On The Rainy Day | Wonyoung x Sakura
On The Rainy Day (1)
Wonyoung x Sakura  Rate : 18+ 

นิยายเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด และไม่มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

_______________________________________



พยากรณ์อากาศวันนี้ ฝนตกทั่วกรุงโซล อาจมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 120 มิลลิเมตร หากท่านใดต้องเดินทาง โปรดวางแผน และคำนวนเวลาในการเดินทาง

                             .
                          
                             .


                             .



‘ฉันคิดว่าเราควรเลิกกัน’   
‘หะ?’

    เสียงแก้วน้ำใสในมือกระทบกับโต๊ะไม้สีดำสนิทจนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ หญิงสาวตัวต้นเหตุของเสียงเมื่อครู่ก้มหัวขอโทษผู้คนภายในร้านที่จ้องมองมาที่เธอเป็นสายตาเดียว

เลิกกัน ?

     คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกสงสัยปนตกใจผุดขึ้นในสมองของเธอ

‘ขอเหตุผล’
‘ไม่มี’
‘ฮเยวอน’

     น้ำเสียงกดต่ำลง สายตาถูกส่งไปอย่างคาดโทษ เพราะถามดีๆแล้วคำตอบที่ได้ไม่่เป็นแบบที่คาดหวัง 

‘ฉันแค่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่แล้ว’

.
.
.

ฉันเลยไม่รู้ ว่าจะทนทำเป็นรักพี่ไปทำไม
     สายตาไร้ความรู้สึกของฮเยวอนเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมที่การันตีความรู้สึกจริงๆของตัวเอง หญิงสาวได้บอกความรู้สึกของตนออกไปแล้ว 

     ทันทีที่เอ่ยคำตอบออกไป เธอก็ลุกออกจากเก้าอี้ไม้สีน้ำตาลเข้ม มือคว้ากระเป๋าสะพายมันไว้ที่ไหล่ซ้าย ก่อนจะรีบก้าวเท้าออกจากร้านคาเฟ่น่ารักแห่งนี้

     ร้านคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ บรรยากาศโรแมนติคขนาดนี้มันช่างขัดกับความรู้สึกในใจของใครบางคนเสียจริง

‘เดี๋ยวสิ ฮเยวอน’

     เสียงเล็กตะโกนไล่หลังหญิงสาวคนนั้น แต่เหมือนว่ามันจะไม่ดังพอที่จะให้เธอคนนั้นหันกลับมามองกัน ฮเยวอนขึ้นรถแท็กซี่คันนั้นไปแล้ว

เรื่องที่จะคุยกันมีแค่นี้เองเหรอ...

     
ในหัวคิดอยู่ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่เราสองคนไม่ได้เจอกัน มีหลายเรื่องจริงๆที่อยากเล่าให้ฟัง 

‘ฮเยวอน เดี๋ยวสิ ฮเยวอน!!’

     ซากุระ สาวร่างน้อยวิ่งไล่ตามรถแท็กซี่คันนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ไม่นานนักรถแท็กซี่คันนั้นก็ห่างไปไกลสุดลูกหูลูกตา 

จะไปจริงๆ?
.
.
.
.
.

ใจร้ายมากนะทำกันขนาดนี้ นี่วันครบรอบของเราไม่ใช่เหรอ...

     กลุ่มเมฆดำมืดนั่นกำลังก่อตัวขึ้น และอีกไม่นานหลังจากนี้ก็คงจะมีหยาดฝนตกลงมาตามที่ได้ยินในข่าวด่วนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
     เมฆดำที่โอบอุ้มความหนักอึ้งของเม็ดฝน ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกของเธอในตอนนี้ ความเสียใจจุกอยู่ที่อก ความอึดอัดยังคงติดอยู่ในใจ อากาศในวันพรุ่งนี้ยังพอคาดเดาได้ หากแต่ในใจของเราทุกคนไม่อาจรับรู้ วันนี้เราอาจเป็นใครสักคนที่ต่างจากเมื่อวาน...

.

.

