บุหรี่ น้ำตา และการจัดการความรู้สึกของตัวเอง
นานมาแล้วที่ฉันลาออกจากการสูบบุหรี่ ทั้งๆ ที่เพิ่งเป็นสิงห์รมควันมือใหม่ได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลที่ว่าแฟนคนปัจจุบันไม่ภิรมย์กับกลิ่นของมันซะเท่าไหร่ ซึ่งฉันเองก็เห็นด้วย ฉันเคยอยู่ในจุดที่นั่งปัดควันให้ไปไกลๆ จากหน้าของตัวเอง พร้อมความคิดที่ว่าทำไมกูต้องมานั่งดูดบุหรี่มือสองจากพวกมึงด้วยวะ? เพราะฉะนั้น ฉันเข้าใจแฟนของฉันดี

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ ฉันเพิ่งค้นพบว่าบุหรี่ช่วยให้ฉันสงบสติอารมณ์ หรือเลิกแพนิกกับเรื่องไม่เป็นเรื่องได้ ...เหมือนกับการร้องไห้เลย

ฉันคือนักร้องไห้มืออาชีพ ถ้าจินตนาการไม่ออกว่าฉันร้องไห้เก่งแค่ไหน ก็ให้นึกภาพว่าถ้าร้องไห้แล้วได้เงิน ตอนนี้ฉันรวยกว่าเจ้าสัว CP 

เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะการร้องไห้มันทำให้ฉันเหมือนได้วางโลกทั้งใบที่แบกไว้มานาน ทุกอย่างเบาบางไปหมด ถึงแม้จะร้องไห้จนหัวหนักอื้อก็ตาม แต่ความรู้สึกมันเบามาก เชื่อฉันเถอะ บางครั้งต่อให้ไม่มีเรื่องที่จำเป็นจะต้องร้อง ฉันก็ปลดปล่อยมันออกมาเพียงเพราะแค่อยากรู้สึกตัวเบา

แต่ไม่ว่าจะดูดบุหรี่หรือการร้องไห้มันก็เหมือนกัน ถึงแม้จะทำให้ฉันสบายใจ แต่ก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกทุกข์ตามไปด้วย โดยเฉพาะแฟนคนดีคนเดิมที่ฉันไม่อยากเสียไป

ฉันเลิกร้องไห้พร่ำเพรื่อมาได้ซักพักแล้ว เพราะการร้องไห้ทำให้คนรอบข้างรู้สึกแย่ที่จะต้องรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้า ฉันจึงเลือกที่จะเก็บความรู้สึกมาเรื่อยๆ สะสมทีละเล็กละน้อยมาทุกๆ วัน จนวันนึง ฉันฉวยโอกาสมาได้ และแอบร้องไห้แบบบ้าคลั่งอยู่คนเดียว

ทั้งหมดทำให้รู้ว่าที่ผ่านมา การร้องไห้ยังคงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นได้ ถ้าไม่นับการสูบบุหรี่ที่ลาออกไปแล้วและไม่คิดจะกลับไปหาอีก

แต่เรื่องของเรื่องก็คือ ต่อให้ฉันฉวยโอกาสมาได้กี่ครั้งก็ตาม หรือฉันคิดว่ามันคือการกระทำที่ไม่มีใครรู้เห็น แต่ฉันก็ยังคงเผลอลากคนอื่นเข้ามาเอี่ยวหรือหาพยานมาร่วมรับรู้การกระทำนี้อยู่ดี อย่างน้อยๆ ก็แฟนฉันนี่แหละคนนึง

ความคาดหวังให้เขาปลอบ คาดหวังให้เขามีคำพูดดีๆ หรือการกระทำที่อบอุ่นเพื่อบรรเทาน้ำตาหลายลิตรที่เสียไป ทำให้เราทั้งคู่มีปากเสียงกันเล็กน้อย หรือเปล่านะ? จากการทะเลาะกันครั้งนั้นทำให้รู้แค่ว่าเขารับมือกับสิ่งที่เขาเจอไม่ได้ และฉันก็เสียใจหนักกว่าเดิมเพราะได้รับคำพูดที่ใจร้ายกลับมา 

แล้วฉันจะแก้ที่ตรงไหนดี ไม่ใช่ความผิดของแฟนที่จะต้องมารับผิดชอบความบ้าบอของฉันเลยสักนิด

งั้นกลับมาที่ต้นเหตุของปัญหา ฉันจะร้องไห้ยังไงให้ไม่ไปรบกวนคนอื่น? หรือฉันจะจัดการกับความเจ้าอารมณ์ของตัวเองแต่แรกนี้ยังไงดี?

ฉันนั่งตบตีกับความคิดตัวเองอยู่ซักพัก จนกระทั่งจิตแพทย์ส่วนตัว (ที่ฉันสถาปนาขึ้นเอง) ติดต่อกลับมา บุคคลที่ให้โซลูชั่นในทุกๆ ปัญหาที่ฉันเจอ เขาบอกกับฉันว่า การร้องไห้มันไม่ผิด แต่อยู่ที่ว่าเราจะเลือกร้องไห้แบบมีจุดประสงค์แบบไหน ซึ่งฉันเลือกแล้วว่าฉันอยากร้องไห้แบบที่ไม่ต้องมีใครมาร่วมรับรู้หรือมีส่วนรับผิดชอบในน้ำตาของฉัน เขาจึงบอกกับฉันว่า

“งั้นก็ลองคิดว่ามันคือการสูบบุหรี่สิ เหมือนเวลาคุณไปร้านเหล้า คุณไม่จำเป็นจะต้องนั่งร้องไห้กลางโต๊ะที่มีเพื่อนนั่งอยู่เต็มไปหมด เพราะแบบนั้นเพื่อนจะทำตัวไม่ถูก และบรรยากาศจะกร่อย

ให้คุณลองนึกว่ามันคือการออกไปสูบบุหรี่ที่คุณแยกตัวออกไปข้างนอกคนเดียวซัก 2-3 นาทีแล้วคุณก็กลับมานั่งตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แบบนั้นน่าจะดีกว่ามั้ย?”

เหมือนได้จัดระบบความคิดใหม่อีกครั้ง ฉันดีใจที่ได้รับโซลูชั่นที่ค่อนข้างแพร็คติคอลแบบนี้ และฉันก็ดีใจที่เขาเปรียบเปรยการร้องไห้เหมือนการสูบบุหรี่ เพราะจากนี้ฉันจะเอาการร้องไห้มาชดเชยกิจกรรมพ่นควันที่ไม่ได้ทำมานาน แล้วฉันจะไม่ทำร้ายใครด้วยกลิ่นเหม็นๆ หรือคราบน้ำตาที่น่าอึดอัดนี้อีก
SHARE

Comments