เพราะหัวใจอีกดวง "มันหายไป"...
คำพูดหนึ่งที่แม่ชอบพูดบ่อยๆกับพวกเราสามคนก็คือ.. "ชีวิตใครก็ปล่อยให้คนนั้นกำหนดเอง เราทำได้แค่อยู่ข้างๆ และเป็นกำลังใจให้กันก็พอ.."

แม่รู้ดีว่าลูกชายคนโตห่วงน้องสองคนมากแค่ไหน มันไม่ใช่แค่การเป็นห่วง แต่มันคือ"การหวง"ที่ทำให้อีกคนอึดอัดและกดดันในการใข้ชีวิต

ฉันโตมากับภาวะกดดันที่พี่ชายเป็นคนยัดเยียดให้ และฉันก็มั่นใจว่าน้องสาวก็รู้สึกไม่ต่างกับฉันเหมือนกัน ครอบครัวที่มีแม่เป็นนางฟ้า เข้าใจในทุกๆเรื่อง เป็นกำลังใจ เป็นที่ปรึกษา มีพ่อที่เหมือนsuper man เป็นฮีโร่ เป็นสุภาพบุรุษ เป็นทุกๆอย่างเลยในชีวิต มันโคตรดีเลยแหละ!! แต่ปัญหาของฉันกับน้องไม่ได้อยู่ที่พ่อกับแม่ แต่อยู่กับพี่ชายเพียงคนเดียว พี่ชายที่หวงน้องอย่างบ้าคลั่ง พี่ชายที่ชอบทำตัวเหมือนเจ้าชีวิตของน้องๆ พี่ชายที่ทำให้น้องไม่อยากอยู่บ้าน พี่ชายที่บางครั้งก็ไม่อยากให้มันเป็นพี่ชาย ก็นั้นแหละยังไงก็หนีมันไม่พ้นอยู่ดี เพราะสุดท้ายแล้ว วันที่แย่ที่สุดก็มีมัน วันที่ไม่มีใครต้องการก็มีมันที่ต้องการ แค่พื้นที่ส่วนตัวเองที่อยากต้องการ รักได้ ห่วงได้ ขอให้น้อยลงจะได้มั้ย....

หลังจากที่ฉันกับน้องเข้าปีหนึ่ง ไปเรียนไกลบ้าน ไกลมัน ชีวิตเรามีอิสระขึ้นมานิดหนึ่ง แต่มีนิดหนึ่งจริงๆ เพราะทุกๆเสาร์อาทิตย์ มันก็จะบินมาหาพวกเรา ไปไหนมาไหนก็ต้องรายงานมัน ถ้าวันไหนไม่บอก แล้วเกิดมีภาพหลุดออกมาว่าไปเที่ยว มันก็จะโทรมาบ่น หรือไม่ก็บินมาเคลียร์ตั้งแต่คืนนั้นเลย มันมากเกินไปหรือเปล่าสำหรับพี่ชายคนหนึ่งที่ห่วงน้อง...

เพื่อนๆของฉันและเพื่อนๆของน้องต่างบอกว่า "เฮ้ยดีอะที่มีพี่ชายแบบนี้ ตามใจแบบนี้ ดูแลขนาดนี้ อยากมีแบบนี้บ้าง" มันก็ดีนั้นแหละที่มันดูแลดีขนาดนี้ แต่อิสรภาพต่างหากที่ฉันกับน้องต้องการ ถ้าคุณรู้ว่าพี่ทำหน้าที่ได้มากกว่าพี่ คุณอาจไม่อยากมีพี่ชายอีกเลยทั้งชีวิตก็ได้...

ฉันกับน้องแตกต่างอยู่อย่างหนึ่ง คือ.. ฉันจะเป็นประเภทที่อะไรก็ได้ อันไหนที่พี่บอกว่าไม่ ฉันก็จะไม่ทำ แต่น้องจะเป็นเภทที่อันไหนบอกว่าไม่ สิ่งนั้นแหละที่จะทำ อย่างเช่นเรื่องของการมีแฟน เป็นเรื่องที่มันห้ามนักห้ามหน่า มันคุมทั้งเฟส ทั้งไอจีของน้อง คนไหนมาแบบจีบ มันก็จะบล๊อกทั้งหมด ฉันเคยถามนะว่าทำไมถึงไม่ยอมให้พวกฉันมีแฟน มันบอกว่า ผู้ชายในโลกนี้ก็เหมือนกันหมด วันไหนที่เบื่อก็เขี้ยทิ้ง อาจเป็นเพราะตัวมันด้วย มันเลยกลัวว่าจะเกิดแบบที่มันทำกับผู้หญิงทุกคนกับน้องมัน

ตอนฉันเรียนมัธยม หกปีที่ฉันไปพักกับมัน ฉันเห็นถึงการเอาผู้หญิงเข้าห้องแทบทุกคืน และไม่เคยซ้ำหน้าเลยสักคน นี่คงเป็นเหตุผลที่มันไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาจีบฉันกับน้อง โดยเฉพาะเพื่อนของมัน

และเรื่องที่ทำให้มันปะทะกับน้องก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้นี่แหละ จริงๆฉันรู้มานานแล้วแหละว่าน้องแอบคุยกับเพื่อนในแก๊งของพี่ โชคดีอย่างหนึ่งคือน้องไม่เคยพูดโกหก ถ้าถามนางจะตอบทันที แต่ถ้าไม่ถามนางก็จะไม่พูดอะไรให้ฟัง นางคุยกับผู้ชายคนนั้นได้สักพักแล้วแหละ และพี่ชายของฉันก็ไม่รู้ด้วยสิ จนวันเกิดของฉันที่ผ่านมา เรากำลังกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วอยู่ดีๆมันก็พูดคำหนึ่งออกมา 

