เติบใหญ่ด้วย "ไอจิ"
 
  ถ้าหากพูดถึงประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย หนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ผุดขึ้นมาในหัวโดยทันทีก็คงไม่พ้นประเทศแดนอาทิตย์อุทัยอย่างประเทศญี่ปุ่น ข้าพเจ้าเองเคยเป็นหนึ่งในนัก(ใช้แค่ตา)ท่องเที่ยว และตกหลุมรักในประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก ไม่ใช่แค่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่รวมถึงผู้คนและบรรยากาศชวนฝันเหล่านั้น ทำให้การไปประเทศญี่ปุ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเรื่องปกติ

   หากแต่วันหนึ่งที่ข้าพเจ้าเริ่มเติบโตขึ้น การท่องเที่ยวผ่านเพียงเลนส์กระจกตาสร้างความรู้สึกพื้นๆในจิตใจ การลงลึกถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ต่างหาก ที่ข้าพเจ้าขอเรียกว่าการเดินทางท่องเที่ยวโดยแท้จริง

จังหวัดไอจิเป็นจังหวัดที่น้อยคนนักจะรู้จัก นับว่าถ้าพูดชื่อขึ้นมาท่ามกลางบทสนทนาของวัยรุ่น เสียงร้อง “อ๋อ” ออกมาดังๆคงจะเบากว่าเสียงกระซิบในคลิปASMRเสียอีก แต่ที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คนส่วนใหญ่มักไม่รู้จัก เพราะคนญี่ปุ่นนั้นมักจะเรียกชื่อเมืองมากกว่าชื่อจังหวัด ทำให้คนคุ้นเคยกับชื่อเมืองต่างๆมากกว่า

    แน่นอนว่าในจังหวัดนี้มีความน่าสนใจและเมืองชื่อดังอย่าง นาโงย่า อยู่ เมืองนาโงย่าเป็นที่รู้จักในนามของเมืองท่าและเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น บริษัทในประเทศไทยเองก็ติดต่อ ขนส่งกับเมืองนี้อยู่ถมเถไป แต่นอกจากความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมของเมืองนี้แล้ว ก็ยังมีความสวยงามและวัฒนธรรมต่างๆที่ซ่อนอยู่หลังฉากกั้นนั้น

    ผ่านสายตาอันไม่กว้างไกลของเด็กอายุ 17 ปีคนหนึ่ง จังหวัดไอจิมีความน่าสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก สิ่งที่เห็นเด่นชัดเลยคือในจังหวัดนี้มีอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมากอยู่บริษัทหนึ่ง นั่นก็คือ TOYOTA รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่ประเทศไทยใช้กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่แท็กซี่เหลืองเขียวไปจนถึง LEXUS ก็มาจากการผลิตอันได้มาตรฐานของที่นี่กันทั้งนั้น แต่ความเป็นโตโยต้าในจังหวัดไอจิไม่ได้มีเพียงรถยนต์ โรงงาน และโชว์รูมมากมายที่อวดความล้ำสมัยทางเทคโนโลยี แต่ยังมีการจัดระบบเมืองให้เป็น ecoful town อีกด้วย ซึ่งโตโยต้าเลือกจังหวัดนี้ในการเป็นจังหวัดต้นแบบ และคาดหวังว่าจะแพร่ออกไปใช้ยังจังหวัดอื่นๆเพิ่มเติม

    อีกหนึ่งความน่าสนใจของจังหวัดนี้ คือวัฒนธรรมที่มีพื้นหลังอย่างยาวนาน ปราสาทนาโงย่า เป็นหนึ่งในสถานที่ที่แสดงประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองนี้ ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสภายในตัวปราสาท เพราะการปิดซ่อมแซมชั่วคราว แต่ส่วนจำลองและบ้านพักของโชกุนที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปสำรวจพร้อมไกด์ชาวญี่ปุ่นนั้น ก็สร้างความประทับใจและบอกเล่าความประณีต ละเอียด ตามแบบฉบับคนญี่ปุ่นได้ไม่น้อยเลย

