จูบแรก

"ถ้าคุุณไม่ได้รู้สึกอะไร
ก็น่าจะปฏิเสธจูบในคืนนั้นสิ"

2 year ago.

ลมอุ่นๆพัดเอาเม็ดทรายเล็กๆ
มาติดบนร่างฉันที่อาบไปด้วยเหงื่อไคล
จากอากาศที่ร้อนอบอ้าว
มองจากมุมนี้ทัศนียภาพเบื้องหน้า
เป็นแสงระยิบระยับของกระแสนำ้
ที่สะท้อนเข้ามาในดวงตา
เหมือนใครสักคนกำลังส่งสัญญาณ
ขอความช่วยเหลืออยู่ไกลๆ

บ่ายแก่ๆกับการนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ริมชายหาด
แม้ทิวทัศข้างหน้าจะงดงามเพียงใด
แต่ก็ถูกทำลายด้วยอุณหภูมิที่ร้อนจััด
จากอากาศภายนอกและความร้อนภายใน

นี่เป็นการมาเที่ยวด้วยกันครั้งแรกของเรา
หลังจากที่ตัดสินใจคบกันมา1 เดือน

"ไม่รู้ว่าชอบเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เหมือนมีคุณอยู่ในทุกๆวันของผมไปแล้ว"

นั่นเป็นคำพูดของเขา
หลังจากที่ฉันได้เผยความรู้สึกไปก่อนหน้า
เราคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งมาออกเดทด้วยกันวันนี้

เปิดประตูเข้ามา
เขานอนหลับอยู่ที่เตียง
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้สัมผัสผิวหนังที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ทำเอารู้สึกเหมือนโดนแช่แข็งอยู่ในตู้้้้เย็น
เขาขอนอนพัก
หลังจากที่เราขับรถกันมาหลายชั่วโมง
ฉันที่ทำหน้าเป็นตุ๊กตาหน้ารถ
จึงมีแรงเหลือมากพอ
ที่จะออกไปเดินสูดอากาศข้างนอก
อากาศร้อนทำให้รู้สึกเหนียวตัว
จนอยากชำระล้างร่างกาย
ฉันจึงย่อง
ไปเก็บสัมภาระที่วางกองอยู่หน้าตู้ พยายามเปิดกระเป๋าใบโปรดอย่างเบามือ หยิบของใช้ส่วนตัวหลบไปในห้องน้ำ 

1ทุ่ม

คนขับรถพึ่งจะตื่นขึ้นมา
พร้อมอาการงัวเงียจากพิษไข้อ่อนๆ
เขารีบอาบน้ำทานข้าว
แล้วนอนต่อ
แบบนี้จะเรียกว่าเดทล่มมั้ยนะ

"คุณตื่นก่อนค่ะ ทานยาก่อนนะ"
ฉันเอามือไปแตะที่หน้าผากของเขา
ความร้อนวิ่งแล่นมาสู่หลังมือ
ไม่ต่างอะไรกับลมร้อนเมื่อตอนบ่าย
ที่พัดผ่านร่างกายฉัน
เขาลุกขึ้นมาช้าๆ 
ทานยาที่ฉันหยิบมาให้
แล้วนอนหลับไปอีกครั้ง
คืนนั้นฉันได้แต่นั่งเฝ้าไข้เขาทั้งคืน

ฉันเป็นคนรบเร้้า
และวางแผนทริปครั้งนี้ด้วยตัวเอง
โดยมีเขาคอยเออออตามทุกอย่างที่ฉันคิด คงเหมือนกับความรักของเรา
ที่ฉันเป็นฝ่ายเริ่มชอบเขาก่อน
ตั้งแต่สมัยเรียน 
ผ่านมา5 ปี ตั้งแต่เรียนจบแยกย้ายกันไป ก็มีโอกาสได้มาเจอกันอีกครั้ง
จากการที่ฉันไปสมัครงาน
ที่บริษัทเดียวกับเขา 
เรามีโอกาสได้คุยกันมากขึ้น
ความรู้สึกชื่นชอบมันยังไม่จางหายไป
แม้จะผ่านเวลามาเนิ่นนาน
ฉันจึงรวบรวมความกล้า
และสารภาพรักออกไปอย่างบ้าบิ่น 
และก็ได้คำตอบว่า "ให้ดูกันไปก่อน" 
ฉันมารู้อีกทีว่าเขาพึ่งจะอกหักจากหญิงสาวที่เป็นลูกค้าบริษัทเขา 
ฉันก็เลยวางแผนทริปซ่อมใจ
และอีกเหตุผลคือ
เพื่อให้เราได้เรียนรู้กันให้มากขึ้น