"อย่าคิดว่ากุวไม่รู้นะว่ามึงกำลังคุยกับไอ้การ์ณ"
ฉันกับน้องเงยหน้าหามันทันที

"เลิกยุ่งกับมันซะ!!"
มันมองน้องด้วยสายตาที่เยือกเย็นและกดดัน

"เรื่องของกุว"
น้องตอบกลับด้วยอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดด้วยเหมือนกัน

"กุวขอละ! วันนี้วันเกิดกุว"
ฉันเอ่ยขึ้นด้วยความขอร้อง 

จะวันไหนๆ ปีไหนๆ ความหวงของพี่ก็ไม่เคยลดลง ความดื้อของน้องก็ไม่เคยลดลงเช่นกัน อึดอัด อึดอัดมากๆเลย จะมีสักวันมั้ยที่พวกเราสามคนจะเป็นเหมือนพี่น้องครอบครัวอื่นๆบ้าง

วันนั้นเรากลับไปรวมตัวที่บ้าน บ้านเกิดของเรา บ้านที่มีแม่และพ่ออยู่ตรงนั้น แม่เรียกเราสามคนไปพบ แม่ให้พี่ไปนั่งข้างขวาของแม่ และให้น้องไปนั่งข้างซ้ายของแม่

"ปีนี้พวกเราอายุเท่าไหร่กันแล้วนะ" แม่ถามขึ้นด้วยสายตาที่กำลังบอกว่า เราโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆกันแล้ว

"บอกแม่หน่อยสิ! อะไรคือความสุขของเราสามคน"

พี่ชายบอกว่าความสุขของมันคือการเห็นแม่มีความสุข คือการเห็นแม่ไม่ต้องทำงานหนักอีกแล้วหลังจากที่พ่อเสีย คือการเห็นน้องได้ตามความฝันโดยไม่ต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเหมือนมัน ใช่!! ความฝันของมันเป็นจริงเกือบทั้งหมด มันเลี้ยงแม่เลี้ยงเราสองคนพี่น้องได้อย่างสบาย มันทำงานหนักเพื่อนให้แม่ไม่ต้องทำงานอีกเลย มันยอมเหนื่อยคนเดียวเพื่อให้น้องของมันมีเงินใช้ไม่ลำบากเหมือนมันตอนนั้น มันเสียสละตัวเองแทบทุกอย่างเพื่อคำว่าครอบครัว ประโยคสุดท้ายที่มันบอกกับแม่ก็คือ...
ผมทำเพื่อน้องขนาดนี้ มันไม่ได้ช่วยให้น้องสองคนรู้สึกรักผมบ้างเลยหรือคับ...
ประโยคสุดท้ายมันเหลือบตามามองฉันกับน้อง ฉันเห็นสายตาของคนหมดแรงในแววตาของมัน แววตานั้นมันทำให้ฉันเจ็บและจุก นี่มันคิดแบบนี้มาตลอดเลยหรือ.. มันคิดว่าฉันกับน้องไม่รักมันอย่างนั้นหรือ...

"แล้วเราสองคนละ!! อะไรคือความสุข.." แม่หันมาหฉันและน้อง

น้องตอบว่าความสุขของนางคือการมีอิสระจากทุกอย่าง คือการมีความคิดเป็นของตัวเอง คือการลองผิดลองถูกด้วยตัวของมันเอง คือการมีครอบครัวที่คอยsupportในทุกๆเรื่อง คือการมีพี่คอยเตือน คอยสอน คอยให้กำลังใจ ไม่ใช่มีพี่เป็นทหาร แล้วตัวนางเป็นนักโทษ นางขอแค่อย่างเดียว คือรักนางได้ แต่ต้องไม่ทำให้นางอึดอัด...

แม่หันไปหาพี่ชายแล้วถามว่า "เราทำให้น้องได้มั้ย..."
แล้วแม่ก็หันมาหาเรา "แล้วถ้าวันหนึ่งพี่ไม่ได้มายุ่งกับชีวิตของเราสองคนแล้ว เราจะมีความสุขจริงๆใช่มั้ย..."

ฉันมองไปหาพี่ พลางนึกคิดว่าถ้าวันหนึ่งพี่ได้หายไปจากชีวิตของเราสองคนจริงๆ ฉันจะมีความสุขได้อย่างที่คิดหรือเปล่า...
ชีวิตใครก็ปล่อยให้คนคนนั้นกำหนดเอง เราทำได้แค่อยู่ข้างๆ และเป็นกำลังใจให้กันก็พอ...
"การได้เห็นลูกทะเลาะกันในทุกๆวัน คิดบ้างมั้ยว่าแม่ก็ร้องให้เป็น..."

#เด็กชายมุมมืด
SHARE
Written in this book
เด็กฝึกหัด Diary life
ทุกเรื่องราว มันมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่
Writer
AMAB
writer
เสียงสะท้อนที่ไม่ได้ยิน

Comments

Sadgirlherher
1 year ago
มีต่อมั้ยคะเเง้
Reply
AMAB
1 year ago
คิดอยู่ว่าจะต่อไงดีอ่าาาาา^_^