Chapter 1 : มะเร็งตอนอายุ 22
ใช่แล้วค่ะ ฟังไม่ผิดหรอก
เราเป็นมะเร็งตอนอายุ 22 ปี
เราคิดอยู่นานเลย ว่าจะเขียนเรื่องนี้ลงดีไหม
คือ... เราไม่อยากให้ใครมาสงสารเราเลยอะค่ะ
แต่ที่เราเลือกมาเขียนลงในนี้ เพราะในนี้ไม่มีใครรู้จักเรา

"คุณเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กินนะคะ"
ในห้องสี่เหลี่ยมที่ทาสีพื้น ขนาด 20 ตร.ม.
หมอพูดด้วยน้ำเสียงกังวลใจในลำคอแต่สีหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ
ระดับความดังเสียงพอๆกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องนั้น
พลางมองดูข้อมูลในหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างละเอียดอีกครั้ง
"คุณอายุยังน้อย ไม่เป็นไรนะคะ มะเร็งชนิดนี้โอกาสหายสูงมาก"
สิ้นเสียงของหมอ หูของเราก็แทบไม่รับรู้อะไรไปเลยชั่วขณะ
เราเดินออกมาจากห้องตรวจ ด้วยดวงตาที่ไร้แวว
เมื่อวานเรายังเป็น "คนปกติ" อยู่เลย
วันนี้เรากลายเป็น "คนป่วยโรคมะเร็ง" ไปแล้ว

ตอนอายุ 22 ทุกคนกำลังทำอะไรอยู่คะ
บางคนคงอยู่ในช่วงกำลังทำทีสิสจบมหาวิทยาลัย
บางคนคงกำลังเริ่มทำธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเองครั้งแรก
ส่วนเราเรียนคณะสถาปัตย์ค่ะ หลักสูตรที่เรียนคือ5ปี
เพราะฉะนั้นทางเลือกของเรา มีไม่มากนัก

ดรอป หรือ ไม่ดรอป

เราเป็นพวกอยู่เฉยๆไม่เป็นค่ะ
เราไม่สามารถอยู่เฉยๆ เพื่อรักษาตัวเองไปวันๆได้
ถ้าเราอยู่เฉยๆ เราจะรู้สึกไม่มีค่าอะไรเลย
เราเลยเลือกที่จะไม่ดรอปเรียนค่ะ
จริงๆสำหรับคนเป็นมะเร็งระยะแรกอย่างเรา 
มันก็ไม่เหนื่อยนะคะ เราเรียนไปรักษาไปด้วยได้
หรือจริงๆเราหลอกตัวเองรึเปล่าก็ไม่รู้
แต่เราอยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีนะคะ
ได้ใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนคนทั่วไป
แค่ระวังเรื่องสุขภาพ อาหารการกิน สภาพที่อยู่
แต่ด้วยคณะที่เราเรียน ขึ้นชื่อเรื่องเรียนหนัก
เราเลยต้องระวังร่างกายตัวเองเป็นพิเศษ
อันนี้ไม่ได้จะบอกว่าคณะอื่นไม่เรียนหนักนะคะ
หมายถึงว่า คณะเราใช้เวลาทำงานที่ได้รับมอบหมาย
ค่อนข้างเยอะค่ะ ทำให้พักผ่อนน้อยกันมากๆ

จริงๆนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เราเป็นมะเร็งนะ

คุณหมอบอกเราว่าที่เราเป็นมาจากยีนเรากลายพันธุ์
ครอบครัวเราไม่มีใครที่มีประวัติเป็นมะเร็งเลยค่ะ
มันมาจากการที่เราทำงานหนักมากเกินไป
ใส่ใจสุขภาพตัวเองน้อยเกินไป เราถึงเป็นแบบนี้
แต่ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้
เราก็คงเลือกจะใช้ชีวิตแบบนี้เหมือนเดิมนะ
อ่านถึงตรงนี้ขอร้องว่า "อย่าด่ากันเลยนะคะ"
เรามีความสุขดีกับชีวิตก่อนหน้านี้มากๆ
เราได้ทำอะไรที่เราคิดว่ามันเต็มที่และสนุกกับมัน
แต่หลังจากนี้ เราคงจะเพลาๆลงแล้วล่ะค่ะ
ชีวิตนี้.. ขอเป็นครั้งเดียวพอเนอะ

จริงๆ ที่มาเล่าประสบการณ์นี้ให้ฟัง
เพราะเราอยากให้กำลังใจคนที่ป่วยอยู่ค่ะ
ไม่ว่าคุณจะป่วยด้วยโรคอะไร สู้มันไปด้วยกันนะคะ
เราเป็นคนเรียบเรียงคำพูดไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่
เราไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ตอนไหน เมื่อไหร่ดี
ก็... อย่าพึ่งงงๆกับบทความของเราเลยนะคะ (ขำ)

ตอนนี้เราอยู่ในช่วงให้คีโมบำบัด
ก็ทรมานเป็นช่วงๆแหละ
แต่ไว้วันหลังเราจะเล่าให้ฟังนะคะ

ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงค่ะ :)






SHARE
Written in this book
C811 Hodgkin's Lymphoma
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
Writer
1473
Observer
Sorry , I'm a bisexaul.

Comments

WanNeebbs
2 months ago
สู้ๆนะคะ ✌🏼
Reply
1473
2 months ago
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