ฉันเผลอหลับไป
รู้สึกตัวอีกทีฉันก็นอนอยู่ข้างเขา
เตียงขนาด6ฟุตกว้างมากพอสำหรับ2คน
แต่เรากลับนอนเบียดกันอยู่ตรงกลาง
มือของเขากอดก่ายอยู่บนเอวของฉัน
เราสองคนนอนหันหน้าเข้าหากัน
ลมหายใจอุ่นๆรดอยู่ตรงหน้า
เสียงหายใจสม่ำเสมอ
ทำให้รู้ว่าคนตรงหน้ายังจมอยู่ในนิทรา
ภายในห้องมืดสนิท
ไร้แสงสว่าง
ที่จะทำให้มองเห็นใบหน้าของเขา
จากสัมผัสลมหายใจฉันรับรู้ได้ว่า
ใบหน้าของเราอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน
จากความสูง184
ในตอนนี้มันเสมอกับคนที่สูงแค่160 แล้ว
ความร้อนแล่นมาปะทะร่างกายอีกครั้ง
อยู่ๆก็นึกถึงตอนที่ฉันแอบชอบเขา
มันเกินคาดที่ฉันได้มานอนอยู่ข้างเขา
ในตอนนี้

ฉันยกแขน
ที่ตอนแรกมันวางทัับกันอยู่อย่่่างสงบ
ในอ้อมกอดของเขา
มาโอบกอดเขากลับ
และในตอนที่ได้สัมผัสร่างกายเขา
ฉันก็รู้สึกแบบนี้ขึ้นมา.....

ฉันค่อยๆขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ๆเขา
เสียงลมหายใจยิ่งดังชัดมากขึ้น
ริมฝีปากของเราแตะโดนกัน
ฉันนิ่งไปอย่างนั้น
ไม่กล้าทำไปมากกว่านี้
และก็รู้สึกดีจนไม่อยากถอยออกมา

ในความมืดที่เป็นใจ
ดีแล้วที่เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมา
เห็นใบหน้าของฉัน
มันคงแดงฟ้องถึงอาการตื่นเต้นที่เกิดขึ้น
จากการกระทำในตอนนี้
ฉันรวบรวมความกล้า
ให้เหมือนกับตอนที่สารภาพรักเขา 
จากที่ริมฝีปากแค่แตะเมื่อครู่
ขยับขั้นมาเป็นการจูบโดยสมบูรณ์ 
เหมือนกับการแอบชอบ
ที่ขยับมาเป็นความรักนั่นแหละ

ไม่กี่อึกใจฉันก็ถอยกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม
ลมหายใจของเขายังสม่ำเสมอ
เหมือนว่าเขายังคงไม่ตื่นจากฝัน
ต่างกับฉัน
ที่หัวใจตื่นขึ้นมาวิ่งเต้นอย่างรุนแรง
ความเงียบในห้องทำให้เสียงเต้นของหัวใจนั้นดังขึ้นมากกว่าปกติ

"ใจเต้นแรงจัง"
เสียงของเขาดังขึ้นจากตรงหน้า
เพื่อบอกว่าสิ่งที่ฉันทำอยู่นั้น
อยู่ในความรับรู้ของเขาโดยตลอด
เหมือนตำรวจที่โผล่มาจับผู้ร้าย
ตอนที่กำลังแอบขโมยของ

แต่ฉันแอบขโมย..จูบ

ฉันรีบหันหลังไปกอดหมอนข้างอย่างแน่น
เพื่อให้มันบังกลบเสียงหัวใจ
และหลบใบหน้าของเขาในความมืด
เขาเอามือมาลูบผมของฉัน
และก็กลับไปกอดฉันตามเดิม
เราผลอยหลับกันไปอีกครั้ง

