โดนไล่ออกเพราะ EMOJI
เชื่อว่ามนุษย์ออฟฟิศหลายคนต้องมีกรุ๊ปแชทอย่างเป็นทางการที่เอาไว้สื่อสาร แลกเปลี่ยน และรายงานการทำงานกับหัวหน้าอย่างแน่นอนใช่ไหมครับ

นอกเหนือจากเราจะมีการพิมพ์เพื่อสื่อสารและส่งภาพเป็นหลักฐานเพื่ออัพเดทในการทำงานแล้ว เครื่องมือสื่อสารอีกอย่างหนึ่งที่เรานิยมใช้ในการสื่อสารกันก็คือ อีโมจิ อีโมติคอน ต่างๆ นั่นเอง

ถามว่าอ่าว…แล้วมันมีเรื่องที่น่าหยิบยกมาเล่าตรงไหน ก็ตรงประโยคถัดไปเนี่ยแหละครับ เพราะผมเพิ่งอ่านข่าวเจอประเด็นที่แปลกประหลาดกับการไล่พนักงานออกเพราะการส่งอีโมจิเนี่ยแหละ

สำนักข่าวจาก South China Morning Post รายงานว่าพนักงานหญิงคนหนึ่งถูกหัวหน้าไล่ออก เพราะการส่งอีโมจิให้ทาง We Chat ซึ่งสัญลักษณ์ที่พนักงานหญิงส่งให้นั้น มีความหมายว่า O.K หลังจากที่หัวหน้าคนนี้ได้แท็กพนักงานคนดังกล่าวเพื่อถามถึงความคืบหน้าของเอกสารและการดำเนินงาน

ภายหลังที่หัวหน้าได้รับอีโมจินั้น หัวหน้าได้พิมพ์ตอบไปว่า ‘หลังจากได้รับข้อความ คุณควรพิมพ์ตอบมาเป็นตัวอักษรนะ หรือว่าคุณไม่รู้กฎกติกาอะไรเลย’

จากนั้นไม่นาน หัวหน้าคนนี้ก็ติดต่อไปยังฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อดำเนินการไล่พนักงานคนนี้ออกไป

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางฝั่งพนักงานก็มีการออกมาสื่อสารถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่า

‘ฉันทำงานมาที่นี่หลายปี และนี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์บ้าบอขึ้น’

‘ฉันเป็นพนักงานที่ดี ฉะนั้น ฉันจะยังไม่ตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น’

ส่วนในมุมมองของเพื่อนร่วมงานของเธอก็มองว่า เหตุการณ์นี้ หัวหน้าก็ทำเกินไป

ถามว่าประเด็นนี้เกิดเป็นข่าวขึ้นเพราะ มีการสแคปสกรีนบทสนทนาที่เกิดขึ้นไปลงในWebio สื่อออนไลน์ในประเทศ จนกลายเป็นไวรัลขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยมีคนดูไปกว่า 280 ล้านวิว ซึ่งมีคอมเม้นท์ที่หลากหลาย เช่น ถ้าเป็นฉัน…ฉันจะไม่ตอบหัวหน้าเลย การเป็นผู้นำที่ดีควรมีการยอมรับสไตล์ที่หลากหลายของพนักงานนะ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น Wang Li – Ping ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จาก Renmin Business School ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า เหตุการณ์ไล่ออกครั้งนี้มันเกิดขึ้นโดยพลการพอสมควร

ทั้งนี้ Wang Li – Ping ยังวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ต่อว่า สามารถเกิดขึ้นได้กับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดเรื่องการสื่อสารถึงกฎเกณฑ์ในการดำเนินงานของบริษัท

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เราต้องยอมรับว่า ถึงแม้อีโมจิ จะเกิดขึ้นด้วยการสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้สื่อสารได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งอีโมจิ แปลว่า ‘อักษรภาพ’ และก็ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายจนเสมือนเป็นภาษาสากลไปแล้ว

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังต้องพิจารณาและไตร่ตรองต่อสถานะของผู้รับสารและบริบทอื่นๆ เช่น กฎเกณฑ์ นโยบาย และอื่นๆ อีกมากมาย ว่าการใช้เครื่องมือสื่อสารแบบนี้จะไม่มีผลลัพธ์อันร้ายแรงกลับมาทำร้ายเราได้เหมือนในกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั่นเอง
SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Podcaster ออฟฟิศ 0.4 / คอลัมนิสต์ aday Bulletin

Comments