ประสบการณ์ Full marathon แบบคนไม่ได้ซ้อม
“พวกเอ็งทั้งหลาย มันเป็นประเพณี น.ศ. แลปเรา และแลปในภาค ทุกคนจะลง full marathon กัน ที่งานมาราธอนจังหวัดคาโกชิม่า รายละเอียดคือ..” 

รุ่นพี่ ป. โท ปีสองที่เป็น leader ของแลป ได้พูดชวน (กึ่งบังคับ) รุ่นน้องทุกคนในแลป

โอเคนะ ไปกันทุกคนนะ 

ตอนนั้นเราอยู่ ปี4 เพิ่งเข้าแลปมาใหม่ เค้าไปกันหมดอะ เราก็แบบ ... เอาวะ ไปก็ไป
จะปฏิเสธก็เสียบรรยากาศ

เอาจริงๆ ย้อนก่อน
คือเราอะ 

ไม่เคยเล่นกีฬาเว้ย
กีฬา กับ ฉัน
คือห่างไกลกันมาก

เท่าที่จำได้ 
ตอน ป. 6 กระโดดสูง (เพราะตอนนั้นสูงเกือบสุดในห้อง)

แล้วพวก ว่ายน้ำ กรีฑา บาส แฮนด์บอล เทนนิส ปิงปอง อะไรพวกนี้คือเรียนที่โรงเรียนบังคับให้เรีบนคาบพละ

ถามว่าอะไรเก่งสุดหรอ ท็อปห้องต้องนี่
ลีลาศ 555555555
คือเราเต้น เป็นหลีด ชอบแสดงอะไรพวกนี้
แต่กีฬาคือไม่ ไม่เลย

ละคือ คนที่ไม่เล่นกีฬามาก่อนอย่างกูเนี่ยนะจะวิ่งมาราธอน?
คือ เรามองภาพไม่ออกว่ามันจะหนักขนาดไหน
รุ่นพี่ก็แบบ “เห้ย มันอยู่ที่ใจเว้ย”

เราก็แบบ แม่ง... ไปก็ได้วะ
ละประเด็นคือ เราไปมาราธอนที่เมือง ibusuki
จังหวัดคาโกชิม่า ต้องเสียค่าเดินทาง รวมกับค่ามาราธอน เบ็ดเสร็จ

12,000 บาท
เสียเป็นหมื่น เพื่อไปทำให้ร่างแหลกอะ โถ่ว

ขอเล่าเป็นฉากๆ ตั้งแต่ซ้อมละกันนะ

ตอนซ้อม
เราไม่ชอบวิ่งเลยอะ มันไม่สนุก
ไม่ค่อยเข้าใจทำไมคนชอบวิ่งกัน
เราต้องยัดหูฟังนะ ไม่งั้นไม่อยากวิ่ง

ซ้อมก่อนไปวิ่งจริง 4 ครั้งถ้วน

3 กิโล, 5 กิโล, 5 กิโล, 20 กิโล

โคตรจะน้อย 555
ไอ่ตอนวิ่ง 20 กิโลอะ คือแบบ เห้ย ก็ได้นี่
เลยคิดว่า เออ วันจริงก็แค่วิ่งแบบนี้สองรอบ
น่าจะไหวปะวะ

แต่แบบ คิดผิดไง ... วันจริงมันโหดกว่านี้มาก
ด้วยที่ว่า เราฝึกวิ่งแต่ทางราบ

แต่คอร์สฟูลมาราธอนที่ ibusuki
เป็นที่ลือชาเรื่องความหิน ด้วยความชันทั้งคอร์ส
สูงสุดที่ 100m
ครองอันดับความยากอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น

อันนี้เพิ่งรู้หลังวิ่งเสร็จ ผีมาก 


ดีละ... ไม่งั้นถ้ารู้ก่อนจะไม่ไป 55

วันจริง ก่อนวิ่ง
อากาศเดือนมกราคมที่ญี่ปุ่น 
อุณหภูมิประมาณ 5-10 องศา ที่เกาะคิวชู
ต้องใส่ wind breaker กันหนาวนิดนึง

