By your side and cheer you up
คุณรู้ไหมว่าอะไรเป็นวัตถุดิบสำคัญของการทำงานให้สำเร็จลุล่วง...?

เรามีคำตอบสำหรับคำถามนี้ให้ แต่จนกว่าคุณจะรู้ เราอยากจะแชร์บางอย่างเสียก่อน และคุณจะได้รู้คำตอบเมื่อคุณอ่านจนจบ หรืออาจจะระหว่างทางที่อ่านเรื่องนี้ และถ้ามันไม่มีประโยชน์อะไร คุณก็จะเลือกที่หยุดอ่านมันเอง

เราแชร์ เพราะว่าตอนนี้มันเป็นช่วงขาขึ้นสุดๆ และเมื่อแรงมันมี พลังมันดี ข้อความที่เราเขียนจะมีพลังงานที่ดี เราต้องรีบเขียนก่อน ก่อนที่มันจะหายไป เอาไว้เตือนตนเองด้วย มีหลายความคิด หลายแนวคิดที่เคยจุดประกายให้เรา แต่เมื่อเวลาผ่านไป มรสุมชีวิตก็พัดพาให้มันเงียบหายไปได้ งั้นบันทึกไว้ช่วยได้มาก

1. เรามีงานในลิสต์มากกว่า 10 อย่างที่ต้องทำให้เสร็จ และมีงานใหม่เข้ามาทุกวันต่อเนื่องกันไป มีทั้งงานเล็กๆ ใช้เวลา 5-10 นาที และงานช้างที่อาจจะนั่งทั้งวันก็ยังไม่เสร็จ ลิสต์พวกนี้ทำให้เรารู้สึกสะอิดสะเอียน และท้อแท้กับการทำงานมากๆ เพราะมันไม่มีทางจะเคลียร์หมด มันไม่มีทางเสร็จเลย นั่นทำให้เราหมดแรง เราพักเยอะขึ้น นอนเยอะขึ้น รู้สึกเศร้า งานที่ทำออกไปคุณภาพแย่ลงเรื่อยๆ... เดาว่าหลายคนก็คงเจอเรื่องแบบนี้เหมือนกัน ...เราคิดอยู่ทุกวันว่าเราจะหนีเรื่องนี้พ้นได้ยังไง 

เราจึงถามตัวเองว่า...
"เธอยังรักงานนี้อยู่ไหม มันใช่งานที่เธออยากทำหรือเปล่า"
ใช่...เราชอบงานนี้ แต่แค่มันมากเกินไปและไม่สิ้นสุดเสียที... 
"แล้วมันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่"
มันไม่สิ้นสุดหรอก เพราะชีวิตเรายังไงก็ต้องไปทำงาน...เฮ้ย! ทุกวันที่เราตื่นไปทำงาน ก็เพื่อทำงาน งานมันต้องมีให้ทำทุกวันสิ แล้วเมื่อลองมองย้อนกลับไปดู มีเรื่องมากมายที่เราทำเสร็จไปแล้ว งานที่มีประโยชน์ก็มีมาก งานที่พลาดและทำให้เรียนรู้ก็เยอะ เราต้องมีงานทำทุกวันนะ เพราะฉะนั้นลิสต์งานมันไม่มีทางหมด มันจะเสร็จไปตามเวลาของมัน งานด่วนเสร็จเร็ว งานไม่ด่วนรอได้ก็เสร็จทีหลังไง...
นี่แค่มองจากอีกมุมหนึ่ง เราก็เรียกคืนความสนุกกับการทำงานได้หมดเลย ตอนนี้เราตั้งเป้าเล็กๆ กับตนเองว่าเราจะตั้งใจทำอย่างน้อยวันละ 2-3 อย่างให้เสร็จก่อนเวลาสักเล็กน้อย และดื่มด่ำกับช่วงเวลาพัก พรุ่งนี้เริ่มกันใหม่

2. เราแบกงานกลับมาทำที่บ้านในวันหยุด และเฝ้ารอวันหยุดเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์งาน...แต่อยู่บ้านก็อยากพัก...ย้อนแย้งไหมล่ะ ทำงานก็ไม่เสร็จ พักก็ไม่สุด วันหยุดควรจะได้ไปทำสิ่งที่ชอบบ้างก็ไม่ได้ทำ...
"มันใช่เหรอ?"
เออ มันไม่ใช่ละ...งานควรจะเสร็จตามเวลา และทำเฉพาะวันทำการ วันหยุดควรหยุดจริงๆ ...เราจะไม่เอางานกลับบ้านมาทำ แม้ว่าจะต้องอยู่ออฟฟิศนานขึ้นอีกหน่อย ก็ทำให้มันเสร็จค่อยกลับบ้าน

