"การพูดในที่ชุมนุม" หนังสือการพูดที่ให้มากกว่าการพูด
ถ้าพูดถึง "การพูดในที่ชุมนุม" ผมเชื่อว่าหลายท่านน่าจะรู้สึกกลัว ประหม่า ไม่กล้ากันเสียเป็นส่วนมาก บางท่านก็อาจจะถึงขึ้นเคยประสบกับสถานการ์ที่ยากลำบากขณะยืนจับไมค์อยู่บนเวทีมาแล้ว บ้างก็เอาตัวรอดมาได้ แต่บ้างถึงขั้นอาการโคม่าก็มี ยิ่งถ้าเป็นการที่อยู่ๆ ก็โดนเรียกให้ขึ้นไปพูดโดยไม่ทันตั้งตัว ก็ยิ่งวายวอดกันไปใหญ่

ดังนั้นคนส่วนมากจึงเกิดความรู้สึกสะอิดสะเอียดกับการพูดในที่ชุมนุม ผมจึงเลือกหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านเป็นเล่มแรกจาก Box Set ฮาวทูของลุงเดลทั้ง 3 เล่ม เผื่อจะทำให้ได้เรียนรู้ทักษะที่ยังไม่คุ้นเคย อย่างน้อยก็เพื่อเป็นภูมิคุ้นกันสถานการณ์สยดสยองที่อาจเกิดขึ้นกับเราต่อหน้าคนหมู่มาก

แล้วลุงเดลก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง ระหว่างที่อ่านผมรู้สึกว่านี่เป็นหนังสือที่มีชื่อเกี่ยวกับการพูดและการพัฒนาบุคลิกภาพก็จริง แต่เนื้อหาข้างในนั้นมันพาให้ผมได้ท่องเที่ยวไปหลากหลายที่มากๆ ตั้งแต่การสำรวจตนเอง จิตใจของเพื่อนมนุษย์ เคล็ดลับการพัฒนาสมอง ไปจนถึงกรณีศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจและบุคคลที่รุ่งเรืองในสมัยนั้น

ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือที่มีอายุมากกว่า 80 ปีเล่มนี้ จะยังคงความทันสมัยได้จนถึงปัจจุบัน แม้คำแปลโดยคุณลุงอาษาจะใช้โวหารที่เป็นสมัยก่อนไปสักนิดก็ตามที แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าท่านนักอ่านได้ลองอ่านจะรู้สึกติดใจจนวางไม่ลงเลยทีเดียว


เนื้อหาโดยรวมของหนังสือเล่มนี้จะแบ่งเป็น 15 บท โดยแต่ละบทก็จะมีเนื้อหาเป็น How to แทบจะทั้งหมด โดยในแต่ละบทก็จะมีกรณีศึกษาเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของจุดที่ต้องการนำเสนอ และที่ท้ายบทก็จะมีสรุปเป็นข้อๆ เพื่อทบทวนให้อีกด้วย ซึ่งตรงนี้เองที่ลุงเดลทำให้ผมประทับใจในตัวแกมาก ที่แกต้องการให้ผู้อ่านได้เข้าใจเนื้อหาของแกจริงๆ

ในรีวิวนี้ผมจะไม่พูดไล่ไปที่ละบทจนครบทั้ง 15 บทนะครับ แต่จะขอแบ่งเนื้อหาของหนังสือเป็น 2 ส่วนหลักๆ ก็คือ 1. ก่อนจะพูด และ 2. ระหว่างพูด แล้วกันครับ

1. How To ก่อนจะพูด

การจะพูดให้ได้ดีนั้นย่อมต้องเกิดจากการเตรียมการที่ดี ใช่ว่าคนที่ประสบความสำเร็จในการพูดจะสามารถขึ้นไปพูด ณ ที่ไหน เรื่องอะไรก็ได้ เพราะถ้าหากเขาคนนั้นไม่มีวัตถุดิบที่จะนำขึ้นไปพูด ย่อมมีโอกาสสูงที่ปาฐกถาครั้งนั้นจะประสบความล้มเหลว

เช่นเดียวกันกับชีวิตของมนุษย์ ความสำเร็จย่อมไม่ได้เกิดจากการทำงานเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันมักเกิดจากส่วนผสมของวัตถุดิบที่เราจะใส่ลงไปทุกวัน ค่อยๆ เติม ค่อยๆ หยอดลงไปทีละน้อยๆ วันนึงวัตถุดิบเหล่านั้นก็จะกลายเป็นผลผลิตที่สวยงามให้ท่านได้ชื่นชมและเก็บเกี่ยวมาใช้ไปตลอดชีวิต

