TWO SILVER RINGS
เขาเคยพูดถึงขึ้นมาในบทสนทนาหนึ่ง ว่าเขากำลังมองหาเครื่องประดับเล็กๆ สักชิ้น อย่างแหวนเงิน จิวใส่หู หรือว่าสร้อยคอ

ฉันแสร้งทำเป็นพยักหน้าเล็กๆ เหมือนไม่ใส่ใจ แต่มุ่งมั่นที่จะเก็บบันทึกทุกรายละเอียดในสิ่งที่เขาพูดออกมาใส่สมองไว้

ฉันคิดอยู่นานว่าอะไรที่เหมาะกับเขาที่สุด แล้วก็ได้ข้อสรุปลงตัวที่แหวนเงินเกลี้ยงสักวง ฉันว่ามันต้องดูดีมากแน่ๆ ในยามที่ถูกประดับอยู่บนนิ้วเรียวยาวของเขา

ใช้สารพัดวิธีที่จะได้ขนาดนิ้วของเขามาสั่งทำแหวน และฉันเลือกนิ้วนางข้างซ้ายของเขา ...ก็แค่ชอบให้มันอยู่ตรงตำแหน่งนั้น ไม่ได้โรแมนติกหรือคิดอยากจะแสดงความเป็นเจ้าของ

.

ขณะที่สั่งทำ ช่างถามว่าต้องการสลักชื่อหรือทำแหวนคู่ไหม ฉันปฏิเสธโดยทันที มันดูผูกมัดและเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเกินไป นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด แต่ช่างบอกว่าทางร้านมีโปรโมชันสลักอักษรได้ฟรีสามตัว อย่างว่าแหละนะ ทาสการตลาดอย่างฉันกับคำว่าโปรโมชัน... โอเค ฉันบอกช่าง งั้นช่วยสลัก FEB ลงไปก็แล้วกัน

ความหมายก็ไม่ได้ยากอะไร เดือนเกิดของเขา ที่บังเอิญเป็นเดือนเดียวกับฉัน

.

ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันฉันก็ได้รับแหวนเงินเกลี้ยงที่ด้านในสลักอักษรสามตัวมาครอบครอง ฉันรีบนัดเขาในเย็นวันนั้น

เขาดูเซอร์ไพรส์และดีใจมากยามที่ได้เห็นของขวัญในถุงผ้าเล็กๆ ที่ฉันยื่นให้ เขานำมันขึ้นมาสวมให้ฉันดู ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลมีเดียของเขา พร้อมแคปชันขอบคุณสั้นๆ กับอีโมติคอนยิ้ม (; ฉันยิ้มตาม ดีใจที่ทำให้เขารู้สึกดีได้

เขาใส่ติดตัวไว้ตลอด ...นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกดี



ไม่กี่เดือนถัดมา ฉันเริ่มสังเกตว่ามันหายไป เขาอาจจะลืมใส่ ถอดเก็บไว้ หรือมีเหตุจำเป็นอะไรบางอย่าง ฉันเก็บความสงสัยไว้ข้างใน จนวันหนึ่ง อะไรบางอย่างทำให้ฉันรู้สึกว่าทนไม่ได้ ฉันถามเขาออกไป

แหวนล่ะ?

เขาหันมาทำหน้าสงสัย ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ‘มันหักน่ะ’ เขาตอบพร้อมหัวเราะนิดหน่อย ‘เวลานั่งคิดงานเพลินๆ แล้วชอบเคาะโต๊ะ เคาะไปเคาะมาก็เลย เป๊าะ หักครึ่ง’ แล้วชูมือซ้ายที่ว่างเปล่าขึ้นมา ชี้นิ้วไปที่ตำแหน่งที่แหวนของฉันเคยอยู่

โอเค ฉันพยักหน้ารับ ก็เข้าใจได้ เพราะขนาดของแหวนที่ฉันสั่งทำเป็นรุ่นที่เล็กที่สุดเพื่อจะได้ไม่สะดุดตาคนอื่นมากนัก มันจะเปราะฉันก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เขาเอ่ยขอโทษฉันนิดหน่อยที่รักษามันได้ไม่ดี แล้วหัวข้อสนทนาก็ถูกเปลี่ยน ถึงฉันจะยังสงสัยนิดหน่อยว่าทำไมเขาถึงไม่บอกกันตั้งแต่แรก แต่ช่างมันเถอะ ไหนๆ มันก็พังไปแล้ว ถึงถามไปก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร



แต่ในวันหนึ่ง ฉันบังเอิญเจอแหวนวงนั้นตรงช่องเก็บของข้างประตูรถฝั่งคนขับของเขา ตอนที่เขาไหว้วานให้ช่วยไปหยิบของในรถ ฉันเดินถือมันเข้าไปหาเขาพร้อมกับคำถาม

ทำไมถึงต้องโกหกกัน?

เขาดูตระหนกขึ้นมานิดหน่อยเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของฉัน ความเงียบกลืนกินบรรยากาศรอบตัวอยู่สักพัก ฉันรอคำตอบ ส่วนเขาเหมือนมีคำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่กำลังใช้เวลาเรียบเรียงมันออกมา

เขาอธิบายยาวเหยียดพร้อมยกเหตุผลขึ้นมาประกอบ ลงท้ายด้วยคำว่า ‘เธอเข้าใจใช่ไหม?’

เข้าใจสิ ก็เรื่องยาวเหยียดที่เขาพยายามอธิบายเป็นวรรคเป็นเวรให้ฉันฟังมันสรุปจบได้ภายใน 3 วินาทีว่าเขามีคนใหม่ และไม่อยากให้ใครคนนั้นของเขารับรู้ถึงการมีตัวตนของฉัน แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยมือจากฉัน ฉันคนที่เขาบอกว่าอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจเสมอ ...ทั้งหมดมันก็แค่นี้เอง

เรื่องจบลงตรงที่ฉันเศร้า เราตกลงยุติความสัมพันธ์ และฉันขอแหวนวงนั้นคืน 



นึกย้อนกลับไป ฉันคิดถูกแล้วที่เลือกจะสลักเดือนเกิด และต้องขอบคุณความบังเอิญที่เราเกิดในเดือนเดียวกัน 

ข้อดีไม่กี่อย่างจากเรื่องนี้คือฉันสูญเสียความรัก แต่ได้เครื่องประดับชิ้นหนึ่งกลับมา

มันก็... เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีอยู่เหมือนกันนะ
SHARE
Written in this book
Shades of Emotions
Writer
Z_Twinz
an ordinary man
welcome to my little weird world. | I'm human in gray-scale.

Comments