สักวันจะเป็นผีเสื้อ
ชีวิตเริ่มต้นเมื่อไร ?
บางคนว่าตั้งแต่เกิด บ้างก็ว่าตั้งแต่จำความได้ ตั้งแต่เข้าเรียน ตั้งแต่เรียนจบ หรือไม่ก็ตั้งแต่มีงานทำ 

สำหรับความเห็นส่วนตัวของผม 
ผมขอให้น้ำหนักไปที่
ตั้งแต่เกิด 
...เพราะอะไรผมถึงคิดเช่นนั้น

ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่บอกว่าชีวิตเริ่มที่ช่วงทำงานแล้วเนี่ย 


ความสุขในวัยเด็ก
เขาไม่นับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
หรืออย่างไร ?


ชีวิตมันเริ่มตั้งแต่เกิดมาแล้ว 
องค์ประกอบต่างๆช่วยกันหล่อหลอมสร้างเป็นตัวตนของบุคคลหนึ่งขึ้นมา 

แม้ตัวตนนี้จะไม่มีวันหายไป
แต่มีวันเปลี่ยนแปลง

เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนได้เสมอตามสภาพแวดล้อมที่เราเผชิญมา 

คงไม่มีใครที่สามารถคงตัวตนในวัยเยาว์ที่คอยอ้อนแต่แม่ เรียกหาแต่แม่ไปจนวันตายได้ 

เด็กทุกคนย่อมเรียนรู้และเติบโต
ไม่แปลกที่เด็กแรกเกิดเรียกหาแต่แม่ เพราะชีวิตของเขาได้พบเห็นมาแค่นั้น 

เช้าก็อยู่บนอก 
เย็นก็นอนในอ้อมกอด 
ค่ำคืนที่ห่างจากอกแม่
จึงร้องเรียกหาไออุ่นที่ตนเคยได้รับ

เมื่อโตมาได้ช่วงอายุประมาณหนึ่ง 
แม่จะเริ่มปล่อยให้คลานเล่นอยู่ที่พื้น
มีสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิตนั้นคือของเล่น

 ใจรักแม่ของเด็กนั้นไม่ได้หายไป
เพียงแต่มันแค่มีของเล่นเพิ่มเข้ามาในใจด้วย 

ฉะนั้นเวลาที่แม่ไม่อยู่ 
แม้ของเล่นจะทดแทนแม่ที่คอยเลี้ยงดูไม่ได้ แต่ของเล่นก็สามารถช่วยเป็นหลักให้เด็กน้อยมุ่งความสนใจ และเรียกร้องหาแม่น้อยลงได้ 

ทุกช่วงชีวิตที่เติบโตจะมีสิ่งใหม่ๆเข้ามาอยู่เสมอ หากเรายังเลือกที่จะเรียนรู้อยู่ 

วงจรชีวิตของสิ่งมีชีวิต
นั้นมีเหมือนกันอยู่สี่อย่าง
สี่อย่างที่เหมือนและหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย 
ส่วนองค์ประกอบอื่นๆทุกชีวิตนั้นล้วนคล้ายกัน

ผมขอยกตัวอย่างเป็นวงจรชีวิตของผีเสื้อก็แล้วกัน เพราะทุกคนย่อมรู้จักผีเสื้อกันดี  แมลงแสนสวย มีวิวัฒนาการที่แตกต่างในแต่ละวัยอย่างเห็นได้ชัด

ครั้งเป็นไข่ ที่เกาะอยู่บนผิวของใบไม้ เปรียบเสมือนทารกแรกเกิดที่ยังไม่สามารถไปไหนได้
ระยะตัวอ่อนเช่นนี้เราก็รักตัวเองในแบบของเรา ไข่รักษาชีวิตของตัวเองด้วยการเกาะอยู่บนผิวของใบไม้อย่างแน่นไม่ยอมปล่อยและจะไม่ยอมร่วงหล่นไปตามแรงลมที่ทำให้ใบไม้สั่นคลอน ไม่ต่างจากเด็กทารกที่เมื่อยามใดก็ตามห่างออกจากอ้อมกอดของแม่ที่คุ้นเคย ทารกไม่สามารถกอดหรือฉุดรั้งแม่เองได้ เขาไม่สามารถพูดให้แม่อยู่กับตัวได้ ทางเดียวที่เขาจะรักษาชีวิตนี้ให้อยู่รอดเขาต้องพึ่งแม่ ดิ้นรนด้วยการใช้พลังทั้งหมดที่มีเปร่งเสียงออกมาให้แม่ที่อยู่ใกล้ๆได้ยิน เด็กอยู่ติดแม่เช่นไรไข่ก็ติดกับใบไม้เช่นนั้น


ครั้งเป็นตัวอ่อน 
ตัวอ่อนของผีเสื้อคือหนอน หนอนเป็นช่วงชีวิตที่กินเวลายาวนานที่สุด มันดำรงชีวิตด้วยการกินใบไม้ กัดกินเพื่อเพิ่มพูนพลังงาน 

แต่แท้จริงแล้วพวกมันไม่ได้ชอบกินใบไม้ พวกมันรักความหวานมาก 
แม้ว่ามันจะไม่เคยกินน้ำหวานเลยตั้งแต่เกิดมา 

แต่ความรักในรสหวานนั้นถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสายเลือดของแม่ แม่ผีเสื้อที่สิ้นใจไปก่อนที่พวกมันจะลืมตาดูโลกได้บอกกับลูกไว้ว่า สักวันลูกจะต้องได้กินน้ำหวานนะ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแม่เลย 

นั้นจึงทำให้หนอนใฝ่ฝันว่า

สักวันฉันจะต้องเป็นผีเสื้อ
ฉันจะต้องได้กินน้ำหวาน ตอนนี้ปากของหนอนเป็นลักษณะกัดกิน มันยังไม่สามารถเข้าไปถึงน้ำหวานได้ มันจึงต้องอดทนกินใบไม้สีเขียวรสขม 
กินเข้าไปแล้วสักวันมันจะได้สิ่งที่มันปรารถนามาครอบครองอย่างแน่นอน ความพยายามฝืนใจทำนี้ สักวันต้องได้ผล 

ไม่ต่างจากมนุษย์
ช่วงตัวอ่อนของมนุษย์คือ เหล่านักเรียนทุกอันดับชั้น ไม่เว้นแม้แต่นิสิต 

นักเรียนที่มองเห็นอนาคต นักเรียนที่รู้ว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร เห็นว่าจะได้น้ำหวานมาในสักวัน จึงตั้งใจทำสิ่งที่ยากและขมขื่นนั่นคือการตั้งใจเรียน และหมั่นหาวิชาความรู้ความรู้ (มิใช่การเป็นสายเขียวแบบเดียวกับหนอน) 

หนอนกินขมเช่นไรนักเรียนก็ต้องตั้งใจเรียนเช่นนั้น

ครั้งเป็นดักแด้ 
เมื่อเจ้าหนอนถึงเวลาเข้าสู่รังไหมมันจะทำการเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆของร่างกาย 
เสมือนนิสิตที่จบใหม่ต้องใช้เวลาในการเลือกทิศทางของอนาคต อยู่กับตนเองให้มากๆ ค้นหาตัวเองถามตัวเองว่าชอบอะไรก่อนที่จะเข้าสู่ตัวเต็มวัย

วันที่เป็นผีเสื้อ 
ปากของเจ้าหนอนได้แปลสภาพจากแบบกัดกินเป็นแบบดูดกินแล้ว แผ่นหลังที่เคยว่างเปล่าตอนนี้ก็มีปีกที่สวยงามงอกออกมา ปีกที่สามารถพาบินขึ้นไปหาดอกไม้และดื่มกินได้อย่างง่ายดาย คือรางวัลของความพยายามที่มันทำมาตลอดชีวิต เสพสุขกับชีวิตที่เป็นอิสระจากพื้นดิิน เสมือนมนุษย์ที่พบเส้นทางของตัวเอง ใช้วิชาที่ได้มานั้นเป็นปีกให้ออกบิน หาน้ำหวาน หาเงินมาเลี้ยงชีพและมีชีวิตอย่างมีความสุข