.

.


ถูกบอกเลิกในวันครบรอบ 4 ปีเนี่ยนะ
ไม่อยากจะเชื่อเลย

     สุดท้ายบาร์เล็กๆในตรอกแคบ ก็คงเป็นที่ละลายความเสียใจของใครหลายๆคน รวมถึงเธอด้วย

     รู้ตัวดีว่าไม่ใช่คนที่สามารถดื่มได้มากขนาดนั้น หากอยากจะดื่มจริงๆแล้วล่ะก็ คงจะดื่มกับฮเยวอน นั่นแหละ ทุกๆครั้งที่เธอกำลังจะหมดสติเพราะน้ำเมาสีอำพันนั่น ฮเยวอนก็จะเป็นคนคอยดูแลเธออยู่ตลอด

แต่มันไม่ใช่ครั้งนี้ 

.

‘หมดอีกแล้ว?’
     หญิงสาวก้มมองแก้วใส เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ไม่มีเหลืออยู่ในแก้วสักหยด

‘ขอ...อีกขวด’
     เด็กเสิร์ฟหนุ่มรับคำสั่ง เก็บแก้วหนาตรงหน้าพร้อมกับขวดบรรจุน้ำเมาไปไว้ที่ด้านหลังของเคาท์เตอร์ ก่อนจะหันหลังหยิบไวน์องุ่นชั้นเลิศมาวางตรงหน้าของเธอ

‘ไม่ต้อง..เดี๋ยวริน...เอง’
     มือเล็กค่อยๆเอื้อมหยิบขวดไวน์อย่างทุลักทุเลสติสัมปชัญญะในตอนนี้เหลือเพียง 50% พูดออกมาเป็นประโยคได้ก็ดีขนาดไหนแล้ว

‘ช่วยไหม’

     เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆหูของร่างบางซากุระชายตามองคนแปลกหน้าที่กำลังประครองขวดไวน์ในมือของเธอ 

     คำตอบของร่างบางคือการปล่อยมือออกจากขวดไวน์นั่น จ้องมองใบหน้าใครคนนั้นที่กำลังรินไวน์ลงแก้วตรงหน้าของเธอ

ใคร?

‘ขอบใจ’

     จะใครก็ช่าง รินให้ก็ถือว่าขอบใจมาก ซากุระรวบรวมสติทั้งหมดยื่นมือไปหยิบแก้วไวน์นั่น อย่างทุลักทุเล กำลังจะยกแก้วนั้นขึ้นดื่มแล้วแท้ๆ


หมับ!


     มือเรียวของอีกฝ่ายก็เข้าจับข้อมือของเธอได้ทัน ก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งจากข้อมือมาเป็นแก้วในมือเล็กนั่น




ฉันเป็นคนริน ดังนั้นฉันจะดื่มมันเอง
     พูดจบคนแปลกหน้าคนนั้นก็ยกน้ำเมาสีม่วงเข้มขึ้นกระดกจนหมด ก่อนจะส่งสายตาที่ซากุระคิดว่ามันเย้ายวนที่สุดมาให้เชยชม

‘นั่นไวน์นะ ไม่ใช่น้ำเปล่า ดื่มแบบนั้นจะไปรู้รสอะไร’
‘ดื่มเก่งเหรอ’
‘อื้ม’

     ร่างบางผงกศีรษะเบาๆเป็นการให้คำตอบ ผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นเท้าศอกลงบนเคาท์เตอร์ ก่อนจะเอ่ยถาม

‘เคยได้ยินประโยคที่ว่า ดื่มเบียร์ก่อนแล้วตามด้วยไวน์จะแฮงค์น้อย ไหม’
‘ขอโทษที ฉันไม่ใช่แนวเยอรมัน’
‘หึ’
‘หึอะไร’
‘คออ่อนดูก็รู้’
‘รู้จักฉันดีเหรอ’


ไม่รู้จัก แต่อยากรู้จัก
กะล่อนชะมัด
      
     แม้ว่าหล่อนจะคิดใจใน แต่ก็จ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา


‘ฉัน วอนยอง’
‘อายุ?’
‘25’
‘ฉัน ซากุระ ส่วนอายุ ไม่ต้องรู้หรอก’

     ร่างบางหันมองใบหน้าเรียวสวยของคนที่อยู่ข้างๆ 

‘แก่กว่าฉันมากเหรอ’
‘ก็พอตัว’
‘ถ้าแก่กว่าฉันพอตัว ทำไมสวยจังล่ะ’
‘ปากหวานจังนะ’
‘เคยชิมแล้วเหรอ’
‘ยัง แต่อยากลองเหมือนกัน’

      หญิงสาวร่างสูงได้ยินแบบนั้น ก็ยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ ดูก็รู้ว่าติดกับกันแล้ว

‘ถ้างั้นที่ไหนดีล่ะ ตรงนี้เลยไหม’
‘ห้องฉันเป็นไง’
     ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้เธอกล้ายื่นข้อเสนอกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแบบนี้ 

‘กล้าดี’
  
     วอนยองยิ้มมุมปาก ไม่ต้องบอกว่าข้อเสนอนั้นถูกใจมากขนาดไหน 

‘ฉันก็แค่...อยากลืม’
‘หื้ม?’
‘ไม่มีอะไร’

     ซากุระสะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อเรียกสติกลับมาให้ได้มากที่สุด แต่มันคงจะช้าไปแล้ว เพราะร่างสูงได้กุมมือของเธอไว้เป็นที่เรียบร้อย

     ไม่นานนักทั้งคู่ก็พากันออกจากร้านนั่งชิวนั่น และจุดหมายของค่ำคืนนี้ ก็คือห้องของสาวร่างน้อยในอ้อมแขนของวอนยองนี่แหละ

.
.


ฝนตกหนัก แถมฟ้าผ่าแรงถล่มทลายแบบนี้ ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการหลบฟ้าฝนในห้องของคนๆนี้
     หลังจากที่ประตูห้องปิดลง จนกระทั่งตอนนี้ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ยังไม่ผละออกจากกัน ร่างสูงโปร่งประคองอีกฝ่ายให้ถอยหลังก่อนจะค่อยๆโน้มตัวสาวในอ้อมกอดให้ลงไปนอนราบกับเตียง 

     แม้ว่าอุณหภูมิจะต่ำลง แต่ไฟแห่งความต้องการกลับเผาไหม้จนไม่อาจทำให้มอดลงได้ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดออกตามไรผมระบายความร้อนจากภายใน เสียงหอบยามถอนจูบออกจากกันนั่นยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ของทั้งคู่ได้ดีมากทีเดียว

‘ฉันว่าเสื้อผ้าของพี่มันโคตรเกะกะเลย’

     พูดจบก็กดจูบลงอีกครั้ง สายใยบางๆที่เชื่อมต่อกันทุกๆครั้งที่ถอนจูบทำเอาสาวร่างน้อยชะงักเล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งความต้องการในตอนนี้ได้

     วอนยองใช้มือเรียวลูบไล้ไปตามสัดส่วนของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น บีบคลึงเนื้อนุ่มอย่างเบามือ

‘ถอดนะ’

     สุดท้ายก็เป็นเธอซะเองที่ทนไม่ไหว วอนยองใจกล้าขออนุญาตคนพี่อย่างไม่เคอะเขิน มือเรียวนั่นยังไม่หยุดลูบคลำไปตามตัวของอีกฝ่าย ไม่นานนักเสื้อผ้าที่ปกปิดตัวของซากุระก็ลงไปกองกับพื้นเกือบหมด ร่างสูงยังใจดี ที่ปล่อยให้บราลูกไม้สีดำนั่นทำหน้าที่ปกปิดของสงวนของเจ้านายของมัน


สวย

     ร่างสูงโปร่งอดทนไม่ไหวกับคนตรงหน้า ระบายความรู้สึกที่อัดอั้นของตนลงที่ต้นแขนของอีกฝ่าย รอยเล็บนั่นฝังลึกลงใต้เนื้อนุ่มของร่างบาง ความเจ็บแปล๊บเกิดขึ้นในทันที

‘เจ็บ...’