ดังนั้นการพูดให้ประสบความสำเร็จนั้นจะเกิดจาก "วินัย" ในการฝึกฝนและ "ความมุ่งมั่น" ปรารถนาที่จะทำให้สำเร็จให้จงได้ ดังที่ลุงเดลได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า

"ถ้าตั้งใจอย่างแน่วแน่ ก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว"
"รางวัลอันนอนใจได้ เกิดจาก ความไม่หมดมานะ"

เมื่อมุ่งมันที่จะเป็นนักพูดที่ประสบความสำเร็จ และมีวินัยในการฝึกฝนแล้ว สิ่งสำคัญในลำดับต่อมาก็คือ "ความรู้" ซึ่งจะขอแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ความรู้ในจุดประสงค์ของการพูด ความรู้ในเรื่องที่จะพูด และความรู้ความเข้าใจในตัวผู้ฟัง

ในส่วนแรกคือจุดประสงค์ของการพูด มีความสำคัญเนื่องจากการพูดที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย ก็เหมือนกับขี้ลอยน้ำที่ไม่รู้ว่าจะไปลงที่ไหนดี และย่อมสร้างความรำคาญให้กับผู้ฟังอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก่อนเป็นอันดับแรกก็คือ เราจะพูดไปทำไม?

ลุงเดลบอกว่าผู้พูดต้องกำหนดจุดประสงค์ในการพูดแต่ละครั้งให้ชัดเจน โดยควรจะเป็นอย่างน้อยหนึ่งในสี่อย่างด้านล่างนี้
1.เพื่อทำให้บางอย่างแจ่มแจ้ง
2.เพื่อทำให้ประทับใจและเชื่อ
3.เพื่อทำให้ปฏิบัติตาม
4.เพื่อทำให้สนุกสนาน

จุดประสงค์ทำให้การพูดแต่ละครั้งมีความชัดเจน อย่างน้อยก็ทำให้ผู้พูดนึกขึ้นได้อยู่เสมอว่าจะต้องตอบโจทย์ที่ตัวเองวางเอาไว้ให้ได้ จากนั้นแล้ว การที่จะทำให้การพูดนั้นมีความหนักแน่นและเรียลขึ้นมาได้ ก็คือการเตรียมความรู้ในเรื่องที่จะพูดนั่นเอง

คนทั่วไป มักชอบพูดเรื่องของตัวเอง ลองสังเกตุดู บุคคลจะนำเอาเรื่องราวต่างๆ ในวงสนทนามาเชื่อมโยงและพูดในเรื่องที่ตัวเองได้เคยประสบมาทั้งนั้น ดังนั้นเรื่องที่ผู้พูดควรจะพูดได้ดีที่สุดก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง ผู้พูดจึงควรเชื่อมโยงข้อมูล ข้อเท็จจริงที่จะพูดให้มาเป็นเรื่องของตัวเองให้มากที่สุด สิ่งนี้จะช่วยให้เนื้อหาที่ต้องการสื่อสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้พูดสามารถจดจำเนื้อหาได้อย่างแม่นยำมากขึ้นอีกด้วย

และเรื่องสุดท้ายที่ต้องเตรียมก็คือความเข้าใจในตัวผู้ฟัง คงไม่ดีแน่ถ้าหากเราจะพูดทุกอย่างเหมือนกันกับผู้คนที่แตกต่างกัน เพราะในกลุ่มคนแต่ละกลุ่มนั้นก็มีความรู้ ความเข้าใจ การมองโลกที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งคนในกลุ่มเดียวกันก็ตาม ยังมีความคิดเห็นไม่ตรงกันเลย หลายครั้งที่ผู้พูดที่มีประสบการณ์มากมาย มีความรู้มากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้สิ่งที่เขาต้องการถ่ายทอดเข้าไปถึงผู้ฟังได้เลย อย่าว่าแต่เข้าใจ แม่แต่ความสนใจก็ยังไม่สามารถดึงมาสู่ตัวผู้พูดได้เลย

เหตุผลก็เพราะผู้พูดนั้นขาดความเข้าใจและความเชื่อมโยงกับผู้ฟังนั่นเอง ใครจะไปอยากฟังในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับคนเอง จริงมั้ยครับ?