เสียงน้ำกระทบพื้นที่ห้องน้ำ
ปลุกให้ฉันตื่น
เขาหายไป...
ความอุ่นจางๆบนเตียง
บอกให้รู้ว่าเขาพึ่งตื่นได้ไม่นาน
ฉันพลิกตัว
กลับมาหยิบเอาหมอนที่เขาหนุนมากอด
กลิ่นแชมพูอ่อนๆเฉพาะตัวของเขา
ทำให้นึกถึงสัมผัสอุ่นๆที่ริมฝีปากเมื่อคืน

แกร๊ก....
เสียงลูกบิดทำเอาฉันสะดุ้ง
เขาเดินออกมา
พร้อมผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอว 
มันแทบจะหลุดอยู่แล้ว 
ภาพตรงหน้าพาลเอาหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง ฉันรีบลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัว
แล้ววิ่งผ่านเขาหายไปในห้องน้ำ

ความเย็นของน้ำ
ที่ไม่ได้ผ่านเครื่องทำน้ำอุ่น 
มันดับความร้อนผ่าวบนร่างกาย
ให้อยู่ในอุณภูมิปกติ 
ทิ้งไว้เพียงแต่ความอุ่นที่ริมฝีปาก
ที่ไม่มีความเย็นไหนๆดับได้

เขาแต่งตัวเรียบร้อย 
นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง 
ฉันจึงเดินหลบไปนั่งอยู่หน้ากระจก

"จะกลับแล้ว"
ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงที่ยังกดโทรศัพท์ด้วยความนิ่งเฉยกับคำพูดเมื่อครู่
"แต่เราพึ่งมาแค่คืนเดียวเองนะ" 
แหงแหละฉันอุตส่าห์
วางแพลนกิจกรรมไว้มากมาย 
กว่าจะลางานได้กว่าจะเคลียร์งานเสร็จ
จนมีเวลาตรงกัน 
สุดท้ายได้มาอยู่ด้วยกันแค่1คืนเนี่ยนะ
เขาละสายตาจากเจ้าวัตถุสี่เหลี่ยมนั่น
แล้วหันมาพูดกับฉัน
"อืม ผมมีงานด่วนน่ะ ไว้รอบหน้าขอแก้ตัวใหม่นะ"


ไว้รอบหน้าขอแก้ตัวใหม่นะเหตุผลข้างหน้าประโยคนี้
ถูกตัดออกไปจากประสาทสัมผัสฉัน
เพราะประโยคตรงท้ายที่เขาพูด
พร้อมกับยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเอง

แม้จริงๆจะผิดหวังที่ต้องล่มทริปตัวเอง
แต่ในใจกับลืมความผิดหวังนั้นไปเสียหมด

เขาแวะส่งฉัน
ก่อนจะขับย้อนกลับไปที่พักตนเอง
ตั้งแต่กลับมาฉันเอาแต่นั่งวาดฝัน
กับจูบแรกครั้งนี้
เพลงFirst kiss ของพีท พล
ถูกบรรเลงครั้งแล้วครั้งเล่า
ตรงท่อน oh baby kiss me one more time. ทำให้ฉันนึกถึงประโยค

"ไว้รอบหน้าขอแก้ตัวใหม่นะ"ของเขาใบหน้ากลับมาร้อนผ่าวอีกครั้ง
จนต้องหยิบโทรศัพท์กดโทรไปหา
ถือสายรอสักพักก็ถูกตัดสายทิ้ง
เขาคงยุ่งเรื่องงานอยู่นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด เพราะเขาเป็นคนที่ทุ่มเทกับงานทุกอย่าง ถ้ามีข้อตำหนิตรงไหนรับรองเลยว่า
ไม่มีทางที่จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ

ฉันเผลอหลับไป
จากความเพลียในการเดินทาง
ตื่นมาอีกทีก็7โมงเช้า
วันหยุดยังเหลือ
ฉันลาเอาไว้สำหรับทริปนี้3วัน

สิ่งแรกที่ฉันทำคือคว้าโทรศัพท์มาเช็ค
เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับสายจากเขา
ที่อาจโทรกลับมา

ไม่มี...ว่างเปล่า

ฉันกดเข้าไปในเฟสบุ๊คเลื่อนดูฟีดข่าว
ฆ่าเวลาและกดไปดูหน้าเฟสบุ๊คเขา

เพิ่มเพื่อน....

