บาเกียว ep.3 เพื่อนใหม่ต่างชาติ
ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ 

     ทุกครั้งที่เริ่มต้นมักจะยากเสมอ โดยเฉพาะกับเราที่มักไม่ค่อยพูด และรู้สึกกลัวกับการเริ่มต้นคุยกับคนใหม่ๆ ตอนแรกเราแม่งโคตรกลัวเลย ไม่รู้จะทำยังไง พยายามยิ้มให้มากที่สุดทำหน้าตาแบบเฟรนลี่เข้าไว้นะอย่าหน้าบึ้งตึงนะเว้ย แต่ด้วยความที่โชคดีหรือดวงดีอะไรสักอย่างทำให้กลุ่มเกาหลีที่มาด้วยกันตัดสินใจรับเราเข้ากลุ่มไปด้วย ตอนแรกอ่ะพวกเค้าไม่คุยกับเราเลยนะ เราก็นั่งเหงาๆอยู่คนเดียวตั้งแต่ตอนปฐมนิเทศ แต่ด้วยความที่หน้าเราคงมึนๆเอ๋อๆและเราก็พอพูดภาษาเกาหลีเป็นอยู่บ้างเลยตัดสินใจเซย์ไฮเป็นเกาหลีใส่ไป เท่านั้นแหละเปิดใจรับเราเข้ากลุ่มเฉย 55 
เราอ่ะกลัวผู้หญิงเกาหลีมากเหมือนมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีมาก่อน ตอนอยู่เกาหลีอ่ะมีครั้งนึงขึ้นรถไฟใต้ดินเว้ยคนมันก็อัดๆกันในขบวนเป็นเพราะวันหยุดของเกาหลีด้วยคนเลยไปเที่ยวค่อนข้างเยอะแล้วทีนี้เหมือนหน้าเราไปชนกับแขนของผู้ชายคนนึง ด้วยความที่เรามันเตี้ยหน้าเลยไปชนตรงช่วงข้อศอกเค้า เค้าเอามือไปโหนตรงห่วงนั่นแหละส่วนเราเอามือจับเสาแล้วรถมันก็เบรกหน้าเราก็ไปแปะพอดี เงยหน้ามานี่ตะลึงนะ ไม่ใช่เพราะความหล่อผู้ชาย แต่ตะลึงตรงสายตาผู้หญิงที่มองมาเนี่ยเหมือนจะกินหัวฉันอยู่ล่ะ คือเป็นงงมากฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปแตะตัวผู้ชายของเธอเลย แล้วลักษณะผู้หญิงก็จะปากแดงๆ หน้าขาวๆ หน้าตาดูเหวี่ยง 55 ไม่รู้อ่ะกลัว
    
      ในกลุ่มเราคนเกาหลีเยอะ เพราะคนในรร.ก็มีคนเกาหลีประมาณ 80% ซึ่งถือว่าเยอะมาก นอกนั้นก็ญี่ปุ่น เวียดนาม ไต้หวันมีคนเดียวเหมือนไทยที่มีแค่เรา บอกเลยว่าโคตรแรร์ใครๆก็อยากรู้จักจ้า แล้วไต้หวันก็อยู่กลุ่มเดียวกันนะ ที่นี่จะแปลกอย่างแบบใครมีกลุ่มแล้วก็จะแยกเลยออกแนวกลุ่มใครกลุ่มมัน แต่สำหรับเราเราอยากรู้จักเพื่อนเยอะๆอ่ะไหนๆก็มีโอกาสมาทั้งทีแล้ว คือที่นี่มีแบบถ้ารู้สึกไม่ชอบใครก็จะห้ามเพื่อนในกลุ่มไปคุยด้วยนะ มีบุลลี่นิดๆแต่ไม่ได้รุนแรงอะไรขนาดนั้น แต่พวกชาติใครชาติมันอ่ะเยอะ คือถ้าเราไม่มีกลุ่มก็ค่อนข้างอยู่ยากอ่ะ บางทีก็สงสัยว่าพวกเค้ามาทำไมในเมื่อไม่คิดจะเมคเฟรนกับชาติอื่นคุยแต่ภาษาบ้านตัวเอง งงมาก 

