ฤดูที่แตกต่าง
หลังจากที่ก้อนเมฆสีเทาได้ปลดปล่อยความทุกข์ที่ตนเองได้อุ้มแบกไว้ออกมาเป็นสายฝนโปรยปรายอย่างไม่ขาดสาย ก้อนเมฆนั้นก็กลับคืนสู่ธรรมชาติ เหลือเพียงร่องรอยของหยดน้ำที่ทิ้งไว้บนผืนหญ้าอันเขียวชอุ่มที่รอเวลากลั่นตัวกลับไปเป็นก้อนเมฆบนท้องฟ้าอีกครั้ง

ถึงแม้สายฝนจะทิ้งร่องรอยของความทุกข์เอาไว้จนเปียกปอนและเฉอะแฉะ แต่มันกลับทำให้ผืนหญ้าและต้นไม้ชุ่มช่ำเขียวขจีพร้อมที่จะเติบโตผลิดอกออกผล

เฉกเช่นเดียวกับความทุกข์ที่เราเผชิญ ไม่มีทางที่ความทุกข์นั้นจะดับลงโดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย แต่ร่องรอยเหล่านั้นจะเป็นบทเรียนที่คุ้มค่าที่จะหล่อหลอมจิตใจของเราให้แข็งแกร่งขึ้นและเติบโตขึ้น ให้เราได้เป็นต้นไม้ที่แข็งแรงและสามารถให้ร่มเงาแก่คนอื่นได้

เมื่อสภาวะทางอารมณ์ของโมโม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ก็ได้เวลาออกจากถ้ำและเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง...
การจำศีลของโมโม่ไม่ได้เป็นการหนีสภาวะทุกข์ทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่เป็นการเผชิญอยู่กับความทุกข์ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น กล้าที่จะร้องไห้ปลดปล่อยความรู้สึกทางอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาและมีสติ ไม่ไหลไปกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ยอมรับความจริงว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาวะทางอารมณ์ที่กำลังอ่อนแอแต่ไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับอารมณ์เศร้าที่เข้ามากระทบจิตใจ ไม่ผลักไสให้ความทุกข์นั้นหายไปและไม่รับความเศร้าให้เข้ามาครอบงำจิตใจ เพราะรู้ว่าอีกไม่นานความรู้สึกนี้มันก็จะหายไปเอง

ยอมรับว่าการเผชิญอยู่กับความทุกข์ให้เป็น มันไม่ได้ง่ายเลย เรามักจะมีแรงเสียดทานคัดค้านอยู่ในใจที่คอยสั่งให้เราหลีกหนีให้ไกลจากความทุกข์ ตามสัญชาตญาณและความเชื่อที่เราสั่งสมมาประกอบกับการเลี้ยงดูที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราจนถึงทุกวันนี้ แต่การตามใจตัวเองเลือกที่จะผลักไสทุกข์ วิ่งหนีทุกข์ กลับเป็นการทำร้ายตัวเองให้แย่ไปกว่าเดิม เพราะยิ่งหนีก็ย่อมต้องหนีไปตลอดชีวิต ไม่มีใครหนีความทุกข์ไปได้เฉกเช่นเดียวกับความตาย 

และวันนี้...ความอ่อนแอที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้หายไปแล้ว สภาวะทางอารมณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติของมันเอง 

การอดทนรอคอยให้ความเศร้ามันจางคลายไปโดยไม่ไปซ้ำเติมให้ใจมันบอบช้ำไปมากกว่านี้ มันคือ “รางวัลที่มีค่า” ที่เราควรมอบให้กับตัวเราเอง

 “รักตัวเองให้มากๆ” เพื่อวันหนึ่งเราจะสามารถแผ่ความรักที่เรามีล้นออกไปให้กับคนอื่นได้ 


เมื่อความทุกข์ได้ดับลง เม็ดฝนเริ่มซาลง ท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ก็กลับมาสดใสอีกครั้ง 



ดั่งบทเพลง “ฤดูที่แตกต่าง” ของพี่บอย โกสิยพงษ์ 


อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ


โมโม่

SHARE
Writer
MoMointheGalaxy
เด็กชายที่อยากจะกลับมาสู่ดาวโลก
ครั้งหนึ่ง ด.ช. โมโม่ เคยอยู่บนดาวโลก เป็นเด็กผู้ชายอารมณ์ดี นิสัยอ่อนโยน มองโลกในด้านบวกเสมอ แต่แล้ววันหนึ่ง...ด.ช.โมโม่ได้ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปอยู่นอกโลก โลกที่โมโม่ไม่เคยรู้จัก โลกที่โมโม่ไม่คุ้นชิน เขามีเพียงความเหงาที่อยู่เป็นเพื่อนเพียงลำพัง และเขาก็ได้ค้นพบว่า... มนุษย์ต่างดาวตัวนั้น..ใครๆหลายคนเรียกชื่อว่า “เจ้าซึมเศร้า”

Comments