ไปถึงจุดสตาร์ท 6 โมง ลงชื่อ รับป้าย ฝากของ
คนเยอะเหมือนกันอะ หลายพัน
เริ่มวิ่งจริง 7 โมงครึ่ง? มั้ง ถ้าจำไม่ผิด

ก่อนวิ่งก็แบบ เห้ย ชิวๆ ค่อยๆ วิ่ง เหนื่อยก็เดิน
เดี๋ยวก็ถึง

เวลากำหนดคือ ต้องวิ่งฟูลให้ครบ ภายใน
8 ชั่วโมง


พอถึงจุดสตาร์ท
คนที่เก่งๆ มีเรคคอร์ด ก็ไปอยู่ด้านหน้า
พวกโนเนมอย่างเรา หลังสุดเลยค่ะ

“ปังงง” พอสตาร์ทแล้ว
นู่นอะ กว่าแถวจะเดิน รอไป 5 นาที
ค่อยๆ เดิน คนเยอะมาก แถวติดมาก

1-10 กิโลแรกเห้ยชิวอะ ชิวจริง
อากาศดี ค่อยๆ วิ่ง
เหนื่อยนะ แต่แบบ โอเค ยังไม่ต้องพัก วิ่งช้าๆ ไปเรื่อยๆ 

วิวช่วงแรกเป็นบ้านคน ในตัวเมือง ค่อยๆ ออกชนบทนิดนึง มีจุดให้น้ำจุดแรก กินซะเยอะเลย
เค้าแจกของดีประจำจังหวัดด้วยนะ

กล้วย ส้ม มันเทศ น้ำตาลกรวด น้ำตาลอ้อย

คือแบบ อย่ากินเลย มันเทศอะ 5555 มันดูดน้ำไปหมด ตอนแรกเรากินแต่กล้วยอะ

10-20 กิโล
เริ่มเหนื่อยโคตรๆ ตอน 20 กิโลคือแบบ หยุดพัก หยุดเข้าห้องน้ำ หยุดกินอาหารที่เค้าแจก

คือแม่งโคตรเหนื่อยอะ
พอหยุดปุ้บ อาการปวดเท้า ปวดขา มาเลยค่ะ
ไม่น่าหยุดเลยกู

แล้วแบบ คิดว่า โห อีกตั้งครึ่งนึง กูจะทำไงวะ
จะรีไทร์ ก็คงจะโดนพี่ๆ ในแลปล้อแน่ๆ วิ่งต่อละกัน

วิวช่วงนี้เป็นแปลงเกษตร ภูเขา บ้านคน ทะเลสาบใหญ่มากกก ดอกไม้บานเต็มเลย

คว้าน้ำตาลกรวดที่เค้าแจกใส่กระเป๋า
วิ่งไปอมไป

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่กินน้ำตาลเพียวๆ
ณ จุดนี้ glucose คือสิ่งจำเป็น กูจะตาย

20-30 กิโล
หยาบนิดนะ

คือแบบ อื้อหืมมมมมม เหนื่อยเชี่ยๆ
วิ่งๆไปเห็นเนินด้านหน้าละใจมันท้ออออออ
ละแบบมีแต่เนินอะ ตอนขึ้นก็เหนื่อย
ตอนลงก็เจ็บเข่า 
เหนื่อยแบบ ..... จะหยุดได้มั้ย 
แต่รอบๆ คือไม่มีไรเลย อยู่ในทางป่า
รถรีไทร์ มันก็วิ่งตลอดนะ แต่ก็ฝืนใจไม่โบก
บอกตัวเองว่า กูจะตายก็ได้ แต่กูต้องไม่โดนล้อ

คือแลปเราชอบล้อกันไง เป็นประเด็นทีโดนล้อจนวันตายอะ ไม่เอา ฮึบๆ ต่อ
ตีนจะหลุดละโว้ย

