IP Camera คืออะไร
IP Camera (Internet Protocol Camera) คือ กล้องวงจรปิดที่รวมเอา คุณสมบัติของ Web Server ไว้ในตัวกล้อง (คล้ายกับเป็นการนำเอาความสามารถบางส่วน ของเครื่องคอมพิวเตอร์บรรจุลงไปในตัวกล้องวงจรปิด) เพื่อให้สามารถ ดูภาพสดบนระบบ internet หรือ ระบบเครือข่ายได้ โดยผู้ใช้งานสามารถ ดูภาพจากระยะไกลเพื่อใช้ในการรักษาความปลอดภัย และ เฝ้าระวัง ภายใน บ้าน สำนักงาน โรงงาน ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ ได้ IP Camera มีทั้งแบบใช้สาย (Wiring) และแบบไร้สาย (Wireless)

IP Camera แบ่งตามประเภทการใช้งานได้ ดังนี้

1. Fixed Camera : บางคนก็เรียกว่า กล้องวงจรปิดแบบกระบอกข้อดีที่เห็นได้ชัดๆ คือ ตัวกล้องวงจรปิดจะแยกส่วนกับเลนส์ สามารถทำให้เลือกซื้อเลนส์ใส่ได้ มาในส่วนของเลนส์ที่เอาไว้ใส่กับกล้องวงจรปิดปิดชนิดนี้จะมีให้เลือกเยอะพอสมควร ขึ้นอยู่กับจุดที่จะติดตั้งและต้องการโฟกัสภาพไปที่ไหน

2. Infared Camera : กล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด Infrared Camera คุณสมบัติที่เด่นชัดที่สุดใน การเป็นกล้องอิฟาเรดก็คือ การที่สามารถจับภาพในที่มืดได้ คิดว่าหลายๆ คนก็คงจะรู้ในจุดนี้กันมาแล้วไม่มากก็น้อย แล้วอะไรบ้างหละที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ตัวกล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรดสามารถมองเห็นในที่มืดๆ หรือที่มีแสงน้อยๆ ได้ จะมีอยู่ 2 อย่างทีเป็นตัวเปรียบเทียบว่าสามารถมองเห็นในที่มืดได้ในระดับไหน นั่นก็คือ ค่า Lux ของ( illuminance หรือ illumination ) ของแสง ส่วนอีกอันจะเป็นเรื่องของ LED คือ จำนวนของมันมากน้อยแค่ใหนยิ่งมากก็สามารถทำให้ระยะทางดูภาพได้ไกลขึ้น ปกติแล้วกล้องอินฟาเรดจะมีค่า Lux เท่ากับ 0 แต่มันก็จะมีระยะของมันในกล้องวงจรปิดแต่ละตัวว่าสามารถมองเห็นไปได้ไกลแค่ไหน คือสำคัญที่ว่าค่าLux ยิ่งน้อยยิ่งมองเห็นได้เป็นขาวดำครับในที่ยิ่งมืดๆนั่นก็คือจำนวน LEDs ยิ่งมีจำนวนมากก็จะยิ่งดี มันเป็นตัวเสริมในหลายๆอย่างของความสามารถที่มองเห็นในที่ ที่มีแสงน้อยๆ ได้ กล้องวงจรปิด CCTV Infrared เป็นกล้องวงจรปิดที่ใช้แสงจากหลอด IR ส่องกระทบวัตถุจะทำงานเมื่อแสงน้อยในระดับหนึ่ง โดยจะมี censor ที่ด้านหน้าของกล้องแล้วจะส่งสัญญาณให้ หลอด IR ทำงาน และเมื่อแสงน้อยภาพจะเปลี่ยนเป็นขาว-ดำ สามารถมองเห็นในที่มืดสนิทได้เลย เพราะจะใช้แสง IR ส่องไปที่วัตถุ แต่ไม่เหมาะติดตั้งเพื่อการตรวจสอบทะเบียนรถ ผลจากการสะท้อนภาพจะทำให้ภาพสว่างจ้าจนมองไม่เห็น เลขทะเบียนเลย

3. Dome Camera : กล้องวงจรปิดแบบโดม(Dome camera) เป็นกล้องที่มีรูปทรงลักษณะ ที่เป็นแบบครึ่งวงกลมโดยวัสดุที่ใช้ทำ ก็มีแบบทั้งพลาสติก หรือ อลูมิเนียมผสมเหล็กหล่อขึ้นรูป

