เอ็กโทรเวิร์ด VS อินโทรเวิร์ด
1
เวลาเห็นคนขายของเก่งๆ หรือคนที่ชอบขายสินค้า ผมจะอดชื่นชมไม่ได้ เพราะผมเป็นคนที่ขายของไม่เป็นเลย คนที่ขายของเก่งๆ นั้นมีสเน่ห์มากนะครับ เขากล้าที่จะพูดและชักชวนคนแปลกหน้าให้มาซื้อสินค้าได้

ส่วนผมเป็นคนขี้อายจะให้ไปยืนกลางตลาดนัดแล้วตะโกนปล่าวๆ เพื่อทำให้คนสนใจและเรียกลูกค้านั้น ยอมรับว่าไม่ถนัดจริงๆ เพราะเคยทำแล้วรู้สึกหมดพลัง

เวลาไปขายหนังสือที่งานสัปดาห์ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ผมจึงมักยืนดูเฉยๆ มากกว่า รอให้ผู้่อ่านถามถึงค่อยพูด แน่นอนว่าหากพนักงานขายหนังสือทุกคนเป็นอย่างผมหมด ยอดขายคงต่ำติดดินและบริษัทเจ๊งเป็นแน่

เวลาที่เราเจอคนที่มีลักษณะตรงข้ามกับเรามันจะมีสองอย่างคือ ถ้าไม่เกลียด ก็ชอบไปเลยนะครับ เพราะเขาสะท้อนคุณลักษณะเด่นที่ตรงข้ามกับเรา(ที่เราไม่มี ขาด หรือกดทับไว้) ออกมาให้เห็นเด่นชัด สำหรับคนอินโทรเวิร์ดอย่างผมแล้ว ก็เป็นธรรมดาที่จะไม่ชอบการขายของ

2
รู้จักคนเอ็กโทรเวิร์ด กับอินโทรเวิร์ดหรือเปล่าครับ ช่วงนึงมันเป็นกระแสในโซเชียลว่า คนนี้เป็นเอ็กโทรเวิร์ด ส่วนคนนั้นเป็นอินโทรเวิร์ด

อธิบายง่ายๆ คือ คนที่ชอบแสดงออก พูดเก่ง เป็นเอ็กโทรเวิร์ด
ส่วนคนที่เก็บตัว ชอบอยู่คนเดียว ชอบอ่านหนังสือ เป็นอินโทรเวิร์ด
ซึ่งก็ถูกประมาณนึง

แต่สิ่งที่จะบอกว่าเราเป็นคนประเภทไหนนั้นอยู่ที่การรู้สึกได้รับพลังงานครับ คือเอ็กโทรเวิร์ดนั้นรับพลังงานจากภายนอก ชอบออกไปทำกิจกรรม เคลื่อนไหว เจอคน พูดคุย เดินทาง แสดงออก ดูหนัง อ่านหนังสือ เวลาได้ทำกิจกรรมหรือแสดงความคิดเห็นจะรู้สึกได้รับพลังงาน รู้สึกถึงการดำรงอยู่

ส่วนอินโทรเวิร์ดนั้นรับพลังงานจากภายใน สาเหตุที่ชอบเก็บตัว อยู่คนเดียว เพราะรู้สึกว่าโลกภายนอกแย่งชิงพลังงานไปจากเขา ขณะที่การอยู่คนเดียวทำให้เขาได้รับพลังงาน กิจกรรมที่ชอบจึงเป็นกิจกรรมที่ทำลำพัง เช่น อ่านหนังสือ เขียนนิยาย วาดรูป เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง แต่งเพลง ทำงานอดิเรกที่ตัวเองสนใจ และถ้าเขาเจอคนที่สนใจเรื่องเดียวกับเขา ก็สามารถคุยได้เป็น 2-3 ชั่วโมงเช่นกัน

เท่าที่ผมสังเกตคิด(เอาเอง)ว่า คนไทยเป็นเอ็กโทรเวิร์ดประมาณ 80% ส่วนอินโทรเวิร์ดนั้นมีประมาณ 20%

คนเอ็กโทรเวิร์ดนั้นเหมาะจะทำงานเป็น Sale มาร์เก็ตติ้ง ประชาสัมพันธ์ เลขานุการ นักแสดง ฝ่ายประสานงาน โปรดิวเซอร์ หรือคนจัดกิจกรรม ฯลฯ

ส่วนคนอินโทรเวิร์ดนั้นเหมาะจะเป็นนักประดิษฐ์ ผู้ผลิตสินค้า นักสร้างนวัตกรรม เช่น นักเขียน ผู้กำกับ นักแต่งเพลง จิตแพทย์ นักวาดรูป นักวิทยาศาสตร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล นักลงทุน ฯลฯ

3
ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็ไม่ได้มีเหตุผลว่าจะมาแบ่งแยก หรือตัดสินว่าใครเป็นอะไร ยังไงหรอกนะครับ

