รวมคำคมของเจ้าพ่อแห่งการมองโลกในแง่ร้ายที่ไม่ร้าย
(จาก goodread.com และที่อื่นๆ)
. โชเปนฮาวเออร์กล่าวว่า.
1. คนมีฝีมือสามารถโจมตีเป้าที่คนอื่นโจมตีไม่ได้ แต่อัจฉริยะสามารถโจมตีเป้าที่คนอื่นมองไม่เห็น
2. เราสามารถทำทุกสิ่งที่เราปรารถนาได้ แต่เราไม่สามารถกำหนดการปรารถนาของเราได้เอง (ไม่มีเจตจำนงค์เสรี , เราถูกบงการจากภายในที่เรารู้ไม่ได้อย่างลับๆ)
3.โลกนี้คือมโนภาพของฉัน ไม่มีใครรู้จักดวงอาทิตย์และโลกโดยตัวมันเองจริงๆ แต่รู้จักดวงตาที่เห็นดวงอาทิตย์และรู้จักเพียงมือที่แตะต้องโลกอยู่เสมอ
4.ทุกหนทุกแห่งในธรรมชาติ เราได้เห็นการต่อต้าน ดิ้นรนและสงครามในรูปแบบต่างๆกัน สัตว์กินพืช คนกินสัตว์ เป็นโลกที่สัตว์ทุกตัวกลายเป็นเหยื่อของตัวอื่น ดังนั้้นเจตจำนงค์ในการมีชีวิตอยู่ก็คือการกลืนกินตัวเองอยู่ชั่วกัลปาวสาน
5. ชีวิตของคนเราเป็นเพียงการต่อต้านชิงดีชิงเด่นอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อตัวเอง ซึ่งแน่ได้ว่าในขั้นสุดท้ายแล้วเราจะต้องเสียมันไปทั้งหมด
6. คนดีย่อมเห็นความแตกต่างระหว่างตัวเขากับคนอื่นน้อยมาก เขาย่อมเห็นตัวเองอยู่ในสรรพสิ่งอื่นๆทั้งปวง ฉะนั้นเมื่อเกิดสิ่งร้ายๆกับคนอื่นเขาย่อมเห็นว่าเป็นความมทุกข์ของเขาด้วย
7. คนดีย่อมเห็นความสุขของมวลมนุษย์ทั้งหมดนั้นมีราคาค่างวดเหนือผลประโยชน์ของตัวเองมากดังนั้นเขาจะอุทิศตัวของตัวเองเพื่อสวัสดิการของผู้อื่นๆ
8.สำหรับผู้ที่เจตจำนงค์และกิเลสตัณหาได้พลิกกลับและปฏิเสธงดเว้นตัวเองแล้วนั้น โลกที่แสนจะเป็นจริงของเขา พร้อมด้วยดวงอาทิตย์และทางช้างเผือกทั้งปวงจะกลายเป็นความสูญ
9. คนเราจะเป็นตัวของตัวเองได้ตราบเมื่อเขาอยู่เพียงลำพัง ถ้าเขาไม่รักความโดดเดี่ยวก็แสดงว่าเขาไม่ชอบเสรีภาพเช่นกัน เนื่องด้วยเมื่อเขาอยู่เพียงลำพังเท่านั้นที่เขาจะมีอิสระได้อย่างถึงที่สุด
10. ส่วนมากแล้วความสูญเสียนั่นแหละที่จะสอนให้เรารู้คุณค่าของสิ่งที่เราเสียไป
11. ความสุขคือการทำในสิ่งที่เราเพลิดเพลินซ้ำๆ
12. ทุกๆคนถือเอาวิสัยทัศน์อันจำกัดจำเขี่ยของตัวเองเป็นข้อจำกัดในการเข้าใจโลกใบนี้ด้วย
13. คนที่เขียนหนังสือเพื่อคนโง่ย่อมมีคนนิยมมาก
14. มันยากที่จะแสวงหาความสุขภายในตนเอง แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแสวงหาความสุขจากที่อื่นอีกแล้ว
15. ความเมตตาต่อสัตว์นั้นเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งต่อความเป็นคนดีของคนคนนั้น เราอาจกล่าวได้อย่างมั่นใจว่าคนที่ปฏิบัติต่อสัตว์ไม่ดีย่อมไม่ใช่คนดี
16.  ความเมตตาคือรากฐานของศีลธรรม
17. เมื่อเราอ่านหนังสือ เมื่อนั้นเรากำลังใช้หัวคิดของคนอื่นแทนเรา เราเพียงแค่กำลังทำซ้ำกระบวนความคิดของผู้เขียนคนนั้น
18. เมื่อคุณซื้อหนังสือ ก็ขอให้มองในแง่ดีว่าคุณกำลังจ่ายสตางค์เพื่อเวลาในการอ่านหนังสือเล่มนั้นๆ
19. ชีวิตคือกระบวนการตายที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
20. อารมณ์ขันคือสิ่งเดียวที่เป็นคุณสมบัติอันสูงส่งของมนุษย์
21. ยิ่งคนเราฉลาดมากเท่าไรก็มีแนวโน้มที่จะเข้าสังคมน้อยลงเท่านั้น
22. จงกระทำต่องานศิลปะดั่งที่กระทำต่อเจ้าชาย ให้ท่านพูดกับเราเสียก่อน
23. ถ้าคนเราให้กำเนิดลูกหลานออกมาบนพื้นฐานของเหตุผลบริสุทธิ์ล้วนๆ เผ่าพันธุ์มนุษย์จะคงอยู่ได้ละหรือ? ถ้าเขามีเหตุผลเขาจะต้องสงสารและเห็นอกเห็นใจคนรุ่นถัดๆไปที่กำเนิดขึ้นมาแล้วต้องคอยแบกรับภาระอันหนักอึ้งของการมีชีวิตอยู่