หัวใจของฉันกระตุกวูบ
มันชาเหมือนมีใครควักมันออกมาแล้วเหยียบให้เห็นตรงหน้า
ฉันยังพยามติดต่อเขาจากช่องทางอื่น
คิดเข้าข้างตัวเองว่าเฟสเขาคงมีปัญหา

ติ๊ด...
สายเรียกเข้าจากฉันถูกตัดอัตโนมัติ
แม้ว่าจะพยามอยู่หลายครั้ง
ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม
หรือโทรศัพท์ของเขาจะหาย

ฉันเข้าInstagram 
เพราะเขาล็อกอินกับโน๊ตบุ๊คเอาไว้

ติดตาม....

ฉันถูกอันเฟรนด์

น้ำอุ่นๆไหลออกมาจากตาอย่างเงียบๆ
ความอุ่นแล่นผ่านขอบตามาแก้มและลงไปกองอยู่บนหมอน

ฉันไม่เคยไปบ้านของเขา
และไม่รู้เส้นทางที่จะไปที่นั่น
อีกช่องทางสุดท้ายที่ฉันจะติดต่อเขาได้
Line เป็นช่องทางแรกที่เราได้คุยกัน
ครั้งแรกในชีวิตที่มีกันและกัน

เขายังไม่ได้บล็อคฉัน

"เกิดอะไรขึ้น?"
ดูเหมือนเป็นคำถามโง่ๆ
ที่ถูกพิมพ์ขึ้นมาจากมือที่สั่นเทาแทบไร้เรี่ยวแรงที่จะถือโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว

*Read *
ใจฉันกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันคือความตื่นเต้น
ปนความกลัวอย่างบอกไม่ถูก
ฉันหวังจะได้อ่านคำตอบว่า 

"โทรศัพท์ผมหายติดต่อคุณไม่ได้ 
โชคดีจังที่คุณทักมาในขณะที่ผมจะทักไปหาคุณพอดี"

แต่หัวใจของฉันถูกกระตุกวูบ
ให้หล่นลงมาอีกครั้ง 
เหมือนหัวใจที่ถูกเหยียบเมื่อครู่ 
ถูกโกยขึ้นมาในสภาพแหลกเหลว
แทบจำสภาพตอนแรกไม่ได้ 
และโดนขว้างทิ้งไปในหุบเหว
ในความลึกที่หาพื้นก้นไม่ได้

"ขอโทษนะ ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมมีใคร"


SHARE
Written in this book
สีเทา
เรื่องสั้นในวันที่หัวใจเป็นผุยผง

Comments

Goodmorningg
1 year ago
เป็นกำลังใจนะคะ อีกไม่นานความเจ็บจะค่อยๆจางหาย
Reply
2407
1 year ago
ขอบคุณนะคะ ตอนนี้กำลังพยายามรักษาหัวใจตัวเองมากๆเลย 😭
Sandgirl
1 year ago
เรื่องจริง หรือบทความคะ ? ภาษาสวย น่าติดตามค่ะ 
Reply
2407
1 year ago
ขอบคุณที่ชื่นชอบนะคะ เรื่องนี้บางส่วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงค่ะ
boldio
1 year ago
เศร้ามากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
2407
1 year ago
ขอบคุณนะคะ 😊
hellorainchan
1 year ago
เจอเหตุการณ์นี้เหมือนกันค่ะ รู้สึกเหมือนกันเลยค่ะ ตอนนี้ผ่านไปสามเดือน พยายามจะง้อเขาก็ไม่สำเร็จค่ะ สู้ๆนะ เราจะผ่านไปด้วยกัน
Reply
2407
1 year ago
ขอบคุณนะคะ เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีเรา เราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปเพื่อตัวเราเองค่ะ สู้ๆคือกันจ้า