[OS] Ex (Chaeyeon x Eunbi)



“พี่เห็นรูปนี้หรือยังพี่อึนบี”

ควอน อึนบีหันไปตามเสียงกระซิบเรียกของรุ่นน้องร่วมวงและร่วมค่ายอย่างคิม แชวอน ที่ดูตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่บนโทรศัพท์ของเจ้าตัวไม่น้อย มือเล็กยื่นเจ้าจอสี่เหลี่ยมไปด้านหน้าของคนพี่เพื่อให้ดูได้ถนัด

นี่มัน...

บนหน้าจอปรากฏภาพถ่ายของแฟนไซต์บ้านหนึ่งซึ่งอึนบีจำได้ว่าเป็นบ้านไซต์ที่ติดตามเธออยู่ แน่นอนว่าเขาตั้งใจถ่ายเธอแน่ แต่ภาพนั้นไม่ได้ถ่ายติดเธอแค่คนเดียว มีเมมเบอร์อีกคนหนึ่งที่ตัวสูงกว่ากำลังยืนมองเธออยู่

ให้ตายเถอะ เธอจำเป็นต้องมองหน้าแฟนเก่าด้วยสายตาอบอุ่นขนาดนั้นเลยเหรออี แชยอน

หัวใจสั่นไหวเมื่อภาพที่เห็นมันชวนให้คิดไปแบบนั้นแต่อึนบีก็ต้องแสร้งทำเป็นนิ่งเหมือนว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไร หันไปมองหน้าคนที่ยื่นเจ้าสิ่งนี้มาให้ดูก็พบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ก็บอกเป็นนัยอยู่แล้วว่าเธอคงหลอกแชวอนไม่ได้

“ทำเป็นหน้านิ่งนะพี่น่ะ ในใจกระโดดเป็นจิงโจ้แล้วสิ”

“จิงโจ้อะไรของเธอ”

จากที่ตั้งใจจะทำหน้านิ่งต่อไปสุดท้ายก็ต้องหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินประโยคเอ่ยแซวของแชวอน อึนบีดันโทรศัพท์ของคนน้องกลับไปแล้วลุกออกจากที่ตรงนั้นเพื่อจะเดินออกไปเข้าห้องน้ำ โดยไม่ได้สังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งของใครบางคนกำลังมองตามหลังเธอไป



“มองขนาดนั้นก็ตามพี่เขาไปเลยเถอะ”

อี แชยอนหันขวับไปมองคัง ฮเยวอน เจ้าของประโยคเมื่อครู่ด้วยท่าทีเลิ่กลั่กเหมือนคนที่ทำความผิดอะไรมาสักอย่างแล้วโดนจับได้ ดวงตาที่ขยายใหญ่ขึ้นและสีหน้าตกอกตกใจทำให้ชเว เยนาที่อยู่ใกล้ ๆ กันหัวเราะชอบใจในขณะที่ฮเยวอนยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิม

“มองอะไร ไม่ได้มอง”

“ทำหน้าเป็นหมีเลิ่กลั่กขนาดนี้ เชื่อมากเลยว่าไม่ได้มอง”

เยนาสวนกลับมาทันทีเมื่อแชยอนปฏิเสธ ปากก็พูดไปในขณะที่มือป้อมนั่นก็ควักขนมจากซองในมือของฮเยวอนเข้าปากไปด้วย

“บอกว่าไม่ได้มองไง”

“ปากแข็งจริง ๆ ไม่ได้มองก็ไม่ได้มอง”

แชยอนแอบลอบถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอกเมื่อฮเยวอนเอ่ยออกมาอย่างนั้น ถึงจะรู้แก่ใจว่าอีกสองคนคงจะไม่เชื่อ แต่อย่างน้อยตอนนี้มันก็ไม่เซ้าซี้อะไรเธอต่อ ก่อนจะกลับมาหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้งเมื่อฮเยวอนเอี้ยวตัวไปหยิบโทรศัพท์มาเพื่อเปิดอะไรบางอย่างให้เธอดู

“แต่อันนี้จะปฏิเสธยังไงว่าไม่ได้มอง”

แชยอนไม่เคยรู้เลยว่าเธอมองอึนบีด้วยสายตาแบบไหน จนกระทั่งได้เห็นรูปที่ปรากฏอยู่บนโทรศัพท์ของฮเยวอนที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้

แบบนี้พี่อึนบีก็คงจะรู้หมดแล้วล่ะมั้งว่าเธอยังรักเจ้าตัวอยู่

“รักมากล่ะสิ ดูสายตา”

