ขอบคุณนะ
"ขอบคุณนะ... ขอบคุณ"
ฉันพึมพำ พร่ำพูด เวียนวน
พลางสายตาเหม่อมองไกลลิบ สุดขอบฟ้า หรือขอบโลก ไม่อาจเอื้อม
คำขอบคุณร่วงหล่นจากปาก ทบซ้ำกัน รอบแล้วรอบเล่า น้ำหนักของมันเผยตัวผ่านน้ำเสียง ไหลหลากผ่านลำคอ ฉันเปล่ง พลางคลี่ยิ้ม


ไม่จริงใจ... ไม่ใช่ว่าคำขอบคุณไม่จริงใจ
รอยยิ้มต่างหาก
มันผุดผาดบนใบหน้าอย่างเสแสร้ง อย่างคุ้นเคย
ฉันมักยกยิ้มแสนหนักหน่วง เมื่อเผชิญหน้ากับความผิดหวัง ร้าวราน หรือสูญเสีย
เคยชินซะแล้ว... ในขณะหนึ่ง นั่นคือรอยยิ้ม เหยียดหยันตัวฉันเอง


ขอบคุณนะ...
ด้วยความอบอ้าวร้อนร้ายทั้งมวล ฝนตกแล้ว เพียงเปาะแปะกลั่นกลายเป็นโครมคึก
ห่าฝนสาด ฟาดซึมลึกเข้าห้องหับแห่งหัวใจ
ฉันอยากชำระล้างความผิดหวัง คราบเศร้าหมอง
แต่แรงหวดจากเม็ดฝน กลับโบยตี
ขุดรากถอนโคนแผลและความเจ็บปวดเก่าขึ้นมาซ้ำ ย้ำกระแทกว่าฉันยังข้ามผ่านมันไปไม่ได้


ขอบคุณนะ...
ขอบคุณตัวฉัน ที่สวมหน้ากากรอยยิ้มแสนกระจอกให้พ้นผ่านไปแต่ละวัน
ขอบคุณตัวฉัน ที่เติบโตและประคับประคองรอยปริร้าวจากแรงกระแทกของชีวิต
ขอบคุณตัวฉัน ที่ยังกัดฟันอดทนอยู่ แม้บนบ่าไหล่จะปวดล้าจากการแบกความหวังที่ผิดพลาดมวลใหญ่และพร้อมพังครืนทับตัวตาย
ขอบคุณตัวฉัน แม้ไม่สามารถพ้นผ่านภาวะสูญเสียตัวตน แต่ยังไม่ล้มเลิกการค้นหาเหตุผลว่าทำไมต้องมีชีวิตอยู่ต่อ


ถึงความระทมทรมานจะมากเท่าหยาดฝนที่สาดซัดพัดกรีดเนื้อ
แม้ฉันจะล้มทรุดจนหัวเข่าถลอก หน้ากากรอยยิ้มแตกร้าวอย่างมิอาจซ่อมคืน
ฉันคงไม่ลืม ที่จะขอบคุณตัวเอง ไม่ว่าชีวิตจะห่วยแตกสักเพียงใด
ฉันคงเลือกได้ไม่มาก นอกจากดื่มกลืนความช้ำนั้น
พลางดื่มด่ำกับฤดูฝนอันยาวนาน รอว่าเมื่อไหร่จิตใจที่ช้ำหนองกร่อนเปื่อยจะทุเลา .
SHARE
Writer
Cheloline
nymph of cactuses
just an ordinary girl with short hair

Comments