รักที่คาดเดาได้ 2
      กลายเป็นว่า ฉันแทบไม่ต้องใช้ความพยายามในการชวนคุย การสร้างบรรยากาศ หรือสร้าง first impression อะไรเลย เขาเป็นคนคุยสนุกดังคำทักทายของเขาอยู่แล้ว แต่ที่ต่างออกไปคือ มันดูไม่เฟค ไม่พยายามจนน่าอึดอัด และบรรยากาศไม่ได้ชวนเกร็งอะไรเลย 
    ฉันใช้เวลาคุยกับเขานานมากจนไม่รู้ตัวว่าตอนนี้บ่ายโมงแล้ว เขาทำให้ฉันลืมไปเลยว่าเมื่อคืนฉันเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักนะ แต่วันนี้ฉันยิ้มและหัวเราะได้อีกครั้ง เป็นย้ิมที่ฉันไม่ต้องเสแสร้งและฉันก็หลุดหัวเราะออกมาหลายครั้งจริง ๆ 
   ฉันคงต้องกลับหอแล้วละ ตอนนั้นอาจจะยังไม่สปาร์คหรือยังไม่ใช่ในเรื่องเวลาละมั้ง เขาบอกว่าอยากไปส่ง แต่รถยนต์ของเขาตอนนี้ยังอยู่ศูนย์ซ่อมอยู่เลย เขาเพิ่งเอาไปลุยน้ำมาตอนเที่ยวครั้งล่าสุด 
"แต่ถ้ารถเสร็จแล้ว ไปกินปลาดิบกันนะ พี่มีร้านอาหารประจำแถวนี้อยู่" เขาพูดอย่างนั้น ฉันก็ยิ้มดีใจเป็นมารยาท แต่ใจจริงไม่คิดจะไปกินหรอก เพราะคิดว่าเขาแค่ชวนคุยไปงั้น
   ถ้าเรารู้สึกเศร้าอยู่ภายในใจ เราจะทำอะไรแปลกไปกว่าทุกครั้ง ทฤษฎีนักจิตวิทยาที่ฉันรู้สึกได้ว่าจริง ฉันเป็นคนไม่ชอบเดินทางด้วยรถโดยสาร ตอนมาห้างฉันมารถเพื่อน แต่ตอนนี้ฉันแยกกับเพื่อนแล้วเพราะเพื่อนมีธุระต่อ ฉันต้องกลับหอโดยรถโดยสาร ซึ่งฉันก็คิดว่าก็ดีเหมือนกัน เปิดหูเปิดตาบ้าง ไม่ได้นั่งมานานแล้ว 
   และบนรถนั่นเองที่ฉันได้พบกับรุ่นพี่ที่มหาลัยวิทยาลัย ที่เราเคยคุยกันบ้างช่วงนึง แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างที่มันไม่ลงตัว ทั้งเขาติดกิจกรรม ทั้งฉันที่ยังต่อสู้กับความรู้สึกในใจอยู่ ทำให้เราห่างกันไปโดยไม่รู้ตัว และเราเลิกคุยกันไปตอนไหนก็จำไม่ได้ 
SHARE

Comments