การนำกล้องโดมไปใช้งาน
1. กล้องโดมเหมาะสำหรับภายใน office เป็นอย่างยิ่งหรือภายงานในสามารถปรับมุมกล้องได้รอบทิศทาง(ด้วยมือ)
2. กล้องโดมเหมาะที่จะติดบนเพดานที่เป็นฝ้า ติดตั้งโดยไม่ต้องใช้ขายึด มีชุดฝาครอบเพื่อป้องกันการฝุ่นละออง
3. พอติดตั้งแล้ว หน้างานดูสวยกว่า เหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ภายในร่ม ไม่โดนแดด โดนน้ำ

กล้องโดมชนิดอินฟาเรด
เป็นกล้องโดม ชนิด อินฟาเรด เหมาะสำหรับติดตั้งภายในร่มเงาเหมือนเดิม กรณีที่ลูกค้าต้องการดูภาพในที่มืดสนิทเวลากลางคืนมีให้เลือกใช้ทั้งชิฟชาร์ป และ โซนี่ วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นเหล็กผสมอลูมิเนียมเพื่อเพิ่มความแข็งแรง หรือพลาสติกเบาๆ และดูดี สวยงาม ซึ่งผลิตภัณฑ์หล่านี้จะไม่มีปัญหาเรื่องภาพสะท้อนหรือฝ้าแน่นอนเพราะการออกแบบนั้นจะตัดปัญหาโดยการแยกชุดเลนท์กับชุด LED ออกจากกันเลย

4. Pan-Tilt และ Pan-Tilt-Zoom Camera : กล้องวงจรปิด แบบสปีดโดม หรือมีตัวย่อว่าP =PAN (หมุน ส่าย) , T=TILT (ก้ม เงย) , Z=ZOOM (ซูม) โดยลักษณะข้อดีกว่ากล้องทั่วไป คือ สามารถหมุนได้ ก้ม เงยได้ ซูมได้ด้วยเลนท์ด้วยระยะทางที่ไกลกว่าถึง มากสุด 400-500M สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบภายในและภายนอกอาคารโดยปัจจุบันสามารถเลือกการควบคุมด้วยเครื่องบันทึก หรือ จอยควบคุมก็ได้ แล้วแต่สถานการณ์ หรือการใช้งาน และสามารถกำหนดการตั้ง Preset ได้มากกว่า 100 จุด และสั่งหมุนหรือวิ่งไปตามจุดนั้นๆได้เองแบบอัติโนมัติ

การติดตั้ง IP Camera
สำหรับการติดตั้งกล้อง IP เรียกได้ว่า ง่ายมาก เพียงแค่ที่บ้าน หรือที่ต้องการติดตั้งกล้อง IP มีระบบเครือข่าย อยู่แล้วก็สามารถต่อสาย Lan เข้าที่ ตัว IP Cam แล้วเสียบสายไฟ ก็สามารถใช้งานกล้องได้แล้ว ด้วยการเข้าไปตั้งค่าต่างๆในตัวกล้องด้วย IP Address ของตัวกล้องเอง **กล้อง ip ตัวใหม่ๆจะมีเทคโนโลยี POE (Power over Ethernet) ติดมาด้วยคือสามารถจ่ายไฟให้ตามสาย LAN ได้ ทำให้ประหยัดค่าเดินสายไฟ หรือ สะดวกต่อการสำลองไฟ และหากเราจะใช้ function นี้ switch ของเราก็จำเป็นต้องมีฟังก์ชันนี้ด้วยเช่นกัน

การบันทึกของกล้อง IP จะมีด้วยกัน3อย่างหลักๆคือ
1. บันทึกลง storage card ที่อยู่บนตัวกล้อง IP
2. ใช้ Software บันทึกลง Computer
3. ใช้ NVR (Network Vedio Record) บันทึกลง Harddisk

จุดเด่น
1. กล้อง IP แต่ละตัว มีราคาที่ค่อนข้างสูง
2. การติดตั้งง่าย ใช้สายน้อย ยึดหยุ่นในการติดตั้ง
3. สามารถดูภาพได้โดยไม่ต้องใช้ DVR สามารถดูผ่านคอมพิวเตอร์โดยตรงได้
4. ถ้าติดตั้งกล้อง IP เป็นจำนวณมาก อาจจะต้องออกแบบระบบ Network เป็นอย่างดี แล้วอุปกรณ์ Network ก็ต้องดีตามไปด้วย

ที่มา : https://www.klongthomtech.com/17109782/ip-camera-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3
SHARE

Comments