กฤษณะ story (3) : ปราบกังสะ
แม้ว่าพระกฤษณะจะใช้ชีวิตที่วรินดาวัน แต่กังสะซึ่งอยู่ที่นครมถุราเองก็ไม่เคยละความพยายามในการจัดการกับผู้ที่จะเป็นเพชฌฆาตมาสังหารตนในอนาคต ซึ่งเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ก็โปรดติดตามกันได้เลยครับ

ก็อย่างที่จั่วหัวไว้แหละครับว่ากังสะได้ส่งลูกน้องของตนมา (ถูก) จัดการ (โดย) พระกฤษณะอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเข็ด อาทิ ครั้งหนึ่ง กังสะส่งอสูรชื่อ “สังกาสูร” เข้ามาในวรินดาวัน โดยที่สังกาสูรนั้นเลือกที่จะทำร้ายเหล่าหญิงสาวเลี้ยงโคทั้งหลาย แน่นอนว่าพระกฤษณะไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำร้ายหญิงสาวในสังกัดของตนแน่นอน ซึ่งสุดท้ายก็ลงเอยด้วยสังกาสูรถูกพระกฤษณะตัดคอทิ้งเสีย ต่อมากังสะก็ส่งอสูรตนนึงมาอีก คราวนี้อสูรเลือกแปลงเป็นโคแล้วไล่ขวิดทำร้ายชาวบ้านชาวช่องและทำลายทรัพย์สินไปทั่ว ร้อนถึงพระกฤษณะที่ต้องมาปราบอสูรโคตนนั้นโดยการจับหักคอทิ้งเสียอย่างง่ายดาย

เมื่อกังสะเห็นว่าลูกน้องของตนนั้นถูกจัดการไปมากมาย จึงเห็นว่าการส่งลูกน้องไปหาพระกฤษณะที่วรินดาวันเป็นวิธีที่ไร้ประโยชน์ จึงคิดวางแผนที่จะเชิญพระกฤษณะและพลรามมายังนครมถุราในฐานะลุงและหลาน แล้วให้อสูรลูกน้อยคอยดักสังหารระหว่างทางเสีย ว่าแล้วกังสะจึงให้ม้าเร็วส่งหนังสือเชิญให้สองพี่น้องไปยังนครมถุรา ซึ่งทั้งคู่ก็ตอบตกลง แต่ในระหว่างทาง อสูรชื่อ “เกศิน” ซึ่งกังสะส่งไปดักระหว่างทางก็แปลงเป็นม้าแล้วบุกเข้าไปหมายจะฆ่าสองพี่น้องเสีย แต่สุดท้ายก็ถูกพระกฤษณะสังหารโดยการเอากำปั้นยัดปาก ต่อมาก็มีอสูรแปลงเป็นขอทานมาหาอีก แต่พระกฤษณะรู้ทันและจัดการสังหารก่อนที่จะกลับไปวรินดาวัน

เมื่อแผนการในการสังหารพระกฤษณะและพลรามระหว่างทางของกังสะไร้ผล เขาจึงตัดสินใจส่งกำลังไปควบคุมตัววาสุเทพและเทวกีซึ่งเป็นพ่อแม่ตัวจริงมาขังคุกเสีย และคราวนี้เขาได้มอบหมายให้อำมาตย์เอกชื่อ “อกุระ” ให้นำสาสน์เชิญตัวมายังนครมถุรา แต่อกุระนั้นเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อท้าวอุครเสน รวมไปถึงวาสุเทพด้วย เขาจึงใช้โอกาสที่เดินทางไปวรินดาวันเล่าแผนการของกังสะทั้งหมดว่าที่เชิญพระกฤษณะและพลรามไปก็เพื่อจะสังหารเสีย พร้อมแนะนำว่าให้หนีไปเสีย แต่พระกฤษณะตอบกลับว่าตนและพี่ชาย (คือพลราม) จะเดินทางไปนครมถุราตามคำเชิญ และจะจัดการกังสะรวมไปถึงช่วยเหลือพ่อแม่ของตนให้ได้

เมื่อพระกฤษณะและพลรามเดินทางจากวริดาวันมาถึงยังทางเข้านครมถุราแล้ว ทั้งสองได้เผชิญหน้ากับอสูรที่เฝ้าประตูเมือง ซึ่งทั้งสองก็สามารถสังหารลงได้อย่างง่ายดาย เมื่อเข้าไปยังตัวเมือง กังสะซึ่งรอท่าอยู่ก่อนแล้วก็กล่าวต้อนรับ พร้อมกับท้าให้พระกฤษณะทำภารกิจต่างๆที่ตนตั้งไว้ให้สำเร็จ หากทำได้ วาสุเทพและเทวกีก็จะเป็นอิสระ ซึ่งพระกฤษณะก็ตบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล ซึ่งภารกิจแรกก็คือการยกคันธนูยักษ์ของพระศิวะ (คนละคันกับคันธนูปินกะที่ศรีรามทำหักไปในรามายณะ) ซึ่งพระกฤษณะนั้นไม่ใช่แค่ยกคันธนูยักษ์ได้อย่างง่ายดายเท่านั้น พี่แกยังใช้กำลังหักคันธนูยักษ์นั้นแหลกละเอียดอีกด้วย

