ความรัก


"เช่นนี้เราจึงรู้และเชื่อมั่นในความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา
พระเจ้าทรงเป็นความรัก ผู้ใดอยู่ในความรักก็อยู่ในพระเจ้าและพระเจ้าทรงอยู่ภายในเขา"
1 ยอห์น 4:16

ฉันสัมผัสได้ถึงความรักของพระเจ้าตั้งแต่วันที่ฉันรับเชื่อมาจนถึงทุกวันนี้
สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่หัวใจ เชื่อมั่นพระเจ้าจะรักฉันเสมอไม่ว่าฉันจะทำตัวน่ารักหรือไม่น่ารักก็ตาม เพราะพระเจ้าทรงรักแบบที่เราเป็น รักเราแม้กระทั่งเรายังคงเป็นคนบาป เพราะพระองค์รู้ว่าเราไม่อาจดิ้นหลุดจากความบาปได้ด้วยตนเอง พระองค์จึงส่งพระเยซูผู้บริสุทธิ์มาเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปให้แก่มนุษยชาติ และผู้ที่รับเชื่อก็จะได้รับความรอดจากการลงโทษ

แค่เชื่อไม่พอ ต้องดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยพระองค์ด้วย และต้องยกให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่ง เพราะพระองค์คือผู้บันดาลและเนรมิตทุกสิ่งได้ หากเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์

พระเจ้าเปรียบเสมือน Admin มนุษย์คือ Player ...ตามที่ฉันเข้าใจน่ะนะ 

ฉันรู้สึกปิติยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่า พระองค์ประทานสิทธิอย่างหนึ่งให้แก่มนุษย์ คือ สิทธิในการเลือก (Free Will) พระเจ้าสามารถปั้นเราให้เชื่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียวก็ย่อมได้ แต่พระองค์ไม่ทำ เพราะเราคงไม่ต่างอะไรจากหุ่นยนต์ (Robot) ที่เพียงป้อนโปรแกรมอะไรเข้าไป เราก็ปฏิบัติตามนั้น แต่พระองค์ทรงเป็นความรัก และพระองค์ก็มอบเจตจำนงเสรีให้เราเลือกได้ที่จะรักตอบ...หรือไม่รัก

ถึงแม้พระองค์จะรู้ว่าเมื่อมอบสิทธิในการเลือกให้กับมนุษย์แล้ว มนุษย์ก็ยังคงเลือกผิด และไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไปเชื่อฟังฑูตสวรรค์ที่กบฏและต้องการตั้งตนเป็นพระเจ้า หรือเรียกอีกชื่อคือ "มารซาตาน" เพียงเพราะมนุษย์อยากเป็น Mini God อยากเป็นผู้ควบคุมชีวิตตนเอง แต่อันที่จริงกลายเป็นมนุษย์คู่แรกเชื่อฟัง "มาร" คล้ายกับมนุษย์มีสิทธิเลือกคุมบังเหียนชีวิต แต่จริงๆ แล้วมนุษย์ใช้เจนจำนงเสรีในการ "เลือก" ที่จะเชื่อฟัง "มาร" มันคือการเชื่อฟังในอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วผลจากการเชื่อฟังมารนั้นก็ทำให้มนุษย์มีคุณสมบัติของ "มาร" อยู่ในตัว และง่ายต่อการทำบาป แต่ลึกๆ ในจิตวิญญาณ มนุษย์กระหายการทำในสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง เพราะมนุษย์มีคุณสมบัติของพระเจ้าในตัวเช่นกัน 

พระเจ้าทราบดีถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น พระองค์จึงวางแผนให้มนุษย์กลับมาคืนดีกับพระเจ้าแม้ว่าเราจะยังไม่บริสุทธิ์ มีคุณสมบัติของมาร มีความบาปอยู่ในตัว แต่พระเจ้าก็เข้าใจ และความรักของพระเจ้าก็มีพลังปกคลุมเหนือทุกสิ่ง พระองค์จึงส่งพระเยซูมาเป็นเครื่องบูชาเพื่อให้มนุษย์กลับมาคืนดีกับพระเจ้า และกลับมาเป็นมนุษย์ในแบบที่พระเจ้าตั้งใจสร้างมาให้เราเป็น

ลองสังเกตง่ายๆ ในชีวิตประจำวันก็ได้ โลกทุกวันนี้วุ่นวายเพราะมนุษย์เลือกเชื่อฟังมาร มารก่อให้เกิดความแตกแยก ความเกลียดชัง ความโลภ การฆ่ากัน ความชิงชัง ความป่วยไข้ ความสกปรก และนานานับประการที่ไม่รู้จบ แต่อีกมุมหนึ่งก็ยังคงมีความดี ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สันติสุข การหนุนใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความรัก ปรากฎให้เห็น

เปรียบเสมือนน้ำใสสะอาดในแก้วที่ถูกเติมสิ่งเจือปนเข้าไป จะแยกออกจากกันก็ยากแล้วเพราะมันได้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน เปรียบเสมือนความบาปที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอซึ่งแยกไม่ออก แต่พระเจ้าสามารถทำให้น้ำกลับมาใสสะอาดเหมือนเดิมได้ แต่ไม่ใช่ในเนื้อหนังที่เต็มไปด้วยความบาปนี้ ทำได้ดีที่สุดเพียงแต่ตกตะกอนให้มันเจือจางลงเท่านั้น พระองค์ได้บอกกับเราว่าจิตวิญญาณของเราจะดำรงอยู่นิรันดร์หลังจากที่เราจากโลกนี้ไป และฉันเชื่อว่าจิตวิญญาณเราจะใสสะอาดจากการชำระโดยพระคุณของพระเจ้า

ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันได้สัมผัสถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์...

ในวันที่ฉันผิดหวังจากความรักที่มีต่อมนุษย์...

ถึงแม้ว่าความรักแบบมนุษย์จะทำให้ฉันผิดหวัง แต่พระเจ้า พระองค์ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง ฉันศรัทธาในพระองค์ และฉันเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า เมื่อความรักครั้งนี้จบลง รักครั้งใหม่จะต้องดียิ่งกว่าเดิม 

ท้ายที่สุด ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงรักฉัน และขัดเกลาฉันในทุกๆ วัน ให้ฉันเป็นคนที่ดียิ่งขึ้น น่ารักมากขึ้น ให้อภัยง่ายขึ้น เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางอีกต่อไป (ถึงแม้ว่าจะมีบ้างในบางครั้ง) ในโลกที่เต็มไปด้วยปัญหา ฉันมีพระองค์เป็นแหล่งกำลังที่ยอดเยี่ยมที่สุด



ขอบคุณพระเจ้า








SHARE
Writer
Sikayules
Traveller
Love is all around

Comments