ระหว่างทาง คนที่อาศัยอยู่แถวนั้นก็จะออกมาเชียร์ที่หน้าบ้านตัวเอง แจกของกินบ้างแหล่ะ
มีที่หนึ่งปิ้งปลาให้เป็นตัวๆ 555

บางคนพ่นสเปรย์กันเจ็บให้
คือซึ้งน้ำใจคนมากๆ เลยอะ

วิวช่วงนี้เป็นหุบเขา เนิน บ้านคน
แปลงเกษตร

30-35 กิโล
ที่สุดของที่สุด


คือคำว่า เจ็บจนไม่รู้สึกอะไรแล้วอะ
เท้าอะ หลุดไปแล้ว
ที่วิ่งอยู่คือสมองสั่ง
แต่เท้าอะ ไปไหนไม่รู้แล้ว

วิ่งไป ถามตัวเองไป

นี่กูคือใคร กูทำอะไรอยู่ กูทำเพื่ออะไร


หลอนจริงอะ เหมือนจิตตก 
บางทีเห็นภาพหลอน

คือทุกๆ กิโล มันจะมีป้ายบอกว่ากิโลที่เท่าไหร่แล้ว
ละคือ โอเค มะกี้ 30 กิโล
แต่วิ่งมานานมากละอะ สงสัยพลาดไป นี่คงเกินมาซัก 3 กิโลละมั้ง สงสัยตอนนี้ 33 กิโล

วิ่งไปวิ่งมา

ผ่างงงงงง
31 กิโล
...........

ท้อออออ คือใจมันท้อออออ
เหมือนผ่านไปเป็นปี เพิ่งวิ่งได้โลเดียว

ละคือมาถึง 35 แล้ว
จะกลับก็ไม่ได้ละปะ
แต่อีก 7 กิโลก็จะไม่ไหวอะ

กัดฟันวิ่งต่อ น้ำตาจะไหล

วิวช่วงนี้คือ ทะเล อุโมง 

35-42 goal
วิ่งวนกลับมาในเมือง ที่จุดสตาร์ท
เอาจริงๆ พอมาถึง 40 แล้ว
แรงฮึบๆ มันมาจากไหนไม่รู้อะ
แบบ เฮ้ย! 40 ละเว้ย อีก 2 กิโล

2 กิโลสุดท้ายคือเราเดินอย่างเดียวเลยอะ

ในที่สุดก็ goal 
ที่เวลา 7 ชั่วโมง 35 นาที

เกือบบบบบบ ไม่ได้ละไง เค้ากำหนดให้ 8 ชม.
คือเราอะช้า 
เพื่อนเราที่เร็วๆ เล่นกีฬามา
ผู้ชาย : 3-5 ชม.
ผู้หญิง : 4-7 ชม.

แต่เอาน่ะ เข้าเส้นชัยได้ก็บุญขนาดไหนละ

พอถึงเส้นชัยปุ้บ ขา freeze เลยอะ เดินต่อไม่ได้
เหมือนมันเกินที่สุดมานานแล้ว
พอทุกอย่างจบลง ร่างกายขะงักเลยค่ะ

จบที่ไข้ขึ้น และร่างพังไป 2 อาทิตย์

ไม่สามารถเข้าห้องน้ำแบบนั่งยองๆ ได้
ขึ้นบันไดก็ไม่ได้
ถอดกางเกงใน ใส่กางเกงลำบากมาก
นอนก็พลิกตัวไม่ได้

ที่สุดของความร่างพัง

ตอนนี้ ปัจจุบัน
ใบประกาศเข้าเส้นชัย
เห่อะ ทิ้งไปละ ตอนย้ายบ้าน

บอกตัวเองว่า
กู จะ ไม่ วิ่ง อีก!!
ละคือ.... สรุปนะ

ปีนี้เว้ย แลปกูจัด full marathon อีกแล้ววววว
ปีนี้ไง คือเป็นพี่ ป. เอกแล้ว 
ไม่มีใครสั่งกูได้ เห่อะ