     สุดท้ายซากุระก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกดีในตอนแรกกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

กลัว…

     ความรู้สึกที่เกิดขึ้นใหม่ในหัวของซากุระแน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่กำลังจะมีอะไรกับคนแปลกหน้า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะต้องเจออะไรหลังจากนี้

     ร่างสูงยังจ้องมองเรือนร่างนั่นไม่วางตา แม้ว่าจะปล่อยมือออกจากต้นแขนของอีกฝ่ายแล้ว แต่นั่นก็ไม่ทำให้คนใต้ร่างวางใจได้เลย

‘ฉันว่า เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า’

     สิ้นน้ำเสียงเชิงดูถูก มือเรียวยาวนั่นก็สอดเข้าไปใต้แผ่นหลังของซากุระ ก่อนจะปลดตะขอบรา กระชากมันออกจากร่างอีกฝ่ายอย่างรุนแรง ไม่มีอะไรปกปิดเนินเนื้อนุ่มนั่นอีกแล้ว วอนยองกดร่างบางให้ติดกับเตียง และโน้มตัวเข้าใช้ริมฝีปากครอบครองยอดอกตรงหน้า ปลายลิ้นตวัดวนเวียนจนพอใจก่อนจะสลับเปลี่ยนไปที่ยอดอกอีกข้างอย่างรู้งาน ซากุระแอ่นตัวขึ้น หอบเอาอากาศเข้าปอดอย่างทุลักทุเล 

     เมื่อร่างสูงเล่นกับอีกฝ่ายจนพอใจก็ผละตัวออกจากเนื้อนุ่มนั่น ค่อยๆเลื่อนตัว และพรมจูบไปตามเรือนร่างของอีกฝ่าย ขบเม้มจนมันเกิดรอยช้ำไปทั่วผิวสวย

     ริมฝีปากของวอนยองดำเนินมาถึงหน้าท้องแบนราบ เธอหยัดตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกี่ยวชั้นในสีดำของร่างบางออก แม้ว่าซากุระจะเจอกับวอนยองเป็นครั้ง แต่ดูเหมือนว่าร่างกายและความต้องการของเธอจะตอบสนองอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

.

‘ร้องดังๆนะ...ให้ดังกว่าเสียงฟ้าร้องเมื่อกี้เลย’

     ร่างสูงพูดจบก็จัดการกดจูบลงที่ต้นขาขาวนั่นเบาๆ ก่อนจะมุ่งเข้าหาจุดกลางกายของร่างบาง ที่ตอนนี้นอนตัวสั่นเทาเพราะสัมผัสเมื่อครู่

     ปลายลิ้นตวัดวนเวียนรอบๆทางกลีบกุหลาบซ้ำๆ และบางครั้งปลายลิ้นร้อนยังผลุบเข้าไปในช่องทางรัก

     น้ำหวานจากคนพี่ไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่วอนยองก็ไม่นึกรังเกียจ ค่อยๆจัดการทำความสะอาด และแน่นอนว่าเรียกเสียงครางจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

     คนน้องหยัดตัวขึ้นจากเส้นทางสวยงามนั่น ก่อนจะพรมจูบไปที่เนื้อขาวเนียนเบาๆ และจบลงด้วยการกดจูบร้อนๆไปที่ริมฝีปากอีกฝ่าย 
     
     เรียวลิ้นของทั้งคู่สัมผัสกันแบบไม่มีใครยอมใคร จนสุดท้ายเป็นฝ่ายของซากุระที่ผละตัวออกเพราะรสจูบของวอนยองที่ทำเอาเธอแทบขาดลมหายใจ

.