2. How to ระหว่างพูด

เมื่อขั้นตอนการเตรียมของท่านได้ผ่านพ้นไปแล้ว ลำดับต่อไปคือขั้นตอนของการพูดจริงๆ โดยจะต้องแน่ใจอย่างแจ่มแจ้งว่าเมื่อการพูดของท่านจบลง จะต้องบรรลุจุดประสงค์ที่วางไว้ให้จงได้

เมื่อคุณมาอยู่ต่อหน้าคนหมูมาก อาการประหม่าย่อมมีการแสดงออกมาไม่มากก็น้อย สิ่งที่จำเป็นที่สุดในช่วงนี้ก็คือการแสดงความมั่นใจออกมาให้มากที่สุด จงอย่าลืมว่าจิตใจเป็นเจ้านายของร่างกายเรา ดังนั้นให้คิดว่าท่านมีความมั่นใจที่สุด ท่านได้เตรียมตัวมาอย่างดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้อีก 5 นาที 10 หรือ 20 นาทีจากนี้ก็ตาม ท่านได้ทำอย่างสุดความสามารถของท่านแล้ว และท่านได้แสดงความรักต่อผู้ฟังของท่านไปเรียบร้อยแล้ว

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาด แม้ว่าท่านจะประหม่าแค่ไหนก็ตาม จงอย่ากล่าวเริ่มต้นด้วยคำว่า "ขอโทษ..." แก้ผู้ฟังเป็นอันขาด เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจท่านแล้ว เขาเหล่านั้นก็จะรู้สึกว่าการพูดของท่านดู "ไม่มีค่า" ขึ้นมาทันที

ประการต่อไปที่ลุงเดลเน้นย้ำนักหนาเลยก็คือให้ "Be yourself" ครับ

ทุกๆ คนบนโลก ต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองทั้งนั้น และเอกลักษณ์เหล่านี้แหละ ที่จะทำให้คนเรางดงามขึ้นมา ถ้าหากทุกคนบนโลกมีลักษณะทุกอย่างเหมือนกันหมด แล้วเราจะหาความงามได้จากที่ไหนล่ะ? ดังนั้น "จงเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด"

สุดท้ายแล้ว เมื่อท่านจบปาฐกถาของท่าน สิ่งที่ท่านได้ทำลงไปก็จะกลายเป็นอดีต กลายเป็นบทเรียนให้กลับไปนั่งทบทวนหาจุดบกพร่อง และแก้ไขให้การพูดครั้งต่อไป มันปังยิ่งกว่าเดิมให้ได้ ดังนั้นข้อคิดสุดท้ายที่ผมจะฝากไว้ก็คือ "จงเรียนรู้อยู่เสมอ" อย่าให้ตัวเองจมกับความล้มเหลว หรือแม้กระทั่งความสำเร็จในอดีต


เมื่ออ่านจบ ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกตื่นเต้น น่าค้นหาไปตลอดการอ่านหรอกครับ ออกแนวจะเป็นกราฟเส้นตรงเสียส่วนใหญ่ ความรู้สึกจะเหมือนกับการนั่งฟังผู้ใหญ่คนหนึ่ง เล่าเรื่องราวที่เขาได้พบเจอมาตลอดช่วงชีวิตของเขา ทำให้ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของลุงเดล ว่าคนๆ นึง จะประสบความสำเร้จในการพูด คนๆ นั้นจะต้องมีคุณสมบัติอะไร และต้องทำอะไรบ้างเท่านั้นเอง เป็นฮาวทูยุคคลาสสิคจริงๆ ครับ

นอกจากบทเรียนที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ลุงเดลยังมีอะไรให้ทุกคนได้เรียนรู้อีกมากมายทีเดียวครับ นี่เป็นหนังสือเล่มนึงที่ผมอยากให้ทุกท่านได้ลองอ่านดูสักครั้ง

"ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดนับพัน"

ดังนั้นหนังสือหนึ่งเล่ม จึงให้ข้อคิดนับพันแก่ผู้อ่านเช่นกัน

ปล.นี่เป็นการเขียนรีวิวหนังสือเล่มแรกของผมนะครับ ถ้าท่านนักอ่านจากกลุ่ม Bookoins หรือท่านผู้อ่านจากเว็บ Blogger และ Storylog มีข้อติชมอะไร ก็ขอให้แสดงความคิดเห็นเข้ามากันได้นะครับ ผมจะนำความคิดเห็นของทุกท่านไปปรับปรุงเนื้อหาของผมให้ดีขึ้นครับ

จนกว่าจะพบกันใหม่ครับ

SoSo
blogofsoso.blogspot.com

SHARE

Comments

sahalove
4 months ago
ดีเยี่ยมเลยครับ. เข้าใจง่าย
Reply