เที่ยวบินในความทรงจำ
" เก็บเอาไว้ ห้ามเอาไว้ ท่องเอาไว้ ว่าอย่าฝันเกินตัวเลยนะ, ฝันเกินตัว-เอิ๊ต ภัทรวี"

1ปี 10 เดือน ที่ผู้หญิงคนหนึ่งแอบมองผู้ชายคนหนึ่ง...ที่มีเจ้าของ
1ปี 10 เดือน ที่เหมือนเขาเองก็เหมือนจะรู้ว่ามีคนแอบมอง
1ปี 10 เดือน ที่เขาเองก็เหมือนจะรู้สึกดีเหมือนกัน...
รู้สึกดี...แต่ไม่ได้รู้สึกรัก
June, 2019
 
     เย็นวันศุกร์วันนึงที่ฟ้าครึ้มฝนตก ไม่ได้ตกซู่แต่ก็ไม่ได้เบา แต่ก็ตกมาสร้างความหงุดหงิดใจให้ใครหลายๆคนได้ โดยเฉพาะผู้คนที่สัญจรอยู่บนถนน ทั้งที่ปกติการจราจรก็ติดขัดอยู่แล้วในเย็นวันศุกร์แห่งชาติ การเดินทางจากบ้านไปสนามบินที่ปกติใช้เวลาไม่นาน วันนี้จึงกลับต้องใช้เวลานานออกไป
แต่ทำไม...ถึงรู้สึกมีความสุขนะ?
Suvarnabhumi Airport 
 
     แม้รู้อยู่แล้วว่าการไม่ได้จองที่นั่งหรือเช็คอินมาล่วงหน้า มีความเสี่ยงเหลือเกินที่จะไม่ได้ที่นั่งตามที่ต้องการ...แต่ฉันก็ยังเสี่ยงมา request ขอที่นั่งริมหน้าต่างด้านซ้ายมือ แน่นอนว่าผลลัพธ์คือ "เหลือที่นั่งแต่ริมทางเดินและตรงกลางครับ" Ground staff ผู้ชายใจดีที่กระตือรือร้นในการทำงานบอกฉันมาอย่างนั้น ความหวังที่จะเห็นภูเขาไฟฟูจิช่างริบหรี่ ฉันจึงรับ Boarding pass ที่ระบุที่นั่งแถวกลางด้านซ้าย 50B มาอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็กล่าวขอบคุณ Ground staff ที่ชวนคุย(เล่น)และพยายามหาที่นั่งให้ตามความต้องการของผู้โดยสารอย่างเต็มความสามารถ (ตั้งแต่นั่งเครื่องบินมา ให้คะแนนเต็มเรื่อง Service mind แก่ Ground staff คนนี้)
     ผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้ที่เหลือก็เริ่มทยอยกันมา ฉันจึงช่วยพาไปเช็คอินกับ Ground staff คนเดิม และบอกกับเขาว่าจะมีเพื่อนร่วมเดินทางไปกับฉันอีกเจ็ดคน แน่นอนว่าในใจฉันคิดว่าต้องมีใครสักคนหนึ่งในเจ็ดคนนี้ ที่จะได้นั่งริมทางเดินติดกับที่นั่งฉัน อย่างน้อยก็ทำให้การนั่งเครื่องครั้งนี้คงไม่เหงาเกินไป