‘มะ..ไม่ทำแล้วได้ไหม’

     คนพี่ในตอนนี้เนื้อตัวสั่นเทาไปทั้งร่างเพราะความกลัว เธอจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์นั่น ใบหน้าสวยชวนหลงทั้งที่เจอกันครั้งแรกต่างจากตอนนี้โดนสิ้นเชิง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เห็นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แทบจะไม่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ ซากุระไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเล่นกับอะไร แต่ถึงคิดได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำก็สายไปแล้ว



‘ครั้งแรกกับคนแปลกหน้าก็แบบนี้ เดี๋ยวก็จบ’



     วอนยองตอบเสียงเรียบ พลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้อีกฝ่ายที่ตอนนี้ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาใสๆที่เอ่อล้น

     ร่างสูงไม่สนใจกับท่าทางของอีกฝ่าย เธอกดจูบลงที่ริมฝีปากของซากุระอีกครั้ง กดย้ำๆ จนร่างบางเปิดปากรับเรียวลิ้นนั่น


‘อือ...’



.

.

.

.



‘อ๊ะ!’

     ก่อนปลายนิ้วเรียวยาวของวอนยองเข้าสัมผัสจุดรวมความรู้สึกของซากุระ กดคลึงมันเบาๆ


‘ชอบไหม’


ซากุระส่ายหน้าเป็นการให้คำตอบ



‘แต่ฉันชอบนะ ชอบ ชอบมากๆ’

     ดวงตาไร้ประกายของคนน้องจ้องมองอีกฝ่ายอย่างสะใจ ภาพที่เธอเห็นตรงหน้ามันช่างทำให้เธอมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก การที่ได้เห็นอีกคนทรมาณเพราะเธอ ช่างทำให้เธอมีความสุขเสียจริง

     ของเหลวใสที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจากตัวของอีกฝ่ายบ่งบอกให้รู้ว่าเธอพร้อมแล้วสำหรับขั้นตอนต่อไป

     ปลายนิ้วเรียวยาวนั่นกำลังจ่ออยู่ที่เส้นทางกลีบกุหลาบ ก่อนจะผลุบเข้าไปในตัวของอีกฝ่ายจนสุดความยาว

ร่างบางได้แต่แอ่นตัวขึ้นรับนิ้วมือของอีกฝ่ายที่เข้าออกอย่างหนักหน่วง เล็บจิกลงบนแขนของอีกฝ่ายเพื่อระบายความรู้สึกออกไป แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยซักนิด

.

‘จะ...เจ็บ’

ซากุระเอ่ยเสียงสั่น

‘เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว’

     คนน้องพูดปลอบเสียงเบา แต่ก็ยังไม่หยุดมือที่เข้าออกนั่น แม้คนพี่จะพยายามดันมือออก ก็ไม่อาจสู้แรงของอีกฝ่ายได้ เสียงครางดังไปทั่วบริเวณและดูเหมือนว่าเสียงครางนั้นจะไม่ยอมหยุดลงง่ายๆ


ไม่สิ เป็นฝ่ายของวอนยองต่างหาก ที่จะไม่ยอมให้เสียงสวรรค์นั่นหยุดลงง่ายๆ

‘อะ..อึก’

     ยิ่งซากุระกลั้นเสียงครางมากเท่าไหร่ วอนยองก็ยิ่งกดมือลงมามากเท่านั้น เหมือนกับว่าเธอไม่พอใจหากไม่ได้ยินเสียงครางของร่างบาง

     ร่างสูงขยับมือเข้าออกเร็วมากขึ้น สะโพกบางกำลังหยัดขึ้นลงสวนทางกับนิ้วมือของร่างสูง มือเล็กๆนั่นบีบไปที่ต้นแขนของอีกฝ่ายอย่างระบายอารมณ์

     ไม่นานนักซากุระก็ปลดปล่อยความรู้สึกออกมาเต็มมือของวอนยอง คนที่คร่อมอยู่กดจูบลงที่ปากอวบอิ่มนั่นก่อนจะชักมือออกจากตัวของร่างบาง โพรงนุ่มด้านในยังคงตอดรัดนิ้วเรียวเบาๆ 

     วอนยองปลอบประโลมร่างเล็กในอ้อมกอดสักพัก ก่อนซากุระจะหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า

.

