ความล้มเหลวที่ไม่เหลวล้ม ~~
เราไม่เคยรู้เลยเวลามันสำคัญขนาดไหน...
จนเหตุการณ์เมื่อวานมันเกิดขึ้น มันถึงทำให้เรารู้ว่า

"เรื่องของเวลามันเป็นเรื่องที่ต้องตั้งใจ บางอย่างถ้ามันหมดเวลาของมันไปแล้ว มันเรียกกลับคืนมาไม่ได้"

ลองมองย้อนกลับไปเวลาหนึ่งเดือน เราใช้มันได้กากมาก เราปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่คิดว่าเราจะต้องสูญเสียมัน สุดท้ายก็ได้แต่มานั้งคิดว่าถ้าทำไปตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าเราแม่งกล้าที่จะพูด กล้าที่จะตัดสินใจ วันนี้ทุกอย่างมันคงไม่กลายเป็นแบบนี้

เราแทบจะไม่โทษใครเลย นอกจากตัวเอง

แต่สุดท้ายก็มานั่งคิดว่าโทษตัวเองไปเราก็เอาอะไรกลับคืนมาไม่ได้อยู่ดี เหตุการณ์ครั้งนี้คงเป็นนิทานที่สอนเราได้ดีมาก

การตัดสินใจมาทำงานที่นี่ มันเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเลยสำหรับเรา ทุกเช้าเราตื่นขึ้นมาแล้วเราก็อยากทำงาน มันเป็นการตื่นเช้าไปทำงานที่เราไม่เคยต้องถามตัวเองเลยว่าเราไปทำอะไรตรงนั้น แต่เราดันพลาด พลาดที่ปล่อยเวลา1เดือนให้ผ่านไปโดยที่เราไม่ได้แสดงความสามารถทีี่ี่ี่ี่ี่ตััวเองมี

การทำงานที่นี่ มันดีมากกๆ มากจนต่อให้เราย้อนเวลากลับไปได้ เราก็จะเลือกทำแบบเดิม

เราเข้ามาทำงานพร้อมกับแอปตัวนึง ในวันนั้นเรากับแอปตัวนั้นก็เหมือนกันเลย มันยังหาทิศทางลงของมันไม่ได้ มันยังไม่สมบูรณ์แบบ มันยังไม่รู้ว่ามันจะเริ่มยังไงกับชีวิตมันดี เรายังแอบคิดเลยว่าเรากับมันน่าจะได้เติบโตและเรียนรู้อะไรพร้อมๆกัน แต่มาวันนี้ เราไม่ได้เติบโตไปกับแกแล้วนะ แล้วก็หวังว่าแกจะเติบโตได้ดีขึ้นกว่านี้นะ เพราะแกจะมีเพื่อนร่วมทีมใหม่ที่เก่งกว่าเดิมและเค้าคงเข้ามาช่วยให้แกเติบโตเร็วขึ้นกว่าตอนแกอยู่กับเรา

ถามว่าเสียใจไหม ตอบกันตรงๆแบบไม่โลกสวย ก็เสียใจแหละแล้วก็เสียดายด้วย เดือนนึงเราก็เริ่มซึบซับอะไรหลายอย่างแล้วก็แอบคิดว่าเดือนที่2เราต้องเก่งกว่านี้ แต่เวลามันดันหมดซะก่อน เราลืมไปว่าชีวิตการทำงานจริงๆถ้าเราพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ต่อให้มีของเยอะแค่ไหน วันนั้นก็โดนเตะอยู่ดี เพราะที่ตรงนี้ยังมีอีกหลายคนที่เค้าพร้อมจะมาทำ

แต่จริงๆหนึ่งเดือนเราก็ได้อะไรกลับมาเยอะนะ อย่างน้อยเราก็เห็นคุณค่าของเวลามากขึ้น ชีวิตการทำงานจริงๆมันไม่มีใครมานั้งสนใจหรอกนะว่าคุณยังใหม่ คุณยังไม่ชินกับงาน ๚ล๚ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครคุณมีเวลาพิสูจน์ตัวเองเท่ากันหมด ซึ่งมันวัดกันวันต่อวัน ทำดีมีผลงานก็รอด ถ้าในด้านกลับกันก็ร่วงตกลงมา

เช่นเรา...

วันนั้นเราเดินเข้าไปหาพี่HRคนที่สัมภาษณ์เรา ประโยคนึงที่มันทำให้เราจุกจนต้องเดินร้องไห้กลับหอคือ

"เป็นไง โอเคมั้ย ไหวรึเปล่า ?

ทำไมอะ ทำไมไม่เหมือนวันแรกที่คุยกันเลย ทำไมวันนี้กับวันนั้นเหมือนคนละคนกันเลย ความมั่นใจของเราในวันนั้นมันหายไปไหนหมด"

มันทำให้เราย้อนกลับมาถามตัวเองเลยว่า วันนั้นเราเป็นยังไงวะ แล้วเราในวันนั้น..มันหายไปไหน เราอยากตามกลับมา แต่คงไม่ทันละ มันหมดเวลาของเราแล้ว

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
ขอบคุณพี่เอก พี่นัท พวกพี่คือคนที่เก่งมากๆสำหรับหนู ขอบคุณที่คอยสอนกันตลอด ขอให้คนใหม่ที่เข้ามารวมกันเป็นทีมที่เจ๋งกว่าเดิมนะ กันเป็นกำลังใจให้ ขอให้กิจในแอปกำไรเยอะๆ ขอไม่ให้ขาดทุนเลยสักกิจ 

ท้ายสุดคือเราสนุกและมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ทีมนี้ เรื่องเล่านี้คงเป็นเรื่องเล่าที่เราคงต้องเล่าให้ลูกหลานฟังแน่ๆว่าเราเคยเจออะไรมา

บางทีนะความล้มเหลวก็เป็นบทเรียนชั้นดีเลยล่ะ :)



SHARE
Written in this book
Work Life :)
Writer
Jaegunn
นักเล่าเรื่อง
แด่ทุกเรื่องราวในชีวิต ขอจงยิ้มให้กับทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นนะ :)

Comments

Thinking_Kid
11 months ago
ฮือ เค้าวัยทำงานเหมือนกัน ทำนานไม่ได้แปลว่าเก่งเลยเช่นเค้า อยากให้คุณสู้ต่อนะ ❤️
Reply
Jaegunn
11 months ago
ฮือออ เค้าร้องไห้ไม่หยุดตั้งแต่วันที่โดนประเมิน แต่ชีวิตก็ต้องไปต่อเน้อะ ก็ต้องสู้กันต่อไป :)