“จะเก็บท้องฟ้าเอาไปฝากคุณ”
ไม่รู้ว่าทุกคนเป็นเหมือนกันกับเราไหม ทุกครั้งที่มีความรู้สึกบางอย่างในใจเราจะแหงนมองท้องฟ้า
ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา คิดถึง ท้องฟ้าจะคอยปลอบประโลมเราอยู่เสมอ

เราเมื่อตอนต้นปีเคยลาออกจากงานประจำกลับไปอยู่ต่างจังหวัดกับครอบครัวเกือบ3เดือนที่เราไม่ได้ทำงานไม่มีรายรับเข้ามาในช่วงนั้น. 
ถึงแม้ทุกคนจะบอกเราว่า “อยู่บ้านก็ได้ไม่ต้องกลับไปหรอก”  “อยู่นี่แหละไม่เห็นต้องกลับไปลำบากเลย”
ประโยคที่ทุกคนในครอบครัวพูดกับเราตลอดระยะเวลา3เดือนที่เราลงไปอยู่บ้าน
เรารู้ว่าทุกคนคิดแบบนั้นจริงๆ แต่ตลอดระยะเวลา3เดือนที่ลงไป เรากลับไม่ได้สบายใจเท่าที่ควรเป็น เรามัวนั่งคิดโทษตัวเองว่าไร้ประโยชน์ทำตัวเป็นเด็กๆไม่ยอมทำงาน 

สุดท้ายเราจึงตัดสินใจลงมาทำงานกรุงเทพอีกครั้ง
เราได้งานบัญชีในบริษัทแห่งหนึ่ง การทำงานที่เป็นวูปวนไปวนมาตลอดทั้งเดือนมี แค่ ตื่นเช้าไปทำงานเลิกงานกลับบ้านนอน การใช้ชีวิตแบบนี้อยู่เดือนกว่าๆ เริ่มทำให้เราหมดไฟ ทุกเช้าที่ต้องตื่นไปทำงานเราเริ่มงอแงและตื่นยากขึ้น

จนกระทั่งมีเช้าวันหนึ่งเวลาประมาณตี5เศษ เราตื่นขึ้นเพื่อเตรียมตัวจะไปทำงาน เราออกมายืนที่ระเบียงห้อง ภาพท้องฟ้าที่ถูกแสงพระอาทิตย์ฉาบจนกลายไปสีชมพูสวย มีก้อนเมฆปุกปุยคล้ายขนมสายไหมลอยอยู่ ภาพตรงหน้าเราวันนั้นสวยจนไม่รู้จะพรรณนายังไงให้คู่ควรกับความสวยของท้องฟ้า ช่วงเวลานั้นเหมือนเราล่องลอยไปชั่วขณะ เรายืนมองท้องฟ้าอยู่นาน ในใจฟูๆแปลกๆ

เราเริ่มอาบน้ำด้วยอารมณ์ที่สดใส เป็นวันแรกที่เราสามารถเริ่มตอนตอนเช้าได้อย่ามีความสุข หลังจากวันทุกเช้าของวันนี้ที่ต้องตื่นไปทำงานเราจะตื่นมาเก็บท้องฟ้าไว้ไปฝากตังเองในตอนที่เหนื่อยล้าอยู่เสมอ

“ถ้าเกิดว่าเหงา เศร้า หรือมีความสุข อย่าลืมมองขึ้นไปบนท้องฟ้านะ”







SHARE
Writer
Gun1708
Reader
ซักวันเธอจะถูกค้นพบโดยคนที่เหมาะสมในเวลาที่ถูกต้อง

Comments