     " ทำไมที่นั่งกระจายกันแบบนี้ มีใครได้นั่งติดกันไหม? " หนึ่งในผู้ร่วมทริปพูดขึ้นมาระหว่างรอเรียกขึ้นเครื่อง หลังจากที่เธอชะเง้อไปดู Boarding pass ของคนอื่น สร้างความแปลกใจให้ฉันเล็กน้อย ว่าทำไมจึงไม่จัดที่นั่งให้คนที่รู้จักกันได้นั่งใกล้กัน ซึ่งการจัดลำดับที่นั่งเช็คอินของสายการบินเป็นอย่างไรนั้น ฉันก็ไม่ทราบ เลยได้แต่เพียงเก็บข้อสงสัยนี้ไว้ในใจ
     " ของพี่นั่งแถว 50C " เสียงของรุ่นพี่ผู้ชายที่นั่งเล่นมือถืออยู่ด้านขวาของฉันถัดไปสองเก้าอี้ดังขึ้น แต่เขาจะรู้ไหมนะ ว่ามีบางอย่างที่ดังกว่าเสียงของเขา
ใจของฉัน...มันดังมาก     ฉันยอมรับ ตั้งแต่รู้ว่าจะต้องเดินทางไปต่างประเทศในครั้งนี้  ฉันแอบฝันไว้ว่ามันคงจะโชคดีมาก ถ้าหากหกชั่วโมงที่อยู่บนฟ้านั้น...จะได้นั่งข้างๆเขา แต่ก็นะ โอกาสนั้นมันคงยากที่จะเกิดขึ้น แต่โอกาสที่ว่าสุดท้ายก็เกิดขึ้น ทำให้คนที่มาเช็คอินคนแรกอย่างฉันกับคนที่มาเช็คอินคนสุดท้ายอย่างเขาได้มานั่งข้างกันในที่สุด
 
     โชคชะตากำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่นะ? ฉันได้แต่อมยิ้มอยู่ในใจและถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่เดินขึ้นเครื่องไปจนถึงที่นั่งบนเครื่อง ซึ่งเขากำลังยืนรอฉันอยู่ตรงทางเดิน
     " อยากนั่งตรงไหน ตรงกลาง? หรือริมทางเดิน? " เขาเอ่ยปากถามฉันเมื่อฉันเดินมาถึง เมื่อกวาดตามองไปยังริมหน้าต่าง ก็เห็นผู้ชายญี่ปุ่นคนหนึ่งที่กำลังวุ่นวายกับการหารูเสียบปลั๊ก headphone
      " งั้นขอนั่งริมทางเดินนะคะ " อย่างน้อยด้านขวาก็โล่งแหละนะ
 
เขาจะใจดีแบบนี้กับทุกคนไหมนะ?            
      ตลอดระยะเวลาหกชั่วโมงนั้น มีบทสนทนาเกิดขึ้นไม่เกิน 10 ประโยค...ก็คนมันเขินนี้เนอะหลังจากเครื่อง Take off ต่างคนต่างก็แยกย้ายไปทำกิจกรรมของตัวเอง ฟังเพลงบ้าง ดูหนังบ้าง แต่แน่นอนว่าทุกกิจกรรมที่ฉันทำนั้น ไม่มีสมาธิเลย เพราะตาก็คอยแอบชำเลือง อยากรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ ใจเจ้ากรรมก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ก็มันไม่คิดนี้นะว่าจากคนที่เคยได้แต่แอบมองอยู่ไกลๆ ได้แต่ส่อง Facebook ได้แต่คอยหาโอกาสเข้าไปใกล้เขา ให้ได้พูดคุยกับเขา ในวันนี้จะได้มานั่งข้างๆเขา จนตัวใกล้กันขนาดนี้ ได้แอบมองเขาตอนหลับแบบนี้ ได้ไปประเทศที่ชอบกับคนที่ชอบ แค่นี้มันก็เกินฝันสำหรับคนแอบชอบอย่างฉันแล้ว :-)

ปล.1 สุดท้ายก็ได้เห็นและถ่ายรูปฟูจิอย่างใจหวัง เพราะแอร์โฮสเตสคนสวยเดินมาถามเราว่าเห็นฟูจิไหม? หลังจากที่เราชะเง้อชะแง้มองหน้าต่างจากที่นั่งริมทางเดิน เลยพาเราเดินไปถ่ายรูปจากหน้าต่างท้ายเครื่อง ขอบคุณมากนะคะ
ปล.2 จะอะไรก็ตามแต่ จะเป็นเพราะฟ้า โชคชะตา หรือ Ground staff คนนั้น ที่ทำให้ความฝันของเราเป็นจริงขึ้นมา ขอบคุณมากนะคะ :-)

SHARE
Writer
Unexpected
Memorier
Nice to meet you (again)

Comments