ฟ้าที่สวยงามได้เสมอ



ฟ้าสีหม่น
....................................................................................

ท้องฟ้าที่ไม่ได้เป็นสีฟ้า
ยังจะเรียกว่าท้องฟ้าอยู่อีกหรือ

ผมเดินออกมาจากตึกสูงตระหง่าน เดินเลียดริมทางฟุตบาทที่ไม่มีความสม่ำเสมอ แผ่นปูนที่แตกออกกลายเป็นหลุมกว้างขังน้ำค้างไว้เป็นกับดักกับคนที่ได้พบเจอ และเผลอเหยียบลงไปโดยไม่ทันได้มอง

ผมก้มลงมองร่องรอยของน้ำที่สาดกระเซ็น ก่อนจะละความสนใจกลับไปยังผืนฟ้าที่ไม่ได้เป็นสีฟ้า หมู่เมฆดำที่ลอยอ้อยอิงให้ร่มเงา กับฟ้าสีเทาขะมุกขะมัวที่น่ามอง

ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ


ใครบางคนเคยบอกไว้เช่นนั้น 
แต่กลับไม่เห็นจะมีใครชื่นชม
ฟ้าก่อนฝนที่บางทีก็สวยงามไม่แพ้กัน




ร่มสีเทา
....................................................................................

ร่มที่ไม่ได้เป็นสีเทา
หากแต่เป็นความมืดที่มัวเมา
แล้วเปลี่ยนสีที่ควรเป็นของมันไป

กลางวันที่มืดมิด ผมเดินถือร่มคันใหญ่อยู่ในมือ ร่มที่เคยเป็นสีขาว หากแต่หลังจากที่ฝนเม็ดใหญ่ตกลงมา สีของร่มก็ได้เปลี่ยนแปลงไปเสียแล้ว

กลางวันที่ไม่ได้สว่างและสดใส
ก็ยังคงเป็นกลางวันอยู่ดี

 
นาฬิกาบนข้อมือยังคงบอกเวลาบ่ายสองกว่า แม้ว่าผืนฟ้าจะบอกเวลาไม่ตรงกันสักเท่าไร ผมถึงพึ่งเข้าใจ ไม่ว่าสิ่งที่เห็นจะเป็นเช่นใด แต่ความเป็นจริงยังเป็นเช่นนั้นเสมอ

ผมเดินผ่านป้ายรถเมย์ที่คุ้นเคย เพื่อได้พบกับใครบางคนที่คุ้นตา และไม่คุ้นตาในขณะเดียวกัน 





กับสองเรา
....................................................................................

เธอที่ไม่ได้เลือกเรา
ยังจะใช้คำว่าสองเราได้อยู่ไหม

" คนที่ไร้ซึ่งความกล้า
จะมีค่าอะไรให้ใครเลือก "

นั่นคือข้อคิดที่ผมได้เรียนรู้มากับตัวเอง ในวันที่เธอเอ่ยคำว่าเคยกับผม และผมก็รู้ได้ในทันทีนั้นเอง ว่ามันจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนอย่างเคยได้อีกแล้ว

ผมบอกชอบเธอออกไป
ในวันที่เธอบอกว่าเคยชอบผม
ไม่ใช่เวลาหรอกที่เปลี่ยนแปลงคน
แต่เป็นผมต่างหากที่เปลี่ยนแปลงเธอ

ทำไมเราถึงต้องเดินฝ่าสายฝน
เฉพาะในวันที่มีร่มอยู่ในมือ

ผมได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจ ก่อนจะโยนร่มสีเทาทิ้งไป และเดินต่อไปท่ามกลางสายฝนพรำ






เขาและเธอ
....................................................................................

ความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน
หากแต่เป็นเรื่องของคนคนเดียว
ที่เลือกจะรักใครสักคน

ผมเดินเข้าไปหาพวกเขา เขาที่ผมไม่รู้จัก กับเธอที่ผมคุ้นเคยดี ที่นั่งจับมือกันอยู่ในนี้ ด้วยท่าทีกระวนกระวายใจ 

เธอหันมามองหน้าผมด้วยสายตาที่ดูแปลกใจ หากแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

" คนรู้จักหรือ "

ผู้ชายคนนั้นถามเธอออกไป ก่อนจะหันกลับมามองยังผมด้วยสายตาที่ดูไม่เป็นมิตรเท่าไร

" ใกล้ถึงบ้านผมแล้ว "

ผมพูดกับเขาคนนั้น ก่อนจะยื่นร่มออกไปให้ เขามองผมด้วยความแปลกใจ ก่อนจะรับร่มไปและกล่าวคำขอบคุณ

ผมยิ้มให้แล้วเดินจากมา
นั่นแทนคำตอบว่าไม่เป็นไร
ผมรู้และเข้าใจดี

แต่เธอจะเข้าใจแบบไหน
ก็สุดแต่เธอต้องการ

ผมโยนร่มคันนั้นทิ้งไป
พร้อมกับความห่วงใยที่ส่งผ่าน
แม้ความรักของเธอจะจืดจาง
แต่รักของผมจะสวยงาม
และคงอยู่ตลอดไป

" ขอบคุณนะ "

เสียงเธอตะโกนไล่หลังมา ผมพยักหน้าก่อนก้าวเดินต่อไป เพื่อกลับบ้านของตัวเอง

เพราะความรัก
ไม่ได้ตีค่าที่ความสัมพัน 


ขอเพียงทุกคืนวัน
มีผมที่ยังรักเธอ
นั่นก็คือความรักไม่ใช่หรือ





สายฝนพรำ
....................................................................................

หลายครั้งที่ความงดงาม
ก็ไม่ได้อยู่ที่จุดจบของเรื่องราว

ผมเดินอยู่ท่ามกลางสายฝนพรำ แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในช่วงเวลานั้น ก่อนจะพบว่ามันช่างสวยงามเสียเหลือเกิน

ความจริงแล้ว
จะก่อน จะหลัง หรือในขณะที่ฝนตก
ฟ้าก็สวยงามได้เสมอ


หากเพียงเรามีโอกาสได้มองมัน
ด้วยความเข้าใจ








ฝากเข้าไปตอบแบบสอบถามเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องของคำถามสักนิดนะครับ 
https://forms.gle/qoQFi4Lbun6QiDUz8

และก็อย่าลืมไปติดตามเพจมุมมองของเงา หรือไอจี Konimon01 ด้วยนะครับ

SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นสั้น
เรื่องที่นึกขึ้นได้ เรื่องที่ได้พบเจอ แค่เรื่องที่อยากบอกเล่าออกไป ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
Writer
konimon
reader @ writer
IG : konimon Facebook : มุมมองของเงา

Comments