.

.

.

03:12 

     แสงไฟจากข้างนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้องยามฝนหยุดตก ปรากฏเป็นร่างอันหมดแรงนอนอยู่บนเตียง มีเพียงผ้าห่มหนาสีดำที่ปกปิดร่างอ้อนแอ้นนั่นไม่ให้รู้สึกหนาวมากเกินไป ไม่นานนักเจ้าของร่างที่หลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มก็ปรือตาขึ้น ซากุระหยัดตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง


‘ไปแล้วสินะ...กะไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้’


     เธอกอดผ้าห่มหนานั่นเพื่อไม่ให้อุณหภูมิร่างกายของเธอต่ำลงมากเกินไป 


ทำตัวเองทั้งนั้น


     พรุ่งนี้คงจะเป็นอีกวันที่ฝนตกหนักเฉกเช่นวันนี้ น้ำตาใสๆไหลออกมาไม่หยุด ไม่ว่าเธอจะพยายามปาดรอบๆดวงตาของเธอเท่าไหร่ แต่ความเสียใจมันก็ล้นทะลักออกมาอย่างห้ามไม่ได้

.

.

.

.

.

กลิ่นบุหรี่?

     เธอพยายามหาที่มาของกลิ่นดังกล่าวท่ามกลางความมืดสลัว ก่อนจะหันไปพบร่างของใครบางคนยืนอยู่ที่ระเบียงด้านนอกห้อง



‘วอนยอง เป็นเธอใช่ไหม’



    ร่างเปลือยเปล่าเดินกอดผ้าห่มที่คลุมร่างของเธอไว้ ก่อนจะเดินตรงไปที่ระเบียงนั่นเงียบๆ เอื้อมมือผลักม่านสีเทาเข้มที่บดบังการมองเห็นของบุคคลที่ยืนอยู่นอกระเบียง ปรากฏเป็นร่างสูงโปร่งและควันขาวๆลอยอยู่ทั่วบริเวณ



‘อยากให้เป็นเธอ แล้วก็เป็นเธอจริงๆ’



     เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวว่ามีคนยืนอยู่ด้านหลังของตน วอนยองหันกลับมามองร่างในผ้าห่มเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆสูบเอาความร้อนจากบุหรี่มวนนั้นเข้าปอดไปอย่างคุ้นชิน


‘ตื่นแล้วเหรอ’

     เจ้าลูกแมวน้อยนั่นยังคงหลบอยู่หลังผ้าม่าน คิดวนเวียนอยู่ในหัวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นมา มันเหมือนกับความฝัน อาจจะเป็นฝันดี แต่ก็เป็นฝันร้ายอยู่ในที

     แม้ว่าฝนจะหยุดตกแล้ว แต่กลุ่มเมฆดำมืดยังคงไม่เคลื่อนตัวไปที่ไหน ฝนกำลังจะโปรยปรายลงมาอีกครั้ง คืนนี้อาจจะเป็นคืนเดียวที่ทำให้จิตใจของเธอต้องรู้สึกเหงาและอ่อนแอ


อยากให้อยู่ข้างๆกันแบบนี้...ไปนานๆ

     ซากุระรู้อยู่แก่ใจ เธอแค่ต้องการใครซักคนเพื่อปลอบใจเธอ หลังจากที่หัวใจของเธอหลุดหายไปเมื่อตอนเย็น ก็คงจะมีวอนยองนั่นแหละที่ทำให้เธอลืมรักเก่าได้

‘แต่มันก็เพียงชั่วครู่’




กอดฉันให้หายหนาว แม้ความอบอุ่นของเธอมันจะไม่ส่งผ่านมาก็ตาม



‘อะ...วอนยอง..ตกใจหมด’

     ร่างบางสะดุ้งโหยงเมื่อคนน้องเข้าประชิดลำตัวจากด้านหลัง กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ และอ้อมกอด ณ ตอนนี้ เป็นหลักประกันให้คนพี่ได้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของอีกฝ่าย