เสียงพูดลากยาวท้ายประโยคของเยนาทำให้แชยอนได้สติ ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นเยนาที่กำลังซูมรูปดูพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนมาให้เธอ ส่วนฮเยวอนก็กระตุกยิ้มมุมปากที่เธอคิดว่าแสนกวนนั่นมาให้อีก ทำเอาต้องหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนสีหน้าของคนโดนจับได้อย่างแท้จริงไว้อย่างไม่มีอะไรจะเถียง

“ไปง้อสิ ตามไปเลย”

เยนาส่งเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมคืนให้กับเจ้าของมันก่อนจะหมุนตัวแชยอนให้หันหน้าไปยังทางที่อึนบีเดินออกไปก่อนหน้านี้ ออกแรงดันหลังให้ก้าวออกไปแต่เจ้าตัวก็ขืนตัวเอาไว้

“จะให้ง้อยังไง มันไม่ได้ง้อกันง่ายขนาดนั้นสักหน่อย”

“ก็ยุให้ง้อตั้งหลายทีแล้วแต่ไม่ยอมไปสักที ไม่เริ่มตอนนี้แล้วจะเริ่มตอนไหน แล้วเมื่อไหร่จะได้คืนดีกันสักทีเล่า”

เยนาพูดพร้อมออกแรงดันให้มากกว่าเดิม แชยอนเองก็ขืนตัวเองเอาไว้อย่างสุดตัวเช่นกัน

“คนเขาดูออกกันหมดแล้วว่ายังรักกัน เหลือแต่แกนี่แหละ ทำไมมันซื่อบื้ออย่างนี้วะเนี่ย”

“ว่าไงนะ”

แชยอนหันกลับไปมองเยนาหลังจากได้ยินประโยคเมื่อครู่ที่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวตั้งใจพูดพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะพูดให้เธอได้ยิน ก่อนจะหันไปมองฮเยวอนเมื่อได้ยินเสียง ‘แปะ’ ที่เกิดจากการตบหน้าผากตัวเอง

“ว่าแล้วว่าแกต้องหลุดพูดเข้าสักวัน”

ฮเยวอนหันไปชี้นิ้วคาดโทษให้กับคนที่หลุดปากบอกความลับออกมา ซึ่งเยนาเองก็ส่งยิ้มแหย ๆ กลับมาให้ก่อนจะรีบเดินหนีไปหายูริที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องอย่างตั้งใจหนีความผิดของตัวเอง

“หมายความว่าไง”

“ก็ตามที่เยนาพูด”

“จริงเหรอ...”

“แล้วจะโกหกทำไมล่ะ ที่ไม่บอกตอนแรกเพราะอยากให้จัดการกันเอง เห็นว่าเป็นเรื่องของแกกับพี่อึนบีแค่สองคน แต่ไอปากเป็ดมันหลุดพูดออกมาก็ดีเหมือนกัน คนแถวนี้จะได้เริ่มทำอะไรสักที”

พูดพร้อมเหลือบมองว่าแชยอนมีท่าทีอย่างไร เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวยังคงมีความลังเลอยู่ฮเยวอนก็ได้แต่ทำหน้าเอือมระอา

“แล้วแกรู้ได้ไง พี่อึนบีบอกเหรอ”

“เปล่่า แต่พอไปแกล้งแซวก็เป็นเหมือนแก รีแอคชั่นเหมือนกันทุกอย่าง เดาไม่ยากหรอก”

“แน่ใจได้ไง”

“เพื่อนกินข้าวนะไม่ได้กินหญ้า เห็นเพื่อนโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ อย่าห่วงเลย ถ้าพี่อึนบีไม่ได้คิดเหมือนแกให้ตบหัวเยนาเลยอะ”

พอฟังจบประโยคแชยอนก็เหมือนจะเริ่มเชื่อขึ้นมาบ้าง ซึ่งฮเยวอนจะไม่ปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดลอยไป คว้าข้อมือของเพื่อนและออกแรงลากให้เจ้าตัวเดินตามมายังทางที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นที่ที่พี่อึนบีอยู่



“มาส่งแค่นี้นะ ที่เหลือจัดการเองล่ะ”

พูดจบฮเยวอนก็ปล่อยข้อมือแชยอนให้เป็นอิสระแล้วเดินกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แชยอนได้มีโอกาสทักท้วงอะไรอีก ทิ้งให้แชยอนยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างหน้าห้องน้ำคนเดียว

โชคดีที่บริเวณห้องน้ำตอนนี้ไม่มีคนอื่นอยู่เลย แอบชะโงกหน้าเข้าไปดูก็พบว่าประตูห้องน้ำห้องหนึ่งจากสี่ห้องนั้นล็อคอยู่ น่าจะเป็นพี่อึนบีอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่มีเวลาให้ตั้งตัวนานมากนัก เสียงปลดล็อคกลอนประตูห้องที่แชยอนกำลังมองอยู่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่เธอตั้งใจมาหา อึนบีที่เงยหน้าขึ้นมาเจอกับอีกคนตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบปั้นสีหน้าให้เรียบเฉย

“มาเข้าห้องน้ำเหรอ ?”