แม้สิ่งมีชีวิตทั้งสองสิ่งนี้จะไม่เหมือนกันไปเสียทั้งหมด

มนุษย์นั้นซับซ้อน
ในช่วงตัวอ่อนบางคนก็ทิ้งเส้นทางความขมจากตำรา ใช้ชีวิตแตกต่างจากคนอื่นๆ จนสามารถพบทางลัดกลายเป็นผีเสื้อได้ก่อนก็มี ในขณะที่อีกกลุ่มก็เป็นหนอนทั้งชีวิต 

กลไกร่างกายที่ไม่เหมือนผีเสื้อทำให้มนุษย์นั้นสามารถผสมพันธ์ได้ตั้งแต่วัยหนอน ไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่ผิด แต่การที่หนอนผีเสื้อต้องมาเลี้ยงไข่นั้นคงจะไม่ควรนัก และอาจจะทำให้เส้นทางการเป็นผีเสื้อหายไปตลอดการ

แต่ถ้าในช่วงวัยหนอนนั้นเราเลือกถูกคน
เราเจอคู่ของเรา ไม่ว่าจะต้องลำบากแค่ไหน สิ่งที่ผูกพันกันและความสัมพันธ์ที่ไม่อาจลืมจะพาหนอนทั้งสองตัวนั้นก้าวไปเป็นผีเสื้อด้วยกันอย่างงดงาม(เขียนเข้าข้างตัวเอง)

คนที่เหนื่อยอยู่ คนที่พยายามอยู่จงท่องไว้ว่า 
สักวันจะเป็นผีเสื้อ
สักวันฉันจะประสบความสำเร็จ และจงใช้ชีวิตในวันนี้ให้ดีและคุ้มค่าที่สุด

ปล.เหนื่อยไหมครับ ?
ช่วงนี้มันจะเหนื่อยๆหน่อยนะคุณหนอน

 อดทนเข้าไว้นะเป็นกำลังใจให้เสมอเลย
ช่วงหนอนมันจะรู้สึกยาวนานหน่อยนะเพราะยามที่เราลำบากเวลามันจะเดินผ่านไปอย่างช้าๆและทุกข์หน่อยๆ 

คิดเสียว่ากว่าหนอนจะเป็นผีเสื้อนั้นยังต้องใช้เวลานานเลย

ผีเสื้อที่อายุสั้น บางตัวมีชีวิตอยู่ได้แค่ไม่กี่วันแล้วก็ตายไป กินน้ำหวานและได้ผสมพันธุ์แค่ไม่นานก็สิ้นชีพ 

เหมือนช่วงเวลาสุขที่มันผ่านไปเร็วนั้นแหละ 
ผมเข้าใจเพราะเมื่อผมเรียนจบแล้วเวลาแต่ละวันมันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน

แต่มนุษย์นั้นอายุยืนกว่าผีเสื้อนะครับ 
50-60 ปีหลังจากเรียนจบที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาไหลผ่านอย่างรวดเร็ว 
...อยากอยู่ด้วยกันไหมครับ(เสนอตัว) ดูแลตัวเองดีๆนะ

หวังว่าจะมีสักวันที่เป็นของเรา 

แต่ถึงไม่ใช่ผม ผมก็เชื่อว่าคุณจะเป็นผีเสื้อที่งดงาม

SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน
Writer
Suyzeiy
ONLY
love only you

Comments

Bear_in_mind
2 months ago
มันเหมือนการเริ่มต้นรับผิดชอบแบบจริงจังอ่ะค่ะ เริ่ม level ใหม่ของชีวิต จะออกไปในแนวนั้นมากกว่า ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมาจะไม่มีความหมาย เพียงแต่ว่าปัจจุบันเราอยู่ในจุดนี้ เราเลยให้ความสำคัญกับ level ใหม่นี้เป็นธรรมดาค่ะ
Reply
Suyzeiy
2 months ago
ขอบคุณครับ