‘ง่วงไหม’

     วอนยองเอ่ยถามเสียงเบา ก่อนจะกดจูบลงที่ไหล่มนของคนในอ้อมกอด

‘ไม่ไปไหนได้ไหม’
‘...’
‘อยู่กับฉันนะ’

     เสียงอ้อนวอนจากร่างบางดังขึ้น แม้จะรู้ตัวดีว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา กับใครคนหนึ่ง ที่รู้จักกันเพียงชั่วข้ามคืน ไม่อาจยืนยันถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ เธอเองก็เผลอไผลไปกับห้วงอารมณ์ที่ไม่ควร มันไม่ควรเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก จุดจบของคนที่โดนทิ้งไม่ควรเป็นเช่นนี้

     วอนยองไม่ตอบอะไร เธอค่อยๆจับปลายคางของคนพี่ให้หันมาหากัน สายตาของคนพี่นั้น ไม่อาจปกปิดความรู้สึกใจในได้ วอนยองรู้ดี 


ซากุระ ต้องการเธอ

     มือเรียวของร่างสูงค่อยๆยื่นไปเกลี่ยผมที่บดบังความสวยของคนในอ้อมกอด สายตาของทั้งคู่ประสานกันสักพัก ก่อนจะเป็นฝ่ายของคนน้องที่เคลื่อนใบหน้าสวยเข้าประกบจูบกับริมฝีปากสวยได้รูปนั่น

‘ฉันไม่น่าหลวมตัวมาหาพี่’

     ประโยคแรกที่ได้ยินหลังจากวอนยองถอนจูบออกไป

‘ฉันคิดผิดที่ทำแบบนี้กับพี่’

     ทั้งน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนรู้สึกผิดนั่น และนัยน์ตาที่ไม่อาจซ่อนความรู้สึกภายในใจ



หากฉันต้องไป ก็ให้โทษฟ้าในวันนี้แล้วกัน.
.
.

‘โทษฟ้าในวันนี้?’

     ร่างในผ้าห่มผละตัวออกจากอีกฝ่าย วอนยองรู้การตอบแบบปัดความรับผิดชอบ อาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจกัน แต่นั่นคงจะเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดสำหรับคนขี้กลัวแบบเธอล่ะมั้ง


‘ฉันไม่น่าล่วงเกินพี่แบบนี้’

     วอนยองพูดเสียงต่ำ เธอไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่คงเป็นเพราะความหลงผิดเพียงชั่วครู่ ทำให้เธอต้องมาลำบากใจอยู่แบบนี้


ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่เดินเข้าไปหาพี่ และจะกลับไปหาคนที่รอฉันอยู่…

     ซากุระไม่ได้ตอบอะไร เธอรู้ดี เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเธอ เธอทำตัวเองทั้งนั้น ภายใต้ดวงตานั่นเริ่มมีน้ำใสๆเอ่อล้น เธอรู้ว่ายังไงก็ไม่อาจห้ามกันได้หากอีกฝ่ายจะไปจากกัน



อ้อมกอดนั่นไม่ได้ทำให้เธออุ่นขึ้นเลยสักนิดจริงๆ...
.
.
.
.



เรื่องของคืนนี้ให้มันเป็นความผิดของฟ้าฝนก็แล้วกัน

.

.

.

.

.

.
On The Rainy Day



กลับมาแล้วค่า คราวนี้วอนซากุเจ็บจุกๆไปก่อนนะคะ เหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณทุกผู้อ่านทุกท่านและหัวใจทุกดวงค่ะ 💕🙏🏻

สำหรับใครที่สงสัยว่า ดื่มเบียร์แล้วมาดื่มไวน์ เกี่ยวอะไรกับ เยอรมัน ลองดูตามลิ้งนี้ได้เลยนะคะ 

https://thestandard.co/wine-beer-hangovers/







SHARE
Writer
DragonSlayer
Cat imacat cat meow
ก็แมวไง มีอยู่ตัวเดียว

Comments