แต่กรรมคือ รุ่นน้องที่น่ารัก
มาอ้อนๆ
พี่น้าาา ลงด้วยกันหมดแลปนี่เลยน้า น้องๆ ไปกันทุกคนเลย พี่ไม่ลงหรออ
ง่ะ .......
ละคือ ปฏิเสธไม่เป็น

แต่ๆๆๆ รอบนี้ จะไป ฟุคุโอกะมาราธอน
ซึ่ง! คนสมัครเยอะมากกกกก
เปอร์เซ็นต์ได้ แค่ 33%

โอเค กูไม่น่าได้

สมัครส่งๆไปก่อน ขี้เกียจปฏิเสธรุ่นน้อง
ยังไงสุ่มมา ก็ไม่ได้อยู่ดีวะ

ปรากฎว่า
ดวงกูอะเนอะ

ได้จ้าาาาาาา


ได้เฉยเลยจ้าาาาาา
ไอ้พวกที่อยากวิ่ง ไม่ได้ซักคนจ้าาา
กูเนี่ย ได้จ้าาาาา

สรุปจากทั้งแลป ถูกคัดเหลือครึ่งแลป

ฮืออออออออออ นี่กูต้องไปเจออะไรแบบนั้นอีกแล้วหรอออออ

เงินก็จ่ายไปแล้ว แพงโคตรๆ
ไม่ไปก็ไม่ได้อีก

แต่รอบนี้ไม่ชันมาก ทางราบเยอะหน่อย..
หวังว่าจะวิ่งครบละ สาธุ

สิ่งที่ได้จากมาราธอน
ไว้อวดคน 

เฮ้ยยย กูวิ่งฟูลมาละว่ะ 5555
ล้อเล่น

มิตรภาพ ละมั้ง

คือเราวิ่งกับคู่แลปทีีเป็นผู้ชาย
คือปกติ ตีกันแทบตาย ทะเลาะกันทั้งปีอะ

แต่พอมาวิ่งด้วยกัน คือนางวิ่งเร็วนะ
แต่ยอมวิ่งช้า เดินเป็นเพื่อนเรา
เข้าเส้นชัยสายพร้อมเรา
ตอนเราหลง ก็วิ่งกลับมาตาม

แบบ... ยามทุกข์ยากอะ
ทำให้คนเห็นสิ่งดีๆ ของกันและกัน

หลังจากนั้นมาคือกูขอโทษนางเลยนะ
ที่ผ่านมา ขอโทษ ขอบคุณนะ
คือดีกันเลยหว่ะ คุ้มมาก


รุ่นพี่อีกคน
วิ่งกับเพื่อนผู้หญิง
ตกหลุมรักกัน จนแต่งงานไปเมื่อเดือนที่แล้ว

ดีเนอะ :)

โอเค จบการรีวิว
ถ้าใครผ่านมาอ่านก็ขอบคุณนะคะ

เห้ออ... นี่ยังทำใจไม่ได้เลยอะ ว่าต้องไปวิ่งอีกรอบ
ถือว่ารอบสุดท้ายบอกลาอายุเลข 2 ละกัน

:)

SHARE
Writer
Hiphop_hippo
On the way_Plant Researcher
My life in Japan and my stories 😃 Phd student Passionate plant scientist

Comments

Traveler_101
1 year ago
สุดยอดครับ แต่ก็แอบขำ55
Reply
Hiphop_hippo
1 year ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ฮืออ
nananatte
1 year ago
สุดยออออดดดค่าาาา จิตใจเข้มแข็งมาก ขำตอนกิโลที่ 30 ขึ้นเป็น 31 มาก โถๆๆ
วิ่งรอบใหม่ก็สู้เค้านะคะ :-)
Reply
Hiphop_hippo
1 year ago
ขอบคุณมากๆ ที่เข้ามาอ่านนะคะ รอบหน้าไม่อยากวิ่งเเหล่ววว T_T