ภารกิจต่อมาคือการปราบพญาช้างยักษ์ชื่อ “กุวัลยปิยะ” ซึ่งกำลังตกมันได้ที่ ซึ่งที่กังสะวางแผนไว้ก็คือ พระกฤษณะคงจะหมดกำลังไปตั้งแต่การยกคันธนูยักษ์แล้ว พอมาเจอช้างตกมันก็ไม่น่ารอดได้ แต่มันไม่ได้เป็นไปตามที่กังสะคาดการณ์ไว้เลย เพราะทั้งพระกฤษณะและพลรามต่างก็ช่วยกัจัดการกับช้างกุวัลยปิยะจนล้มลงไปในที่สุด ทีนี้กังสะก็เลยส่งนักมวยปล้ำคู่ใจของเขา 2 คน ชื่อ “จารูนะ” และ “มุสติกะ” เข้าไปจัดการ ซึ่งพระกฤษณะจับคู่สู้กับจารูนะ ส่วนพลรามสู้กับมุสติกะ การต่อสู้นั้นเป็นไปอย่างสูสี ท่ามกลางประชาชนที่เฝ้ามองและให้กำลังสองพี่น้อง ซึ่งในที่สุดทั้งพระกฤษณะและพลรามก็จัดการสองนักมวยปล้ำได้

จากการตายของนักมวลปล้ำทั้งสอง ทำให้กังสะซึ่งไม่สบอารมณ์มาตั้งแต่แรกแล้วก็ถึงกับฟิวส์ขาดทันที สั่งให้ลูกน้องทุกตนเข้าไปรุมจัดการกับพระกฤษณะและพลรามทันที ทั้งสองพี่น้องก็ไปมะรุมมะตุ้มกับการจัดการบรรดาลูกสมุนอยู่สักพักใหญ่ ก่อนที่พลรามจะบอกให้พระกฤษณะล่วงหน้าไปจัดการกับกังสะ ส่วนตนจะจัดการกับลูกสมุนเอง พระกฤษณะตอบรับคำของพี่ชายอย่างทันที เขาจัดการกับลูกสมุนที่ยืนขวางทางของเขา และเมื่อไปถึงที่บัลลังก์ของกังสะ เขาก็ได้จับตัวกังสะโยนออกจากบัลลังก์ด้วยกำลังอันมหาศาล กังสะที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกโยนลงพื้นแต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมายนัก

พระกฤษณะได้ท้าทายให้กังสะมาสู้กับตนแบบตัวต่อตัวให้ตายกันไปข้างนึง กังสะซึ่งกำลังโกรธได้ที่ก็ตอบตกลงทันที ซึ่งการต่อสู้ด้วยกำลังของพระกฤษณะและกังสะนั้นเป็นอย่างน่าหวาดเสียว เพราะต่างฝ่ายต่างก็ทุ่มกำลังแบบสุดตัวเพื่อหวังจะจัดการกับศัตรูของตนให้ได้ ซึ่งผลสุดท้าย มีจังหวะนึงที่กังสะล้มลงไป พระกฤษณะจึงฉวยจังหวะขึ้นคร่อมร่างของกังสะก่อนที่จะรัวหมัดชกกังสะแบบไม่ยั้ง จนในที่สุดกังสะก็ถึงแก่ความตายตามที่เคยมีคำคำนายไว้ ด้านพลรามก็จัดการลูกน้องของกังสะจนหมดด้วยตัวคนเดียว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของประชาชนชาวมถุราโดยถ้วนหน้า

ต่อมา พระกฤษณะก็เข้าไปช่วยเหลือวาสุเทพและเทวกี รวมไปถึงช่วยเหลือท้าวอุครเสนซึ่งถูกจองจำมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่ถูกกังสะทำรัฐประหารยึดอำนาจไป โดยที่พระกฤษณะนั้นได้อัญเชิญท้าวอุครเสนขึ้นครองราชย์อีกครั้ง ทั่วทั้งนครมถุราต่างเฉลิมฉลองในวาระที่จอมเผด็จการอย่างกังสะถูกสังหารลงแล้วอย่างเอิกเกริก โดยเฉพาะตัวพระกฤษณะนั้นได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญในฐานะผู้สังหารกังสะและนำสันติมาสู่มถุราอีกครั้ง และด้วยการที่พระกฤษณะได้ช่วยเหลือวาสุเทพผู้เป็นบิดาของตนได้สำเร็จ ผู้คนทั้งหลายจึงมักเรียกพระกฤษณะอีกนามหนึ่งว่า “วาสุเทพ” เช่นเดียกับนามของผู้เป็นบิดานั่นเอง

และนี่ก็คือเรื่องราววีรกรรมการปราบจอมอสูรกังสะของพระกฤษณะครับ แต่เรื่องราววีรกรรมของพระกฤษณะนั้นยังมีอีกมากมายเลยทีเดียว ซึ่งจะขอเล่าอีกครั้งในโอกาสต่อๆไปนะครับ
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments