location unknown

ถ้าฉันเลือกกลับไปเจออีกฝ่าย เขาจะยังจะจำได้ฉันอีกครั้งได้ไหมนะ?
          ทุกๆครั้งที่ฉันใช้หมึกซึมเขียนสมุดบันทึกเล่มสีชมพูสุดจี๊ดจ๊าดของฉันขึ้นมา ทุกๆอย่างย่อมสลักความรู้สึกในช่วงเวลาที่ฉันมีลมหายใจทุกครั้งดั่งมหาสมุทรที่ไม่มีวันย้อนกลับขึ้นมาอย่างแน่แท้ แต่ทำไมคราวนี้หมึกที่ฉันใช้เหมือนเคยกลับกลายเป็นข้อความล่องหนไปเสียแล้ว

'นี่คุณครับ? ยังได้ยินเสียงผมไหมครับ' 
เสียงนุ่มและละมุนเหมือนลาเต้ฟองนมนี่มันใครกันนะ? 

นั่นเป็นคำถามที่อยู่จิตใต้สำนึกของฉันก่อนจะตื่นขึ้นมาท่ามกลางเมฆหมอกที่ฉันตกอยู่ภวังค์ของแดนเนรมิตที่แต่งแต้มด้วยสีจางๆของควันพิษและหน้ากากแห่งความสุขจอมปลอมของพวกคลั่งวัตถุนิยม แต่ตัวฉันที่กำลังอยากจะหลุดจากภวังค์เหล่านี้ได้กลับกลายเป็นมนุษย์ประหลาดที่มีแต่คนจ้องเยาะหยันทุกครั้ง  แต่ทำไมคราวนี้ที่กลับมา....

              "กลับเป็นฉันที่มองไม่เห็น แม้กระทั่งความสุขที่แท้จริงก็ยังไม่เห็นเลย" 

      เสียงนิรนามของคนนั้นเป็นฉันเองที่จำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป มีเพียงแต่เขาบอกว่าเอากล้องฟิล์มนี้ไปใช้ซะสิ เผื่อจะช่วยเติมความสุขของคนกลับมาได้อีกครั้ง ม้วนฟิล์มหนึ่งม้วนเท่ากับ 40 รูป ถ้าหากโดนแสงจะเหลือเพียงแค่36รูปเท่านั้น ฉะนั้นการเดินทางครั้งนี้มันช่างสั้นและต้องรีบออกไปตามหาคนที่ฉันอยากกลับไปหาอีกครั้ง 

'อยู่นิ่งๆนะคุณ....ฉันจะถ่ายแล้วนะ!'
'ค่อยๆสิคุณ ประเดี๋ยวก็ทำกล้องนั้นพังพอดี'
'รู้แล้วล่ะหน่า.... พูดมากจริง'

ฉันจึงลองถ่ายรูปผู้ชายนิรนามคนนี้ด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนเพราะจำได้เพียงแค่ปุ่มและเสียงชัตเตอร์เท่านั้น โชคดีเสียจริงที่ฉันแอบขโมยกล้องฟิล์มคุณแม่เล่นบ่อยๆ ด้วยระบบแมกคานิคที่คล้ายคลึงกับปัจจุบันทำให้ฉันเข้าใจระบบด้วยความรวดเร็ว ต่อให้ความเร็วของแสงยามบ่ายก็ไม่ทำให้ฉันหวาดกลัว  แต่สิ่งที่ฉันหวาดกลัวคือความมืดมิดที่ฉันมองไม่เห็นต่างหาก

'ผมไปก่อนนะก่อนที่ทางการจะตามล่าผม ผมขอโทษนะหวังว่าคุณจะได้ใช้กล้องตัวนี้ให้เป็นประโยชน์' 
'ค่ะ จากนี้ฉันจะวังตัวค่ะ'  

       'แล้วคุณความสุขเหล่านี้จะเพียงพอล่อลวงให้คนที่นี่ไม่รู้ว่าฉันเป็นใครได้รึเปล่า?

                                          เพราะข้อแม้ของคนที่นี่คือ

     ถ้าคุณทรยศหักหลังด้วยการหนีจากดินแดนนี้แม้แต่นิดเดียว ชีวิตก็ต้องแลกชีวิต' 

เขาหายไปดั่งมิติกระจกที่เปิดกล่องวิเศษออกมาและแอบยิ้มกริ่มเงียบๆ ก่อนที่ฉันจะเดินไปตามทางโดยที่ไม่รู้ว่าฉันจะเจอคนๆนั้นหรือไม่ แต่ขออย่างเดียวฉันจะไม่กลัวในอุปสรรคที่รออยู่ข้างหน้าแม้มันจะยากเพราะดวงตาที่มองไม่เห็นค่อยๆเดินกับเสียงชัตเตอร์ที่จุดประกายความหวังนี้อีกครั้ง 

                           


                                   ฉันจะไม่ทิ้งความหวังนี้จนถึงวินาทีสุดท้าย 







SHARE
Written in this book
Letter form the past - tell to the Future
จดหมายฉบับนี้หวังว่าจะกล่าวเธอในวันที่เธอเติบโตขึ้น 
Writer
Clichez
Writer
กลิ่นอายจางๆจากอดีตย่อมผ่านและจากไปแต่อนาคตอันเลือนลางคอยส่งความรู้สึกไปยันปัจจุบันเสมอ มีแค่การเล่าเพียงสิ่งเดียวคอยเติมเต็มหัวใจให้มีชีวิตอีกครั้ง

Comments