พรที่ยักษ์ในตะเกียงให้ไม่ได้
ตำนานยักษ์ในตะเกียงที่สามารถใช้เวทย์มนตร์บันดาล


ทุกสิ่งที่เจ้าของปรารถนา 3 ข้อ 
เป็นนิทานที่ผมคาดว่าใครๆก็รู้จัก นิทานเรื่องนี้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าแพร่หลายในเวอร์ชั่นภาพยนตร์การ์ตูนที่สร้างโดย Walt Gisnep 

เรื่องราวของชายหนุ่มที่เติบโตมาจากสลัม ตกหลุมรักเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ เป็นไปไม่ได้ที่ทั้งคู่จะได้ครองรักกัน 

...แต่ด้วยความช่วยเหลือของยักษ์ในตะเกียงและพรวิเศษ 3 ข้อ 

สร้างโอกาสให้กับชายหนุ่มสลัมผู้นี้ได้ใกล้ชิดกับเจ้าหญิง  จนสุดท้ายไม่ใช่พรที่ทำให้เขารักกัน พรแค่ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดแต่ความพยายามต่างหากที่ทำให้ชายหนุ่มสลัมสามารถเอาชนะใจของเจ้าหญิงได้

นิทานเรื่องนี้ถูกดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้านที่หาต้นกำเนิดแน่ชัดไม่ได้ว่ามาจากจีน หรือมาจากฝั่งของอาหรับกันแน่ 

แต่ถ้าคุณผู้อ่านอยากจะรู้ว่าต้นฉบับเป็นอย่างไร ก็ลองใช้ความพยายามไปหาข้อมูลกันเอาเองนะครับ

วันนี้ผมไม่ได้มาสปอยหรือพูดถึงความรู้สึกหลังจากชมภาพยนตร์ แต่จะมานำเสนอข้อคิดอะไรบางอย่างในภาพยนตร์เรื่องนี้

อำนาจของยักษ์ในตะเกียง
ถูกจำกัดไว้แค่สามข้อ 


ข้อแรกยักษ์ไม่สามารถฆ่าใครได้

ข้อสองยักษ์ไม่สามารถทำให้คนตายคืนชีพได้

ข้อสามยักษ์ไม่สามารถควบคุมจิตใจทำให้ใครรักกับใครได้

เพียงแค่สามข้อที่ถูกจำกัดนี้ก็ทำให้รู้แล้วว่า
ตะเกียงวิเศษจะไร้ซึ่งความหมายหากตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ปรารถนาในข้อห้าม


เมื่อตกไปอยู่ในมือของผู้ที่มีความแค้น ความปรารถนาเดียวของผู้ที่มีความแค้นคือการได้เห็นความย่อยยับของคู่อาฆาตตน ยักษ์ไม่สามารถฆ่าผู้นั้นได้

...แต่ยักษ์ผู้เข้าใจหัวอกของเจ้านาย สามารถมอบปืนเพื่อให้นายไปยิงคู่อาฆาตให้ถึงแก่ความตายได้ นายต้องพยายามฆ่าเขาด้วยตัวเอง


เมื่อไปตกอยู่ในมือของผู้ที่อาลัยอาวรณ์คนตาย ความปรารถนาเดียวของผู้ที่มีความอาวรณ์คือการได้เห็นคนตายที่ตนเฝ้าคิดถึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ยักษ์ไม่สามารถชุบชีวิตคนตายขึ้นมาได้

...แต่ยักษ์ผู้เข้าใจหัวอกของเจ้านาย สามารถมอบรูปของผู้ตาย เพื่อให้นายได้คิดถึงและพยายามทำความเข้าใจว่าเขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว เข้าไม่มีทางฟื้นคืนมาในโลกที่นายยังอยู่ แต่เขาเกิดใหม่ในความทรงจำและจะยังคงอยู่ที่นั้นจนวันสุดท้ายที่นายหายใจ นายต้องพยายามยอมรับด้วยตนเอง


เมื่อไปตกอยู่ในมือของผู้ที่มีความรักแต่กลับไม่ได้ความรักตอบ เขาคือคนเศร้าผู้น่าเวทนา ความปรารถนาเดียวของผู้ไม่สมหวังในความรักนั้นคือการได้ความรักตอบ ยักษ์ไม่สามรถทำให้ใครรักกับใครได้

...แต่ยักษ์ผู้เข้าใจหัวอกของเจ้านายสามารถให้ช่อดอกไม้หรือทำให้นายกลายเป็นเจ้าชาย และกลับไปใช้ความพยายามอีกครั้งเพื่อให้ได้ซึ่งความรักที่นายปรารถนามาด้วยตัวของนายเอง
นายจะต้องพยายามกับความรักของตนเอง


จะเห็นได้ว่าทุกความปรารถนาที่พรวิเศษไม่สามารถประทานให้ได้นั้นคือความปรารถนาที่เกิดมาจากอารมณ์ส่วนตัว
 ไม่ว่าจะเป็นความแค้น ความอาวรณ์ หรือความรัก ก็ล้วนแต่เป็นอารมณ์ส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยได้ทั้งนั้น คนนอกอย่างยักษ์ในตะเกียงได้แต่คอยช่วยเหลือนายอยู่ห่างๆ เพราะคนนอกทำได้แค่นี้ 

คนเดียวที่จะสามารถจัดการกับความรู้สึกส่วนตัวได้ก็คือตนเอง
 
ไม่มีพรวิเศษหรือตัวช่วยใดๆที่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวคุณเองได้ดีเท่ากับตัวคุณ

มันคงจะดีมากถ้าหากยักษ์ในตะเกียงสามารถลบความรู้สึกได้
 ถ้าไม่แค้นก็ไม่ต้องฆ่า 
 ถ้าไม่อาวรณ์ก็ไม่ต้องขอให้ใครหวนคืน 
 ถ้าไม่รักก็ไม่ต้องการความรักตอบ 

เพียงแต่ยักษ์ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความรู้สึก นั้นได้สอนสิ่งสำคัญกับเราไว้ว่า 

ความรู้สึกของเราเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับมันและพยายามจัดการมันด้วยตัวเองให้ได้ ไม่จำเป็นต้องลบหรือลืมแค่ยอมรัแล้วใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งที่เกิด ให้ความสำคัญกับความสุข เพราะต้นกำเนิดที่ยักษ์ให้พรสามข้อ มาจากความต้องการให้เจ้านายมีความสุข 

ฉะนั้นเจ้านายที่กำลังมีความทุกข์ทั้งหลาย จงพยายามยอมรับและจัดการกับความทุกข์นั้น 

เพื่อตอบแทนคนที่คอยเป็นกำลังใจและมอบพรวิเศษให้กับเจ้านายอยู่ข้างๆอย่างยักษ์ในตะเกียงด้วย


พรที่ยักษ์ในตะเกียงให้ไม่ได้
แต่คุณสามารถจัดการกับมันด้วยตัวเอง
โดยไม่ต้องพึ่งพรใดๆ


SHARE
Written in this book
ถ้าไม่ยอมอ่านจะน้อยใจ
เรื่องราวบ่นไปวันๆ ของคนแก่ขี้น้อยใจ เขาสามารถน้อยใจได้ทุกเรื่อง แม้แต่กระต่ายเดินผ่านแล้วไม่ยอมสนใจ เขาก็จะน้อยใจ
Writer
Suyseiy
Star
Star

Comments