เมื่อตอนออกร้านครั้งนั้น
เมื่อปลายเดือนสิงหาคมปีที่แล้วหลังกลับจากค่ายใหญ่ของภาควิชา แน่นอนว่าต้องมีการสังสรรค์ ณ หลังมอเกิดขึ้น

เราชอบออกร้านเพราะมีดนตรีสดให้ฟัง ซึ่งอาจเป็นเหตุผลเดียวกันกับใครหลายๆ คน

แต่สำหรับเราที่ไปก็เพราะมีเหล้าด้วยนี่แหละ

ดนตรีสดที่ถูกเล่นในร้าน
กับแอลกอฮอล์ในแก้วที่วางอยู่ตรงหน้า

ทุกอย่างมันโคตรจะลงตัว

ตอนที่ทุกอย่างกำลังสนุกและน่าจะผ่านไปอย่างราบรื่น สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ก็คือ เมา 

คงเพราะร่างกายเหนื่อยล้าจากการทำค่ายตลอดสามวันสองคืนทำให้ไม่สามารถรับแอลกอฮอล์ได้เท่าที่คิดไว้ (โดยที่ไม่รู้ตัว)
ซึ่งการออกร้านครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่รู้จักคำว่า ภาพตัด

ในตอนเช้าของอีกวันนึงทุกอย่างเหมือนในละคร ในซีรี่ส์ที่เคยดู คำถามแรกที่ผุดขึ้นในหัว

‘ห้องใครวะ’

แต่ก็ไม่ใช่หนังรักโรแมนติกอะไร เพราะมันก็คือห้องของเพื่อนคนนึงในวงเมื่อคืนนั่นแหละ แค่ไม่เคยมาเลยไม่คุ้นสถานที่

แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกตกใจก็คือ

‘เสื้อที่ใส่อยู่มันไม่ใช่ตัวที่ใส่ไปร้าน!!’

หลังจากปลุกเพื่อนคนอื่น ๆ ให้ตื่นหมดแล้ว ก็แยกย้ายและกลับห้องเพื่อนอีกคนนึงที่ตั้งใจจะนอนค้างแต่แรก

แน่นอนว่าด้วยความที่กลัวเสียฟอร์ม เลยไม่บอกเพื่อนว่าภาพตัด แต่ด้วยความที่อยากรู้เรื่องราวสุดท้ายเลยต้องเอ่ยปากถาม

“มึง กูจำอะไรไม่ได้เลยว่ะ”
“ห๊ะ จริงหรอวะ”
“เออ เมื่อวานกูแย่มากปะ”
“มึงก็เมาอะ แต่กูไม่คิดว่ามึงจะจำไม่ได้”

ความคิดมากมายโลดแล่นในหัว

‘เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างวะเนี่ย’

‘อ้วกไหมวะ’
‘ใครแบกกลับมา’
‘ทำไมต้องเปลี่ยนเสื้อ

แล้วใครเปลี่ยนเสื้อให้!!’

มุ่งเข้าคำถามที่อยากรู้ที่สุดก่อน
“ใครเปลี่ยนเสื้อให้กูวะ...”
“แล้วมึงคิดว่าใครอะ”
“... มึงหรอ”
“เออ”

ชิบหายยยย

คือมันก็เป็นคำตอบที่ก็คิดเผื่อไว้แหละ แต่ก็หวังว่าจะไม่ใช่ อยากให้คำตอบเป็น “มึงเมาละเปลี่ยนเสื้อเอง” จบ แต่มันไม่ใช่ว่ะ 

ในใจอยากรู้มาก แต่ขอทำใจก่อนถามต่อ
“เอ่อ.. แล้วทำไมต้องเปลี่ยนอะ”
“นี่มึงจำไม่ได้จริง ๆ หรอวะ”

เพื่อนทำท่าทีไม่เชื่อและแสดงออกทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะถามย้ำกลับอีกสองสามครั้ง

“จำอะไรไม่ได้เลยหรอ”

ใช่.. เป็นคำถามที่วนอยู่ในหัวตัวเองมาตั้งแต่ตื่นแล้ว ทำไมถึงจำไม่ได้วะ สักนิดก็ยังดี ค่อย ๆ คิดดิวะ แต่สรุปแล้วมั่นใจว่าจำไม่ได้แน่ ๆ ไม่งั้นก็คงคีพลุคต่อไป ไม่ถามให้เสียฟอร์มหรอกปะ

“เออ กูจำอะไรไม่ได้เลย ภาพตัดอะ ตัดไปตอนไหนก็ไม่รู้ด้วยนะ”
“...”

เพื่อนเงียบไปพร้อมขมวดคิ้วทำให้รู้ว่ามันยังไม่ค่อยเชื่อ

“แล้วสรุป ทำไมกูต้องเปลี่ยนเสื้อวะ”
“ก็เสื้อมึงเปื้อนอ้วกนิดหน่อยอะ แล้วพอจะล้าง เสือกเปียกน้ำไปครึ่งตัว”
“...”
“ก็เลยต้องเปลี่ยน”

มาครบเลยว่ะ สิ่งต่าง ๆ ที่กลัวไว้แต่แรก
เรื่องอ้วกเนี่ย ปกติเมาก็ไม่เคยอ้วกนะ เป็นสิ่งที่พูดโม้กับเพื่อนตลอดว่า “กูกินเหล้าไม่เคยอ้วกเลยอะ” แต่เมื่อคืนนี่... โคตรหมา

“ห๊ะ คือกูตัวเปียกเลยหรอ”
“เออ จำไม่ได้จริง ๆ หรอวะ เปียกเกือบทั้งตัวเลยนะ”
“... มึง กูจำไม่ได้เลย เดี๋ยวนะ มึงโม้กูปะเนี่ย”
“โอ๊ย โม้ไรวะ เสื้อมึงที่อยู่ในถุง มันชื้นอยู่ไม่เห็นหรอ”

‘จริงว่ะ’

แต่แล้วเรื่องราวไม่ได้มีเพียงเท่านั้น

“มึงจำไม่ได้เลยหรอวะ”
“กูก็ยังงงอยู่ ตั้งแต่กินมาไม่เคยภาพตัดเลย ปกติที่เคยกินกับกูเคยเห็นหนักแบบเมื่อคืนไหมหละ”
“เออ ไม่เคย แบบเมื่อคืนอะ กูไม่เคยเห็นเลย...”
“... ทำไมวะ กูทำอะไรที่แย่กว่านี้อีกหรอ”
“ก็มีนะ”
“.............”

‘บอกมา บอกมาเลยยยย ให้อายตายไปเลย’


“ไหนกูทำอะไรอีกก เล่ามาให้หมดเลยกูพร้อมละ”
“คือมึงเมาแล้วดื้อมากอะ พอเสื้อเปียกน้ำก็ไม่ยอมเปลี่ยน จนกูต้องเปลี่ยนให้มึง แต่ก็ยังงอแง”
“...”
“คือยังไงกูก็ต้องเปลี่ยนให้ถูกปะ เสื้อชื้นแบบนั้นมึงนอนไม่ได้อะ มึงดื้อจนต่อรองกูว่า ต้องให้มึงกอดก่อน ถึงจะยอมเปลี่ยน”

‘โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย อะไรวะเนี่ยยย ฟหดวาเกสวงงลยไนะพรับำ’

เขินมาก แต่ก็ต้องทำนิ่ง

“แล้วมึงก็กอดกูอะนะ”
“เออ กอดทั้งที่เสื้อมึงเปียกอะ”
“เอ่อ.. แล้วกูก็ยอมให้มึงเปลี่ยนง่าย ๆ เลยหรอ”
“ไม่ มึงดื้อเหมือนเดิม ไม่ยอมให้เปลี่ยนอยู่ดี กว่ากูจะเปลี่ยนให้มึงได้เกือบชั่วโมงอะ”

หลังจากนั้นก็ขำกลบเกลื่อนไป และพยายามถามถึงเรื่องเมื่อคืนว่ามีวีรกรรมอะไรอีกไหม ซึ่งเพื่อนบอกว่าไม่มีแล้ว ก็สบายใจส่วนนึงแต่ก็ยังโกรธตัวเอง จะเมาอะไรขนาดนั้นวะ


หลังจากนั้นเวลาออกร้านก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองเมาจนภาพตัดอีกเลย ส่วนตัวคิดว่าตัวเองคอแข็งในระดับนึง (ขออวดหน่อย) แต่พอเจอเหตุการณ์นั้นความเชื่อมั่นใจตัวเองก็ลดลงไป 40% ซึ่งคิดว่าก็ดีแล้ว

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์คืนนั้นคือ
(1) การเมาแล้ว ภาพตัด มีอยู่จริง ก่อนหน้านี้คิดว่าคนเมาก็คือคนที่สลบ หรือนอนหลับไปต้องให้เพื่อนอุ้มหรือแบกเท่านั้น ไม่คิดว่าการที่ขาดสติ แต่ร่างกายยังทำนู้นทำนี่ ยกแก้วขึ้นมาดื่ม พูดคุย โต้ตอบกับคืออื่นได้มันจะมีอยู่จริง ซึ่งถ้าเมาแล้วไปหาเรื่องคนอื่นคือโคตรซวย
(2) ควรรู้ลิมิตในการกินของตัวเอง จะกินจะดื่มยังไงก็อย่าเอาตัวเองไปเป็น ภาระเพื่อน นอกจากเพื่อนจะรำคาญแล้วก็อาจเกิดเรื่องไม่ดีกับตัวเองได้อีกด้วย
(3) ตี้นั้นถือว่าเป็นตี้คุณภาพอยู่ ดูแลกันและกัน เพื่อนกลับถึงหอครบ ไม่มีใครหล่นหายหรือได้ใครเกินมา (เอ๊ะ) และที่สำคัญ ไม่มีการถ่ายรูปคนเมาใดใด รักก
(4) ขอบคุณทุกคนในวันนั้น ที่ทำให้มีเราในวันนี้ (หึ่ย) แต่ขอบคุณจริง ๆ ทั้งที่พัก การพยุง การเกลี้ยกล่อมและความอดทนที่มีให้กัน
(5) ข้อสุดท้าย ทำให้รู้ว่าคนเมาเขากล้าทำตามใจตัวเองจริง ๆ ว่ะ 🌚



(จบ.)

รูปปก: ส่วนหนึ่งในคลิปที่ถ่ายตอนขาดสติไปแล้ว ตื่นมาเพิ่งรู้ว่าอัดคลิปที่ดูแทบไม่ได้รู้เอาไว้
SHARE
Writer
wishmehappy
|||||||| 80% druker
มนุษย์ที่กำลังเคว้งคว้าง และปรารถนาที่จะค้นพบความสุขของตัวเอง — เพ้อไปเรื่อย

Comments