กฤษณะ story (4) : วีรกรรมหลังปราบกังสะ
ขออภัยที่ห่างหายไปนานครับ เนื่องจากมีธุระมากมายที่ต้องสะสางจนไม่มีเวลามาเขียนต่อ แต่ช่วงนี้เริ่มมีเวลาพอจะเล่าเรื่องราวของพระกฤษณะต่อแล้วล่ะครับ ซึ่งแม้ว่าจะปราบกังสะได้แล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องราวของพระกฤษณะอีกมากมายนักที่ยังไม่ได้เล่า

หลังจากที่พระกฤษณะและพลรามร่วมมือกันกำจัดกังสะและอัญเชิญท้าวอุครเสนกลับมาครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งนครมถุราอีกครั้งแล้วนั้น ทั้งสองก็อยู่รับใช้ในราชสำนักนั้นมาอีกเป็นเวลายาวนาน ซึ่งพระกฤษณะก็ได้สร้างวีรกรรมต่างๆมากมาย พอจะสรุปได้ดังนี้

1. สร้างนครทวารกา : สืบเนื่องจากการตายของกังสะ ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วดินแดนชมพูทวีป ซึ่งก็ไม่พ้นหูของท้าวชราสันต์ กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ ซึ่งเป็นพันธมิตรอันเหนียวแน่นของกังสะ เมื่อชราสันต์ทราบข่าวก็เดือดดาลเป็นอันมาก ถึงกับรีบสั่งจัดกองทัพเข้าตีนครมถุราในทันที ซึ่งทางพระกฤษณะนั้นก็นำกองทัพป้องกันนครมถุราอย่างเต็มกำลังเช่นกัน แม้ว่าชราสันต์จะพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่ละความพยายามในการตีนครมถุรา ว่ากันว่าพี่แกยกกองทัพมาตีถึง 18 ครั้งเลยทีเดียว พระกฤษณะเล็งเห็นว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้จะส่งผลเสียต่อไพร่พลประชาชนในอนาคตแน่ๆ (จริงๆก็ปนความเอือมระอาต่อชราสันต์นิดๆด้วยแหละ) จึงสั่งให้เร่งสร้างนครแห่งใหม่อันงดงาม นามว่า “ทวารกา” และอพยพชาวยาทพทุกคนไปอยู่ที่นั่นแทน

2. ได้นางรุกมินีเป็นชายา : เจ้าหญิงรุกมินีเป็นธิดาของท้าวภีษมรรคแห่งแคว้นวิธรรภะ ตัวเธอนั้นหลงรักพระกฤษณะมาตั้งนานแล้ว ด้วยกิตติศัพท์เกี่ยวกับความหล่อเหลาและความเก่งกาจ ติดอยู่อย่างเดียวคือเธอถูกรุกมินซึ่งเป็นพี่ชายของเธอหมั้นหมายให้แต่งงานกับเจ้าชายศิศุปาละแห่งแคว้นเจทีซะอย่างงั้น รุกมินีจึงขอให้คนรับใช้ส่งสาสน์ไปให้พระกฤษณะเพื่อขอให้มาลักพาตัวเธอไปเสียโดยนัดหมายที่เทวาลัยใกล้ๆกับตัวเมือง ซึ่งพระกฤษณะก็ตอบรับและมาหาเธอที่เทวาลัยที่นัดหมายและพาตัวไป รุกมินและศิศุปาละที่รู้ข่าวจาก spy จึงรีบมาขัดขวางและเกิดการต่อสู้กัน ผลคือรุกมินเป็นฝ่ายแพ้ แรกทีเดียวพระกฤษณะจะสังหาร แต่รุกมินีขอให้ไว้ชีวิตจึงเปลี่ยนการโกนหัวให้ได้รับความอับอายแทน ส่วนรุกมินิก็ได้เป็นชายาของพระกฤษณะสมใจปรารถนา แต่ก็ทำให้ศิศุปาละผูกใจเจ็บกับพระกฤษณะมากกว่าเดิมอีกด้วย

3. ดราม่าเพชรสยมันตกะ : เพชรสยมันตกะนั้นสุริยเทพได้มอบให้กับสัตยชิตซึ่งเป็นญาติของพระกฤษณะ ซึ่งเขาก็แนะนำให้มอบเพชรนั้นให้กับท้าวอุครเสน แต่สัตยชิตปฏิเสธและมอบให้กับประเสนะซึ่งเป็นพี่ชายแทน ต่อมาประเสนะถูกสิงโตฆ่าตายในขณะที่ล่าสัตว์ เจ้าสิงโตคาบเอาเพชรไป จนไปถึงบริเวณถ้ำที่พญาหมีชามพวาน (หนึ่งในขุนพลของศรีรามในรามายณะ) อาศัยจึงเกิดการต่อสู้และฆ่าสิงโตได้ ส่วนเพชรนั้นเขาเก็บเอาไว้ จากการตายของประเสนะทำให้สัตยชิตกล่าวหาพระกฤษณะว่าเป็นคนฆ่าและขโมยเพชรไป พระกฤษณะปฏิเสธและออกตามหาเพชรนั้น จนถึงถ้ำของชามพวานจึงเกิดการต่อสู้กัน แต่ผลคือเสมอกัน ทั้งคู่จึงผูกมิตรกันโดยชามพวานคืนเพชรให้พระกฤษณะและยกนางชามพาวตีเป็นชายา ส่วนเพชรนั้นพระกฤษณะก็เอาไปคืนสัตยชิตตามเดิม

