ครึ่งปีผ่านไป กับ New Year Resolution
เป้าหมายมีไว้พุ่งชน! 
นี่คือ Subject สำหรับ New Year Resolution ของข้าพเจ้า ในสมุดบันทึกลับที่จดมันทุกอย่าง
ส่วนตัวคิดว่า New Year Resolution เป็นเรื่องไร้สาระถ้าคิดอยากเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรก็ควรลุกขึ้นมาทำเลยสิ (วะ) แต่อย่างที่เห็นเมื่ออยู่คนเดียวก็แอบเขียนๆ จดๆ อย่างที่เห็น นี่ยังน้อย ช่วงที่คลุ้มคลั่งมาก ระบายที่ไหนไม่ได้ เขียนๆ ระบายซะหลายหน้า
 
สิ่งหนึ่งที่ทุกต้นปี หรือก่อนวันหมดสิ้นปีมักจะได้เห็นผ่านตา ใช่ในยุคสมัยนี้การโพสต์ข้อความอะไรต่างๆ มักจะเห็นผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นส่วนใหญ่ ต่างจากเมื่อก่อนมาก ที่จะรู้ถึงความหวัง ความฝัน ความฟุ้งเฟ้อปนเพ้อเจ้อของใครซักคน เราต้องนัดเพื่อพบปะกันตัวเป็นๆ
เอาเถอะ! โลกมันก็หมุนไปข้างหน้าทุกวัน การรำพึงถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้วโลกมันก็ไม่เดินถอยหลัง
(เอ๊ะ หรือที่ที่เราอยู่กำลังถอยหลัง)

การตั้ง New Year Resolution ครั้งนี้ส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจากการฟัง podcast
ของอาจารย์นพดล ร่มโพธิ์  ระหว่างทำงาน ฟังไปฟังมาดันน่าท้าทายที่จะทำและติดตามผลดูว่าจะสามรามารถเอาชนะตัวเองได้รึเปล่า ลองทำอะไรใหม่ๆ บ้าง  ว่าแล้วก็เริ่มลองลิสต์สิ่งที่อยากทำเป็นข้อๆ ดู แต่กว่าจะลิสต์ได้ก็หืดขึ้นคอดูได้จากวันที่เขียน ด้วยนิสัยอยากทำ! ทำ! ลงมือ

ลิสต์ที่พอเขียนจับต้นชนปลายได้จึงมีแต่สิ่งง่าย ดังนี้

เก็บเงินสดให้ได้ 50,000 บาท ปี
จากภาพตัดแปะด้านบนก็น่าจะคำนวณเงินเก็บคร่าวๆ ได้ตามนั้น คือ เงินเก็บรายวัน เงินเก็บรายสัปดาห์ เงินเก็บรายเดือน เงินฝากประจำถอนไม่ได้ เงินเล่นแชร์ เศษเหรียญที่เหลือต่อวันเท่าไหร่ก็หยอดลงโหลให้หมด นี่คือเงินเก็บที่มีตายตัวที่คำนวณได้ และรายจ่ายที่ต้องใช้แน่ๆ ค่ากิน 7,000.- ค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซค์(ที่คิดเป็นค่าเดินทางไปทำงาน ถ้านั่งรถไฟฟ้าไปคือแพงกว่า ขับรถไปก็เสียพลังงานชีวิตมากๆ) ค่าไฟฟ้าที่บ้าน ค่าอาหาร+ทรายแมว ค่าโทรศัพท์ ค่าของใช้เบ็ดเตล็ด ต่อเดือนถ้าจ่ายแค่นี้ มันก็จะเหลือประมาณ 10,000 -12,000 แหม! เก็บแค่ 50,000.- ง่ายจะตายมันไม่ง่ายขนาดนั้นอ่ะดิ มันมีตัวแปลอื่นๆ อย่างค่าบัตรเครดิต (พยามยามใช้ไม่เกิน 5,000 ต่อเดือน) ซื้อกองทุนอีก และทำบ้านอีก เอาเป็นว่าเงินเก็บครึ่งปีแรกคือหายไปหมดเรียบร้อยแล้วจ้า! ยังไงก็ยังต้องทำต่อไป แค่ 50,000.- ถือว่าเอาน่ายังมีเวลาอีกตั้ง 6 เดือนสู้ต่อไป!

ลดการใช้บัตรเครดิต เริ่มเดือนเมษายน
อันนี้ลดไม่ได้จริงๆ เหมือนเป็นนิสัย ในกระเป๋าสตางค์มีเงินติดไม่เกิน 400 บาท/ต่อ 2 วัน เพราะฉะนั้นเวลาจะกิน(ส่วนมากจะเป็นเรื่องกิน) อาหารมื้อที่แพงกว่างบ 500 บาทขึ้นก็ต้องใช้บัตรเครดิต กอปรช่วงที่ผ่านมาต้องซื้อของทำบ้านที่ไทวัสดุ ก็ใช้บัตรเครดิต อยากได้แต้ม บางกรณีก็ใช้ผ่อน 3-4 เดือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายเพราะเวลาทำบ้าน อาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การมีเงินสดสำรองไว้เป็นดี ซึ่งงบบานปลายจริงๆ แค่ซ่อมแซมและตกแต่ง ตั้งไว้ 250,000.- ทะลุเกือบ 350,000.- ถึงลดไม่ได้แต่ปัจจุบันก็ไม่ได้ซื้ออะไรนอกจากใช้จ่ายกับการกินอย่างเดียว
ซึ่งบัตรเรายังใช้ผ่อนของจากไทยวัสดุอยู่เลย! 

เริ่มลงทุนใน LTF/RMF
เป้าหมายนี้เขียนผิด ต้องเป็นคำว่า “เพิ่มการลงทุน ใน LTF/RMF” ดันเขียนเป็น “เริ่มลงทุนใน LTF/RMF” ไปซะได้  ข้อนี้ก็ลงทุนเพิ่มไปเรียบร้อย แค่หลักพันต่อเดือนก็เฮอะ

มีรายได้เพิ่มขึ้นจากงานประจำ 50,000 บาท 
อันนี้ถือว่าค่อนข้างท้าทายมากๆ และผลสำเร็จค่อยข้างริบหรี่ ช่วงนี้ทุกอย่างถดถอย เคยทำน้ำสมุนไพร ขายได้กำไรเฉลี่ยเดือนละ 2,000 กว่าบาท หารสองกับแม่คนละครึ่ง ถือว่าไปได้ดีเลยแหละ แต่มันหยุดตรงช่วงที่ทำบ้านเกือบสองเดือน เพราะต้องย้ายออกแล้วบ้านที่ย้ายเข้าไปอยู่ ก็ไม่ค่อยสะดวกที่จะทำอะไรเลย ตอนนี้ก็หยุดยังหาลู่ทางทำอะไรใหม่ๆ อยู่ ขนาดแค่ปีละ 50,000 ความหวังริบหรี่เลยให้ตายซิ

ทำบ้านให้เสร็จก่อนฤดูฝน 
ทำสำเสร็จแล้ว! ตอนนี้เหลือแค่ตกแต่งเพิ่มเติม และซื้อเครื่องใช้เพิ่มเติม เป็นการเคลียร์บ้านเลยจริงๆ ได้ตัดใจ ทิ้งของ มองดูและบอกลาที่เราไปต่อกันไม่ได้แล้วจริงๆ ตามที่ มาริเอะ คนโด ได้กล่าวไว้ เสร็จแล้วก็รู้สึกหายใจหายคอโล่งขึ้นแต่เชื่อว่าไม่นานก็จะมีของเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน  ไว้จะเล่าเรื่องเต็มๆ อีกที
อีการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเนี่ย!

เริ่มกลับไปเรียนภาษาอังกฤษ 
เรื่องนี้ผีเข้า-ผีออก คือลงเรียนหลายรอบแต่ก็ไม่จบสักที ขี้เกียจบ้าง ภารกิจรัดตัว และส่วนตัวไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ หนึ่งในเป้าหมายประจำปีนี้ คือเรียนคุยกับชาวต่างชาติ เคาะสนิมภาษาออกหน่อยไม่ค่อยได้ใช้เลย สิ่งที่เรียนก็ซ้ำๆ นะ เรียนไปก็ร้องอ่อ.... เพราะห่างจากการเรียน ปวช. (ที่เข้มข้น) ก็หลายปีอยู่ ในมหาวิทยาลัยฯ ก็เหมือนเรียนให้เอาตัวรอดไป วันๆ การเรียนวิชาสามัญเก่งมันไม่คูลเอาซะเลย(ตอนนั้นคิดอย่างงั้นจริงๆ) ยกเว้น สถิติ กับแคลคูลัส ตอนนี้ก็เรียนอยู่ เหมือนเป็นการพบปะอีกสังคมหลังเลิกงานสนุกดี เวลาเรียนเออออ ไปตามเขา การเรียนกับ
ครูต่างชาติที่สอนก็ได้อีกอารมณ์จริงๆ มันสนุกตรงที่ได้เรื่องนอกบทเรียน ได้เรียนรู้อะไรที่แปลกๆ หรือสงสัยอะไร ผู้สอนก็จะตอบให้ได้ร่วมถึงบอกถึงสิ่งควร/ไม่ควรในการใช้

สรุปครึ่งปีแรกสำเร็จบ้าง-ไม่สำเร็จอย่างน้อยก็ได้เริ่มทำจริงๆ ดีกว่าปล่อยเรื่อยๆ ครึ่งปีหลังยังพอมีเวลา ว่าแล้วก็หาสิ่งทำเพิ่มเพื่อปลดล็อคตัวเองเพิ่มขึ้นดีกว่า ว่าแต่ยังคิดไม่ออกเลยแต่ก็ 


ยินดี!

 

 

 



SHARE
Written in this book
Diary
Writer
PiXiT
Unemployed
No Tea, No Shade!

Comments