อึนบีรู้ว่ามันเป็นคำถามที่โง่มากแต่ก็พูดออกไปเพราะหวังว่ามันจะไม่ทำให้บรรยากาศตอนที่เธอกับแชยอนอยู่ด้วยกันสองคนดูน่าอึดอัดจนเกินไป เมื่อเห็นอีกคนไม่ตอบอะไรเธอจึงเดินเลี่ยงไปเพื่อล้างมือแทน และนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าแชยอนเหลือเวลาไม่มากนัก หากเธอไม่ยอมพูดอะไรออกไปอีกไม่นานอึนบีจะเดินออกไปจากตรงนี้

“ฉันมาหาพี่”

อึนบีชะงักไปเมื่อได้ยินแชยอนพูดแบบนั้น มันเหนือความคาดหมายของเธอไปเล็กน้อยแต่ก็ยังพอรับมือได้แม้ว่าประโยคเมื่อครู่จะทำให้เธอแอบใจสั่นก็ตาม

แค่เพราะเขาบอกว่ามาหาเท่านั้นเอง

“มีอะไรหรือเปล่า ?”

พยายามควบคุมสีหน้าให้นิ่งเฉยที่สุดและหันไปพูดกับคนน้องที่ตอนนี้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ยังไม่ยอมพูดออกมาเสียที แต่อึนบีก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด ทำเพียงแค่ยืนรอฟังเงียบ ๆ เท่านั้น

“พี่...”

“...”

“เห็นรูปนั้นหรือยัง ?”

ใจของอึนบีกระตุกวูบเมื่อนึกไปถึงรูปถ่ายที่เธอได้ดูก่อนหน้าที่จะมาเข้าห้องน้ำ ให้เดาก็คงไม่ยากว่ารูปที่แชยอนหมายถึงก็คงเป็นรูปเดียวกัน เพียงแต่ยังไม่เข้าใจว่าคนน้องจะถามถึงรูปนั้นไปเพื่ออะไร

“ใช่รูปเธอกับฉันหรือเปล่า ?”

“อ่า...”

“ทำไมเหรอ ?”

คราวนี้แชยอนไม่ได้มีท่าทีร้อนรนเหมือนเมื่อก่อนหน้า หลังจากจบประโยคเมื่อครู่ของอึนบี แชยอนก็ค่อย ๆ นิ่งไปเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ นั่นยิ่งทำให้อึนบีใจสั่น หลายความรู้สึกกำลังตีกันอยู่ในอก ทั้งดีใจและตื่นเต้นที่แชยอนพูดเหมือนสนใจรูปนั้น แต่อีกใจก็กลัวว่าคนน้องอาจจะไม่ชอบหรืออึดอัดก็ได้

“ฉัน...”

“...”

“ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมองพี่ด้วยสายตาแบบไหน”

ดีใจ...

ความรู้สึกของอึนบีชัดเจนขึ้นเมื่อได้ฟังประโยคที่แชยอนเอ่ยออกมา หากไม่คาดหวังและเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไป นี่กำลังมาขอคืนดีใช่ไหมนะ ?

“ฉันจะพูดยังไงดี...”

“...”

“ฉันไม่รู้ว่ามันช้าไปไหม แต่ว่า...”

“...”

“พี่รู้ไหมว่าสายตาแบบนั้นมันหมายความว่าไง ?”

อึนบีหลบสายตาแชยอนที่มองมายังเธอ

เหมือนในรูปนั้นเลย

แต่ดูจะลึกซึ้งมากกว่าเยอะ

หากจะให้ตีความประโยคนั้น อึนบีก็เข้าใจว่า...



“กว่าจะพูดนะไอหน้าหมี”





THE END.

งานเร่ง งานด่วน งานเฉลิมฉลองโมเม้นแชบีในฟีลเตอร์แฟนเก่าที่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยเก่าค่ะ 555555

ไม่รู้ว่าจะเก็ทกับปาโยคสุดท้ายกันรึเปล่า ก็จินตนาการกันได้ตามสะดวกเรยนะคะ เติมคำในช่องว่างได้ตามใจชอบเรยข่ะ

อาจจะดีเลย์กับโมเม้นไปหน่อยต้องขออภัยนะคะ พายามเร่งสุด ๆ แร้ว

สุขสันต์โมเม้นแชบีค่ะ อิอิ

ขอให้มีฟามสุขกับการอ่านกันถ้วนหน้า
สำหรับวันนี้ ลาค่ะ สวัสดี





SHARE

Comments

TmwJkp
3 months ago
55555เป็นการขอคืนดีที่น่ารักสุดดดดด
Reply