   นอกจากปราสาทดังที่ทุกคนอยากจะไปเยือน ก็ยังมีส่วนบริหารงานที่มีโอกาสน้อยนักที่จะได้เข้าไป นับเป็นบุญเสียจริงที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปเหยียบถึงในตัวศาลาว่าการ แถมยังได้เดินชมเล็กน้อยพอเป็นบุญตา การจัดระบบวางแผนงานนั้นเป็นไปตามที่คาดไว้ ทั้งฝ่าย บุคลากร หน้าที่ ได้ถูกจัดสรรไว้อย่างชัดเจน และทุกคนที่นั่นก็ให้ความต้อนรับคนไทยอย่างเราเป็นอย่างมาก แสดงถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างจังหวัดไอจิและกรุงเทพมหานคร

   มีคนว่ากันว่า Japanese poker-face จะกล่าวว่าไม่จริงเลย ก็จะเป็นการอวยและปดเสียเกินไป แต่เพียงอยากจะแก้ต่างให้พวกเขาสักเล็กน้อย ภายใต้รอยยิ้มแสนหวานของคนญี่ปุ่นอาจจะมีความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจบางอย่างอยู่บ้างก็จริง แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน ข้าพเจ้าเองได้รู้จักกับคนญี่ปุ่นมากขึ้นผ่านการเดินทางในครั้งนี้ พวกเขาก็เป็นคนที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกเช่นคนไทย แค่อาจจะเป็นในอีกมุมหนึ่งที่รู้จักการเก็บความรู้สึกไม่ดีบางอย่างไว้ในใจ ผ่อนหนักผ่อนเบา สูดหายใจเข้าลึกๆ และบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่า การไม่แสดงอารมณ์ทั้งหมดออกมา ไม่ได้เป็นเรื่องแย่อะไร ทั้งยังเป็นสิ่งที่คนไทยควรจะเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะในการเข้าสังคมอีกด้วย แต่ในกรณีของการทำงาน ข้าพเจ้าพบเห็นpoker-face มากับตา จนแอบสอบถามในใจว่า เขาไม่เหนื่อยบ้างหรือไรที่ต้องสะกดความรู้สึกไม่ดีไว้ภายในตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามมันก็คือพื้นที่การแสดงความรู้สึกของเขา

    สำหรับความเป็นระเบียบเรียบร้อย จังหวัดนี้ก็ไม่ได้ทำให้ญี่ปุ่นต้องเสียชื่อ ระบบการจอดรถอันแปลกตานั้นทำให้ข้าพเจ้าได้แต่ตีอกชกลมในใจว่าทำไมเราถึงคิดไม่ได้กัน ในร้านอาหารและร้านค้าเล็กๆเช่นร้านทำฟัน ห้องสมุด มีการจัดสรรพื้นที่จอดรถไว้ได้อย่างดีเยี่ยม พวกเขาสร้างเหล็กซ้อนกันไว้เป็นชั้นๆ มีตัวยกสำหรับยกรถขึ้นชั้นสูงกว่าไว้ข้างๆ ลักษณะคล้ายคอนโดรถที่จุรถได้มากกว่า 18 คัน ในพื้นที่จอดรถเพียง 6 คัน (มีด้านบนเพิ่มอีก 2 ชั้น) ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งนี้มาก และคิดว่าถ้าได้นำมาปรับใช้ที่ไทยบ้างก็คงจะดี การขึ้นบันไดเลื่อนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกวินัย คนไทยหลายคนใช้เหตุผลที่ว่า คนต่างชาติที่มาเที่ยวในไทยต่างหากที่ไม่ยอมชิดขวาและให้คนที่เร่งรีบเดินขึ้นไปทางซ้าย แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็นมาพิสูจน์แล้วว่า คนประเทศนั้นต่างหากที่ต้องเป็นผู้เริ่มทำ