3. ทำงานไปสักพักเราจะหลงทาง เพราะว่าเราไม่เคยได้ทบทวนเป้าหมายของตัวเองเลย บางครั้งเป้าหมายมันหายไป ทำไปงั้นๆ ให้มันเสร็จๆ ไป เพราะคุณค่าและความหมายของการทำงานมันหายไป...เราหลงทาง...เพราะโลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้าย มันมีคนร้ายๆ ในที่ทำงาน เกมการเมืองที่มีเราเป็นเบี้ยบนกระดาน มีสิ่งที่บีบคั้นหัวใจเราแต่เราทำได้แค่อดทน ...แม่งโคตรบั่นทอน 
"กำลังทำอะไรอยู่" เป็นคำถามที่เรามักถามตนเอง เมื่อมีคำตอบบางอย่างผุดขึ้นในใจ เราจะถามต่อ "มีประโยชน์กับใครบ้าง" แปลกมากที่หลายครั้งรายชื่อผู้รับประโยชน์เป็นคนอื่น ไม่ใช่ตัวเราเลย แทบไม่มีตัวเราเลยด้วยซ้ำ ...เราเลยพบว่าคุณค่าและความหมายของการทำงานของเราคือ ทำประโยชน์ให้คนอื่น...ดูเป็นนางงาม... แต่การทำประโยชน์เพื่อคนอื่นก็เพื่อให้เรารู้สึกว่าเรามีคุณค่า มีความหมายต่อผู้อื่นไง เราก็กำลังรดน้ำเลี้ยงใจเรา แถมยังทำดีให้คนอื่นด้วย...มีแต่ win กับ win เราชอบเวลามีคนบอกว่างานที่เราทำมีประโยชน์กับเขา เราชอบคำขอบคุณกับรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม เราชอบอยู่กับคนที่พลังงานดีๆ ในที่ทำงาน เราชอบงานของเรา

บางทีเราคิดเองว่าเราเป็นฟันเฟืองขนาด 1 นาโนเมตรของประเทศที่หมุนอยู่ เพื่อให้ประเทศเดินหน้า เราทำอะไรกับการบริหารประเทศไม่ได้ ความสามารถเราไม่ถึง ไม่มีปัญญา แต่เราไปเลือกตั้ง และทำหน้าที่...ทำงานของเราให้ดี เพราะฟันเฟืองที่อยู่ติดกับเราก็ยังต้องหมุน ทุกๆ เฟืองต้องหมุนไปเพื่อให้กลไกทั้งหมดมันทำงานได้

เราเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ที่เฝ้ารอวันเงินเดือนออกอย่างใจจดใจจ่อ ดีใจเมื่อเห็นตัวเลขเงินเข้าในบัญชี เรามีหนี้บัตรเครดิตที่ต้องผ่อนทุกเดือน เรายังต้องดูแลตนเอง และส่งเงินให้ที่บ้าน แต่เรามองว่าเราไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน... เออ...ดูแม่งโคตรอุดมคติ แต่จริงๆ เราทำงานเพราะว่าเรายังต้องเดินต่อไปข้างหน้า เรายังไม่ตาย เรายังต้องกิน ต้องใช้ ต้องเล่น ต้องเที่ยว ต้องทำบางอย่าง การทำงานช่วยเราให้เรายังไปต่อได้ และเรายังมีแรงทำ 

เมื่อเรามองว่าเงินก็เป็นผลพลอยได้ เราก็ไม่ต้องได้เงินมากๆ ก็ได้ ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้เงินมากๆ เรากินข้าว ซื้อของ เก็บเงินเที่ยว แล้วก็ยังมีเงินพอใช้นะ เลือกสิ่งที่เราจ่ายไหวสำหรับการอยู่การกินการใช้ชีวิต แบ่งปันให้คนอื่นบ้าง ทำบุญบ้าง ช่วยคนอื่นบ้าง

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณสังเกตเห็นอะไรบ้าง...คนบ้าที่คิด positive เกินจริงหรือเปล่า ...คุณเคยลองถามคำถามตัวเองดูบ้างไหมว่ารู้สึกอะไรอยู่ รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ... เคยคำถามที่นำไปสู่ทางออกของปัญหาบ้างไหม... อะไรเป็นคุณค่าของการทำงาน อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกดีกับงานที่ทำ ....หรือคุณเคยมีบทสนทนาดีๆ กับคนพลังงานดีๆ ที่ทำให้คุณได้แรงบ้างไหม...คนคนนั้นเป็นใคร บางทีการเขียนหรือการพูดคุยก็ทำให้คุณพบคำตอบบางอย่างด้วยตนเอง ส่วนมากก็มันจะซ่อมแซมส่วนที่หักๆ พังๆ ในชีวิตได้

เพื่อตอบคำถามตอนต้น เราชวนให้คุณถามคำถามกับตนเอง หรือย้อนกลับมาดูใจตนเองบ้าง คำตอบบางอย่างมันก็ซ่อนๆ อยู่แค่ที่ซอกมุมของความคิด แค่พลิกด้านมันหน่อยนึง ใจก็เบาขึ้นเยอะแล้ว และคุณจะได้คำตอบของคุณเอง

#แด่วันที่เต็มไปด้วยพลังบวก
SHARE
Written in this book
ช้อนตะกอน

Comments