ความไม่เข้าใจที่เราเข้าใจ
 "ผมชอบภาพที่คุณวาด แต่ผมไม่ชอบคุณตอนกำลังวาดมัน"
 เขาทำลายสมาธิฉันขณะฉันกำลังเก็บบรรยากาศจากภาพถ่ายในบางกอกด้วยดินสอกดและกระดาษ A4
 ฉันหันมองเขาที่สองมือมีแก้วน้ำหวานที่ฉันและเขาชอบดื่ม แต่น้ำแข็งในส่วนของฉันเริ่มละลายแล้ว นั่นคือคำตอบของสิ่งที่เขาพูด
 เวลาที่ฉันได้ลงมือวาด ฉันยากจะควบคุมตัวเองให้หยุดมัน

 "ผมอยากให้คุณดื่มน้ำ" บี.ยื่นแก้วใบนั้นเข้ามาใกล้ฉัน ฉันยิ้มให้และจิบมันช้าๆ
 ฉันวางดินสอและกระดาษลงบนม้านั่งแล้วหันไปถามเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 "เฮ้ บี. คุณอยากมาเป็นแบบให้ฉันไหมคะ?"
 "ผมอยากเป็นจุดสนใจของคุณ แต่ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง"
 "ทำไมมันถึงไม่ถูกต้องล่ะ?"
 "คุณสนใจแค่รูปร่าง คุณไม่ได้สนใจอารมณ์"
 "แล้วทำไมภาพวาดของฉันถึงทำให้คุณยิ้มได้ล่ะคะ?"
 
 เขาไม่ตอบและหน้าแดง มันเป็นภาพที่น่ารักมาก ฉันจึงไม่พูดอะไรเพื่อจะได้มองเขาที่เขินอายเป็นรายละเอียดที่สวยงาม

 "ภาพวาดจะสวยขนาดไหน มันก็มาแทนของจริงไม่ได้หรอก เพราะของจริงก็มาแทนที่ภาพวาดไม่ได้ มันมีดีแบบแตกต่าง"
 เขายังคงเงียบและเราสองคนก็มองดูรถที่เคลื่อนผ่านไปคันแล้วคันเล่า
 ด้านหลังของเราเป็นพระอาทิตย์ยามเย็นสีแดด แต่เงาของตึกเป็นสีน้ำเงินเทา ส่วนม้านั่งของเรามีสีน้ำตาลแดงและพนักวางแขนสีดำ
 "ยังไงผมก็ยังคง...ไม่ชอบเวลาที่คุณวาดมันเพราะคุณไม่สนใจอะไรเลยนอกจากมัน อย่างน้อยก็ช่วยสนใจตัวเองที"
 "ถ้าฉันสนใจอย่างอื่น คุณจะอารมณ์ดีขึ้นใช่ไหมคะ?" ฉันกุมมือเขาไว้
 "ผมแค่อยากให้คุณดูแลตัวเอง" เขากำมือฉันไว้แน่น
 "ได้ค่ะ" 

 พวกเรารู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เขาและฉันต่างไม่เข้าใจกันแต่ก็เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เข้าใจ

 ฉันมักจะถามเขาเสมอว่า
 ทำไมถึงชอบออกไปเดินเล่น?
 ทำไมถึงชอบแวะข้างทาง?
 ทำไมถึงชอบถ่ายเซลฟี่?

 เขาก็มักจะถามฉันเสมอว่า
 ทำไมคุณถึงไม่ชอบแต่งหน้า?
 ทำไมคุณถึงชอบวาดภาพ?
 ทำไมคุณถึงชอบตื่นเช้า?

 จนถึงทุกวันนี้ ความสงสัยไม่เคยหายไป แต่ความสงสัยทั้งหลายทำให้เรายึดติดกันราวกับว่าเครื่องหมายคำถามที่ดูเหมือนตะขอมันกำลังเกี่ยวเราสองเข้าด้วยกัน
 เราต่างเข้าหากันโดยความรู้สึกอยากค้นหาคำตอบ แม้ที่สุดแล้วจะไม่มีสิ่งนั้น แต่เราก็จะพบโจทย์ใหม่ๆ ให้เราลองค้นหาต่อไปไม่สิ้นสุด

 ที่เราไม่เข้าใจกัน คำตอบแสนจะง่าย
 ไม่มีคำตอบ คือ คำตอบที่ทำให้เราเข้าใจกัน
SHARE

Comments