4. (ยืมมือเมีย)ปราบนรกาสูร : สืบเนื่องจากดราม่าเพชรสยมันตกะ สัตยชิตรู้สึกผิดที่ตนกล่าวหาพระกฤษณะ จึงเสนอว่าจะยกลูกสาวชื่อ “สัตยภามา” ให้เป็นชายาพร้อมกับมอบเพชรให้กับพระกฤษณะ ซึ่งเขารับสัตยภามาเป็นชายาแต่ไม่รับเพชรนั้น ต่อมาสัตยภามาทราบข่าวความเกรียนของ “นรกาสูร” ซึ่งได้บุกสวรรค์ ลักพานางอัปสร ขโมยตุ้มหูทางอทิติ ฯลฯ ทำให้เธอทนไม่ได้ถึงกับขอให้พระกฤษณะไปจัดการนรกาสูรโดยที่ตนขอติดตามไปด้วย ระหว่างการต่อสู้ พระกฤษณะแสร้งทำเป็นสลบจากการต้องอาวุธของนรกาสูร ทำให้สัตยภามาเลือดขึ้นหน้าเข้าไปต่อสู้กับนรกาสูรแบบไม่คิดชีวิต ที่พระกฤษณะทำแบบนี้เพราะนรกาสูรได้รับพรว่าจะถูกสังหารด้วยน้ำมือของแม่ตัวเองเท่านั้น (คือพระแม่ธรณี) ซึ่งความบังเอิญก็คือสัตยภามาเป็นอวตารของพระแม่ธรณีครับ ผลก็คือ นรกาสูรถูกสัตยภามาฆ่าตายนั่นเอง

5. (ยืมมือคนอื่น)ปราบกาลยาวัน : เรื่องนี้ต้องย้อนไปช่วงที่ชราสันต์ยกทัพมาตีนครมถุรา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ชราสันต์ขอให้ “กาลยาวัน” กษัตริย์แห่งโยนกมาช่วยรบกับพระกฤษณะ ตัวกาลยาวันเองก็หมั่นไส้พระกฤษณะเป็นทุนเดิมจึงรีบไปตีพระกฤษณะทันที พระกฤษณะจึงวาลอุบายโดยแสร้งทำเป็นหนีทัพไป กาลยาวันก็ติดตามแบบไม่ลดละ จนมาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง พระกฤษณะก็เข้าไปซ่อนตัว กาลยาวันก็ตามเข้าไปและพบกับอะไรสักอย่างคล้ายคนนอนอยู่ จึงคิดไปว่าเป็นพระกฤษณะก็เลยจัดการปลุกให้ตื่น ทว่า คนที่ตื่นนั้นไม่ใช่พระกฤษณะ แต่เป็นบุรุษชื่อ “มุจุกุณฑะ” ที่เคยช่วยพระอินทร์รบกับอสูรมาแต่ครั้งก่อน และได้รับพรให้หลับพักผ่อนเป็นเวลานับพันปี และหากใครทำให้ตื่นจะถูกไฟกรดจากตาของมุจุกุณฑะเผาผลาญ ซึ่งหวยนั้นก็ไปลงที่กาลยาวันนั่นแหละครับท่านผู้อ่าน...

6. ไฝว้กับพระศิวะ : เรื่องก็คือพระกฤษณะมีหลานชายชื่อ “อนิรุทธ์” ครับ ซึ่งหล่อเหลามากๆ กิตติศัพท์ความหล่อนั้นไปถึงหูของเจ้าหญิงอุษา ธิดาของท้าวพนาสูร อุษาจึงขอให้ลูกน้องไปลักพาตัวอนิรุทธ์มาให้เธอ ซึ่งทั้งอนิรุทธ์และอุษาก็หลงรักและได้เสียกัน ด้านพนาสูรทราบข่าวจึงให้ทหารจับตัวอนิรุทธ์ไว้ และส่งสาสน์ท้ารบไปยังพระกฤษณะ แน่นอนว่าพระกฤษณะต้องรับท้ารบอยู่แล้ว จึงจัดทัพใหญ่ไปหาถึงที่ แต่พนาสูรนั้นดันมีพันธมิตรสำคัญคือ “พระศิวะ” นั่นเอง ทำให้พระศิวะต้องลงมาช่วยรบในฝ่ายของพนาสูร การต่อสู้ระหว่างพระกฤษณะกับพระศิวะนั้นเป็นไปอย่างสูสีอย่างมาก แน่นอนว่าผลก็ต้องเสมอกัน ทั้งสองจึงยุติการรบและหันมาไซโคให้พนาสูรยอมแพ้เสีย ซึ่งพนาสูรก็ยอมแพ้โดยดุษฎี และยกเจ้าหญิงอุษาให้กับเจ้าชายอนิรุทธ์ในที่สุด

เรื่องราววีรกรรมของพระกฤษณะใหญ่ๆ ก็คงจะมีประมาณนี้แหละครับ จริงๆแล้วยังมีเรื่องเล็กๆอีกเรื่อง ก็คือพระกฤษณะเคยยกทัพไปตีพระอินทร์ เพียงเพื่อจะนำต้นปาริชาติ อันมีดอกที่มีกลิ่นหอมมาให้กับชายาทั้งหลายของเขาก็เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้สาระสำคัญอะไรเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเรื่องราวของพระกฤษณะหลังจากนั้นจะอยู่ใน timeline เดียวกับมหาภารตะแล้วล่ะครับ ซึ่งจะมาสรุปอีกทีในตอนหน้าละกัน
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments