถ รวมถึงฐานะความเป็นอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เรารู้สึกเป็นปมด้อยและเกิดเป็นแรงผลักดันที่จะเอาชนะปมด้อยนั้นๆ จนเกิดเป็นการสร้างปมเด่นขึ้นมาเพื่อให้รู้สึกมั่นใจ และเป็นที่ยอมรับในสังคมได้

อย่างเช่น รูปร่างอวบของเด็กคนหนึ่ง เป็นแรงผลักดันให้เด็กคนนั้นลุกขึ้นมาออกกำลังกายจนที่สุดกลายเป็นคนหุ่นดี หรือ คนที่มีฐานะไม่สูง แต่ดิ้นรนด้วยแรงผลักดันจนกลายเป็นมหาเศรษฐี เป็นต้น



จากทั้ง 3 ปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงทฤษฏีการศึกษาที่บ่งบอกแนวโน้มบุคลิกภาพของบุคคลเท่านั้น ในบางบุคคลอาจจะไม่ได้เป็นไปตามนี้ก็ได้ นอกจากนี้คนเป็นพ่อแม่ยังสามารถเตรียมความพร้อมให้กับลูกเพื่อให้มีบุคลิกภาพอย่างที่ต้องการได้ อย่างเช่น อาจปลูกฝังให้ลูกคนโตมีความรับผิดชอบสูง เชื่อมั่นในตนเอง และชอบช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองผู้อื่นที่ด้อยกว่า ดังนั้นแล้วการที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตมามีบุคลิกภาพอย่างไร การเลี้ยงดูจากพ่อแม่ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญมากเช่นกัน



ขอบคุณที่มาจาก : http://plabooza.blogspot.com/2016/01/adlers-individual-psychology.html



SHARE
Writer
Kindness
Teacher
Why? การถาม ทำไม? จะทำให้เราไม่หยุดอยู่กับที่ ทำให้เราปฏิเสธสิ่งที่มันเป็นอยู่ ทำให้เราไม่ทนอยู่กับสภาพเดิม แต่เปิดกว้างให้กับวิธีหรือแนวทางใหม่ๆ ทำให้เราเข้าใจปัญหามากขึ้น What if? การถาม สมมติว่า? ช่วยให้เราคิดหาไอเดียใหม่ๆ ถึงมันจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้ แต่มันจะทำให้หลุดจากกรอบเดิมๆ ทำให้เราผสมผสานไอเดียหลายอย่างเข้าด้วยกัน

Comments