เพราะคนเอ็กโทรเวิร์ดก็มีความอินโทรเวิร์ดในตัว คนอินโทรเวิร์ดก็มีความเอ็กโทรเวิร์ดในตัว เรามีสองโหมดสลับกัน อยู่ที่ใครใช้โหมดไหนมากกว่ากัน

สาเหตุที่เขียนเพราะ "การรู้จักตัวเอง" นั้นสำคัญ หากเรารู้จักตัวเองว่าเป็นไทด์ไหน ก็จะได้ฝึกฝนเพื่อใช้ศักยภาพของเราให้เต็มที่

ไม่ใช่อินโทรเวิร์ดไปขายของ
ส่วนเอ็กโทร์เวิร์ดมานั่งวิเคราะห์ข้อมูล หรือเขียนบทรายการทีวี
ทำนะทำได้ แต่ทำแล้วมันมักจะไม่ดียังไงล่ะ รู้ตัวเองไว้ จะได้ใช้ศักยภาพให้ถูก

ส่วนอีกข้อคือ เมื่อรู้จักตัวเองว่าเป็นไทด์ไหนแล้ว จะได้เคารพคนที่เป็นไทด์ต่างจากตัวเอง ไม่ใช่ค้นพบ เพื่อแบ่งแยก ต่อต้าน หรือเกลียดชัง แต่มองเห็นความแตกต่าง เพื่อจะร่วมมือในการทำงานให้ลุล่วง และประสบความสำเร็จ

เพราะคนที่ขายของเก่งๆ แต่ถ้าไม่มีสินค้าดีๆ ก็คงจะขายไม่ได้นาน
ส่วนนักประดิษฐ์ นักสร้างนวัตกรรม เก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีคนขายเก่งๆ หรือช่วยประชาสัมพันธ์ให้ ก็คงขายสินค้ายาก (อาจจะท้อแท้หรืออดตายไปก่อน เพราะอาจดังตอนตายแล้วแบบแวนโก๊ะ)

เพราะการจับมือ หรือร่วมมือกันของคนนิสัยต่างกันจะสร้างทีมที่ดีขึ้น

ไม่ใช่ดีธรรมดาด้วยนะครับ
แต่เป็นดีที่สุดเลยล่ะ

ปล. ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ เริ่มทำงานหนังสือด้วยการเป็น กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / นักสะสมความรู้สึก / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ / โลกนี้สอนให้รู้ว่า... ฯลฯ

Comments

Landofwind
2 months ago
โดยปกติเราเป็นคนนิสัย ขี้อาย เก็บตัวแบบ introvert แต่พอทำงานมีผู้สอนงานที่ดี เปิดโลกกว้างขยายข้าง สู่การเป็นคน extrovert จำได้ว่ากลัวคน ขี้อายที่จะยืนให้คนจ้อง โดนโยนไมค์ให้พูดเลยจ้า จากออฟฟิศถึงโรงงานให้บริษัทนับ 30ในรสบัส จากนั้นต่อมาถูกฝึกเรื่อยๆ ปัจจุบัน ไม่ต้องถามค่ะ... เราทำได้ค่ะ ฝึกฝนด้านนี้
Reply
porglon
1 month ago
ใช่เลยครับ ทักษะการพูด ขาย เป็นเรื่องที่ฝึกได้ฮะ /ยินดีด้วยครับที่คนขี้อายจับไมค์ได้สบายๆ
jerdkub
2 months ago
ย่อหน้าที่แปดคำว่า"เอ็กโทรเวิร์ด"น่าจะเป็นคำว่า"อินโทรเวิร์ด"
Reply
porglon
1 month ago
เขียนเลยไม่ได้ทวน ขอบคุณที่ช่วยอ่านครับ 
barneyy
2 months ago
เข้าสังคมได้ดี แต่กลับมาห้องรู้สึกเหนื่อยมากกกก
Reply
porglon
1 month ago
ยุคนี้ทำเราเหนื่อยง่ายครับ เจอคนเยอะก็อาจต้องชาร์ตหนักๆ
yixiaonaihe
2 months ago
เคยทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาค่ะ คนอื่นทำเสร็จเดินผ่านไป แต่เราโดนเรียกให้คุยต่อ จำได้ว่าตอนนั้นเป็นรุ่นพี่ที่เรียนจิตวิทยาปีสุดท้ายเรียกเข้าไปคุยในล็อกส่วนตัว สาเหตุคือเรามีทั้งสองอย่างเท่ากันค่ะ เค้าบอกเป็นเคสที่หาได้ค่อนข้างยากและแปลก อันนี้ก็ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่า แต่ในชีวิตจริงเป็นคนที่ชอบแสดงออกในด้านความคิดทางตัวอักษรชอบอยู่คนเดียว คิดอะไรเงียบๆ ขณะเดียวกันเวลาที่หมดแรงจากตรงนั้นก็จะออกไปเจอคนแปลกหน้า คุยเรื่อยเปื่อยค่ะ ^^
Reply
porglon
1 month ago
ดีจังครับ มีทัั้งสองทักษะเลย 
ความสมดุลน่าจะดีกว่าเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งนะครับ