     ชาติในกลุ่มเราแบ่งเป็นไต้หวัน 1 ไทย 1 ญี่ปุ่น 2 เกาหลี 6 แต่หลังๆหน่อยพี่เกาหลีคนนึงจะห่างๆออกไป ญี่ปุ่น 2 คนแนวปาร์ตี้บางทีก็อยู่ด้วยบางทีก็ไม่อยู่จะชอบเฟดไปอยู่กับญี่ปุ่นด้วยกันบ่อย เราที่ไม่มีพรรคพวกก็คุยกับเค้าไปทั่วจ้า แล้วคือตัวเองมาฮอต ( ฮอตในที่นี้คือทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ได้เยอะมาก แต่ไม่ทันได้คุยกันไปไหนด้วยกันก็ต้องกลับบ้านซ่ะแล้ว ) รู้สึกโคตรเศร้าเลย เรามีความสุขกับเพื่อนกลุ่มนี้มากเพราะหลายคนอายุมากกว่าเรา ดูแลเราดีมากๆ เทคแคร์ดีสุดๆมันทำให้เราไม่อยากกลับบ้านไปเลย ยิ่งตอนที่พี่ๆหลายคนกลับบ้านก่อนเรา เราร้องไห้หนักมากเพราะรู้ว่าไม่รู้จะได้เจอกันอีกครั้งไหม ถึงจะได้คุยกันแต่คงไม่สนิทเหมือนตอนนี้อีกแล้วและมันก็จริงปัจจุบันเราแทบไม่คุยกันแล้วด้วยซ้ำ 

     สิ่งที่ทำให้อึ้งอีกอย่างของรร.นี้คือ ผู้ชายเยอะมากจะเดินไปไหนก็เจอแต่ผช.555555555 จุดนี้ทุกคนน่าจะรู้ว่าเราบ้าผช.หรือไม่ ? เคยคอลกับเพื่อนมันยังบอกเลย เห้ยผู้เยอะมาก อันนี้คือเป็นงงจริง มันมาเยอะหนักช่วงเมษาตอนนั้นญี่ปุ่นมากันเป็นกรุ๊ปแล้วมีแต่ผช.เด็กมหา'ลัยทั้งนั้น แต่ผญ.คือก็เยอะนะแค่รู้สึกว่าสัดส่วนของผช.จะเยอะกว่า และแน่นอนได้แฟนกันไปหลายคนล่ะจ้า ยกเว้นฉันที่ไม่มียันกลับบ้าน 55

     ไอ้พวกเป็นแฟนกันนี่ก็ทำเราช็อก เจอกันไม่กี่วันก็เดินจับมือทั่วรร.ล่ะ ไม่ก็เลิกคนนู้นไปกิ๊กคนนี้วนกันไปทั้งรร. พวกหน้าตาดีก็จะมีข่าวเยอะหน่อย ใครทำอะไรจะรู้กันทั้งรร.หมด เราก็เคยโดนเข้าใจผิดเรื่องมีแฟนเป็นคนเกาหลีในกลุ่ม เพียงแค่พี่แกลูบหัวเราเท่านั้น เราชินเพราะเพื่อนเกาหลีชอบสกินชิพอยู่แล้ว ยอมใจกับคนปล่อยข่าวมาก และอันนี้ก็ทำงงหนักไปอีก รร.เราส่วนใหญ่ไม่ชอบคนเวียดนามไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน พวกนางไม่ค่อยเมคเฟรนกับคนเวียดเลย เหมือนแยกกันไปเลย เรามีเพื่อนเวียดนามอยู่สองสามคนในรร.ช่วงพักเบรกเราก็ไปคุยกับเค้าแต่ถ้าพี่ในกลุ่มเห็นจะเดินมาจับเราแยกไปเลยปัจจุบันอาจจะดีขึ้นแล้วแหละ แต่ที่นี่กับอีกรร.ที่เราไปเรียนเป็นแบบนี้เหมือนกันเด๊ะ แยกแบบโคตรแบ่งแยกอ่ะ ก็คิดอยู่นะว่าถ้าไม่มีรูมเมทเกาหลีที่ค่อนข้างสนิทมาก เพื่อนกลุ่มเกาหลีที่มีอยู่แล้ว เราคงต้องไปอยู่กับกลุ่มเวียดนามแน่นอน 

    สิ่งเดียวที่รู้ได้ตอนอยู่ที่นี่คือต้องปรับตัวกับวัฒนธรรมเกาหลีสุด ยิ่งกว่าตอนไปเรียนที่เกาหลีซ่ะอีก แถมได้พูดภาษาเกาหลีมากกว่าด้วย..ตกลงมาเรียนภาษาอังกฤษจริงไหมยังไม่รู้เลย 
SHARE
Written in this book
ไดอารี่ที่ฟิลิปปินส์
เรียน ทำงาน เที่ยว ฉายเดี่ยว ณ ฟิลิปปินส์
Writer
mini_girl37
writer
ชอบกิน เที่ยว ถ่ายรูป

Comments