    โดยปกติข้าพเจ้าเป็นคนถนัดขวา ทุกครั้งที่ขึ้นบันไดเลื่อนจะจับทางด้านขวาตลอด ซึ่งไม่เป็นปัญหาอะไรในประเทศไทย เพราะเราชิดขวากันอยู่แล้ว แต่สำหรับที่นาโงย่า คนนาโงย่าจะขึ้นบันไดเลื่อนทางซ้าย และให้คนที่ต้องการเดินขึ้นเดินทางขวา เมื่อเห็นดังนั้น ข้าพเจ้าจึงต้องฝืนเซลล์ประสาทและใช้มือซ้ายเกาะราวบันไดก้าวเท้าขึ้นไป สิ่งนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าสำนวนเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามยังใช้ได้จริงจวบจนปัจจุบัน บางครั้งที่ชาวต่างชาติไม่ยอมหลบให้คนที่เร่งรีบเดิน หรือ ไม่ยอมชิดทางขวา อาจจะเป็นเพราะเขาเห็นว่าคนไทยเราเป็นคนสบายๆ อะไรก็ได้ แบบนั้นหรือเปล่า? สิ่งนี้ยังคงเป็นคำถามที่ต้องรอคำตอบกันต่อไป

     พื้นที่ท่องเที่ยวแบบทั่วๆไป ไอจิก็ไม่ได้แพ้จากเมืองใดเลย ในตัวเมืองนาโงย่า มีถนนOtsu ที่เป็นถนนช้อปปิ้งชื่อดังอยู่ จากการวิเคราะห์คร่าวๆ ที่นี่มีแหล่งความบันเทิงครบวงจร ทั้งร้านเกม คาราโอเกะ ร้านเสื้อผ้า ขนม ของใช้ และอาหารชื่อดังตามยุคตามสมัยอยู่ ที่นี่มีความแตกต่างจากถนนช้อปปิ้งเส้นอื่นในประเทศญี่ปุ่นอยู่ก็คือ ถนนเส้นนี้ไม่ได้เน้นขายของที่แสดงออกถึงความเป็นญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ขายของตามแฟชั่นทั่วๆไปด้วย กล่าวคือ มีทั้งสินค้าจากเกาหลี ไต้หวัน และประเทศอื่นๆอีกมากมาย สินค้าK-POP J-POP วางขายไว้ข้างกันได้อย่างลงตัว นับเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ไม่ได้ยึดอยู่กับแค่พัด ผ้าเช็ดหน้า เสื่อ หรือของใช้สไตล์ญี่ปุ่นทั่วๆไป หากเปรียบกับกรุงเทพมหานคร ถนนเส้นนี้ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากถนนช้อปปิ้งในไทยมากนัก ที่ทุกวันนี้เริ่มมีความหลายหลายทางวัฒนธรรมมากขึ้น

     นอกจากถนนเส้นนี้นาโงย่าก็ยังมีอควาเรียม ห้างสรรพสินค้า จุดละลายทรัพย์ให้เลือกสรรกันอีกมากมาย ไม่ใช่เมืองเงียบๆที่มีแต่วิทยาศาสตร์ มองไปทางไหนก็มีแต่สูตรเคมีอย่างที่หลายคนพูดกันเอาไว้

     แม้จังหวัดนี้จะยังไม่ใช่จังหวัดที่ข้าพเจ้าประทับใจมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น แต่ก็นับเป็นหนึ่งในจังหวัดที่สร้างความทรงจำ และให้ประสบการณ์ต่างๆมากมายแก่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยกล้าออกจากเซฟโซนของตนเองเลย การได้เดินทางมาจังหวัดนี้ในช่วงเวลาสั้นๆ อาจจะทำให้ยังไม่ได้เรียนรู้ตื้นลึกหนาบางขนาดคนที่ไปศึกษาต่อเป็นปีๆ แต่ก็ทำให้ได้รู้จักกับจังหวัดไอจิที่ตนเองเคยตั้งคำถามไว้ก่อนไป ว่าจังหวัดนี้มีอะไร ต่างจากจังหวัดอื่นอย่างไร ไปแล้วได้อะไร คำถามเหล่านี้ได้ถูกตอบจนหมดภายในบทความฉบับนี้แล้ว

   หากมีโอกาสได้กลับไปเยือนอีกสักครั้ง จังหวัดไอจิก็ยังคงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆในความคิด เพราะความสวยงามที่ได้สัมผัสมา มันมีค่า และน่าจดจำ


 
MAKEMECHERISH 
SHARE

Comments