ขอลอกหน่อยน้า
ถ้าถามว่าใครไม่เคย "ลอก" หรือ "ถูกลอก" การบ้านบ้าง?
น่าจะไม่มี เพราะฉันเชื่อว่ามันน่าจะเป็นวัฒนธรรมเหมือนกันทั่วโลก
เป็น กระบวนการพื้นฐานของชีวิต ที่ต้องรอด ตั้งแต่ตอนเรียนยันตอนสอบ
จนกลายเป็นเรื่องปกติ หรือเป็นเรื่องที่ยกย่องในหมู่เพื่อนฝูก หรือสุดๆ กว่านั้น เลยเถิดกลายกันถึงความเห็นใจเมื่อโดนจับได้

หืมม.. ทั้งๆ ที่มันคือการ "ทุจริต" นี่นะ

ฉันชวนเธอคุยเรื่องนี้ เพราะจะชวนเราย้อนกลับไปถึงครั้งแรกของพวกเรา
ครั้งแรก ที่เราตัดสินใจเอ่ยปาก ขอเพื่อนลอกการบ้าาน
ครั้งแรก ที่เพิื่อนข้างหลังสะกิดเรา เพื่อขอลอกข้อสอบ
ตอนนั้น เรารู้สึกอย่างไร ไล่เรียงมาจนถึงวันนี้

วันนี้เราเรียนจบแล้ว
แต่การ "ลอก" กัน ก็ยังคงอยู่

การลอกกันในเรื่องงาน เอาผลงานเราไปต่อเติมเป็นของตนเอง จากเพื่อนร่วมงาน หรือจากหัวหน้างาน ฉาบด้วยคำพูดอันสวยหรู ที่ทำให้เรารู้สึกดี แม้ว่าผลงานและรางวัลจะเป็นของเขาก็ตาม (ยิ้มอ่อน)
หรือ การลอกกันจากคู่แข่งในธุรกิจ ที่ทำกันโดยอ้างถึงสินค้า หรือ บริการที่เยี่ยมยอดกว่า (ยิ้มเหยียด)
หรือ การลอกกันด้วยเรื่องความรู้สึก ยิ่งในโลกโซเชียลด้วยแล้ว การก้อปปี้ข้อความแสดงความยินดี หรือ ความเสียใจจากคนอื่นๆ ในกลุ่มไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งปกติของสังคม (ฮาไหม)

เป็นตัวอย่างเล็กน้อย ที่การลอกยังคงดำรงต่อไป แม้ว่าในอีกมุมมันนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นก็ตามที แต่การเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว ก็ยังแฝงอยู่ไม่ไปไหน

เราเองก็คงต้องปกป้อง หรือ มีส่วนในส่ิงที่เราทำ เราสร้างมันขึ้นมาไม่ว่าจะแปรมันให้เป็น "ผลงานร่วม" หรือ "น้ำใจ" ที่มอบให้แก่กันก็ตาม

ฉันขอให้พวกเราอย่าท้อ อย่าท้อที่มีคนอีกหลายคนต้องมาเอาเปรียบเรา ให้มองว่า เราคือคนที่เขาต้องพึ่งพิง บอกให้เขารับรู้ถึง "น้ำใจ" ที่ให้กัน

ส่วนคนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะขอ "ลอก" จากคนอื่นๆ นั้น ลองปรับตัวเองเป็นผู้ให้บ้าง
แล้ว รอยยิ้ม หรือ คำขอบคุณ ที่ได้ตอบแทนมา

คุณรู้สึกอย่างไร?

SHARE
Writer
Khon_Khang_Care
Listener and Sharing
คนข้างแคร์ แชร์ด้วยกัน -- ในโลกที่เหมือนจะเล็กแต่เรากลับรู้สึกอ้างว้างกว่าเดิม ที่นี่ขอเป็นที่แวะพัก เพื่อนั่งคุย ปรับทุกข์ เสริมสุขกัน มาแลกเรื่องเล่า มุมมอง ที่เติมเต็มให้เรากลับไปเดินทางต่อ ด้วยพลังและกำลังใจ (https://www.facebook.com/profile.php?id=100038621946497)

Comments