24. มันจะดีเสียกว่าถ้าทุกสิ่งกลายเป็นความว่างเปล่า เนื่องด้วยโลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์มากกว่าความสุข ทุกๆความพึงพอใจนั้นย่อมสลายหายไปในไม่ช้าและมันจะก่อให้เกิดความต้องการใหม่อีกต่อไปไม่สิ้นสุด
25. จงคิดถึงสัตว์ที่เขมือบสัตว์อื่น ความสุขของสัตว์ผู้เขมือบนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความทุกข์อันใหญ่หลวงของสัตว์ที่ถูกเขมือบ
26. ศาสนาคืองานชิ้นเยี่ยมในการฝึกสัตว์ เนื่องด้วยมันฝึกสอนว่าเราควรจะคิดอย่างไร
27. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การค้นพบสิ่งใหม่ๆ แต่เป็นการรื้อเอาสิ่งเก่าๆที่ค้นพบกันมาแล้วมามองมันใหม่ในแง่ที่ยังไม่มีใครเคยมอง
28. ผู้ยิ่งใหญ่นั้นเหมือนพญาอินทรี เขาสร้างรังแห่งความโดดเดี่ยวอันสูงส่งและพักอาศัยในมัน
29. หนังสือคือมนุษยชาติในรูปแบบของสิ่งพิมพ์
30. ไม่มีกุหลาบใดไร้หนาม แต่สิ่งที่มีแต่หนามโดยไร้กุหลาบนั้นมีมากมาย
31. เราอาจบอกได้ว่าชีวิตทั้งชีวิตคือปรากฏการณ์ที่น่ารำคาญและรบกวนใจ ท่ามกลางการพักผ่อนอย่างแท้จริงในสุญญตาอันเป็นนิรันดร์
32. ชีวิตนั้นแกว่งไปมาเหมือนลูกตุ้มระหว่างความทุกข์และความเบื่อหน่าย
33. การแต่งงานคือการริดรอนสิทธิ์ของคู่แต่งงานให้เหลือครึ่งเดียว และเพิ่มภาระให้หนักขึ้นสองเท่า
34. ชีวิตคนเราเป็นเพียงความผิดพลาดบางอย่าง
35. หากชีวิตมีคุณค่าในตัวเองโดยเนื้อแท้จริงๆแล้วละก็ พวกเราจะต้องไม่มีความเบื่อหน่ายหรือดิ้นรนไขว่คว้าอะไรกันเลย เพียงการมีชีวิตอยู่เฉยๆก็ต้องทำให้เรามีความสุขกันแล้ว อีกทั้งเราไม่ควรจะต้องการไขว่คว้าอะไรกันอีกเลยเนื่องด้วยชีวิตนั้นดีและสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว
36. ชีวิตของทุกคนแต่ละคนมองในภาพรวมและโดยนัยทั่วไปโดยเน้นส่วนหลักๆแล้วคือโศกนาฏกรรม แต่ถ้ามองลึกลงไปในรายละเอียดชีวิตคือเรื่องตลก
37. ทางที่ปลอดภัยที่สุดที่จะป้องกันความเศร้าอันใหญ่หลวงก็คือการไม่คาดหวังว่าเราจำเป็นจะต้องมีความสุข
38. ถ้าท่านเก็บงำความลับเอาไว้ ความลับคือนักโทษของท่าน แต่ถ้าเราหลุดปากเปิดเผยความลับเมื่อไร ท่านคือนักโทษของมัน
39. ความไม่ยืนยาวของชีวิตที่เราต่างก็คร่ำครวญกับมัน จริงๆแล้วอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตก็ได้
40. ความมั่งคั่งประดุจดังน้ำทะเล ยิ่งเราดื่ม เรายิ่งกระหาย ชื่อเสียงก็เช่นกัน
41. ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่ยืนยง คงอยู่ และเป็นอมตะ
42. ความศรัทธานั้นเหมือนกับความรัก มันเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้
43. การนอนหลับพักผ่อนคือการจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ความตาย ยิ่งเราจ่ายเยอะและบ่อยเท่าไร วันตายของเราก็จะเลื่อนออกไปเรื่อยๆเท่านั้น
44. มนุษย์คือปีศาจร้ายบนโลกใบนี้และสัตว์อื่นๆคือผู้ที่หัวจิตหัวใจถูกทรมาน
45. ชีวิตคนนั้นไม่ยืนยาวเสียจนที่เราไม่ควรจะพยายามไขว่คว้าอะไรเพื่อมัน
46. มันมีคำกล่าวที่สวยหรูว่า “ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายนั้นคือบทเรียนแก่เรา” อย่างไรก็ดี เราอาจตอบโต้ไปว่า “ด้วยเหตุฉะนี้แหละ ฉันหวังว่าฉันน่าจะถูกปล่อยไว้ในความว่างเปล่าอันมีสันติภาพและความเต็มอิ่มแต่แรกไปเลยเสียยังดีกว่า ที่ซึ่งฉันไม่ต้องการบทเรียนหรือสิ่งใดๆทั้งนั้น”
47. สัจธรรมทั้งปวงจำต้องผ่านขั้นตอน 3 ขั้น , ขั้นแรกสัจธรรมนั้นจะถูกเย้ยหยัน ขั้นที่สองมันจะถูกต่อต้านอย่างรุนแรง และในขั้นสุดท้ายมันจะถูกยอมรับว่าเป็นความจริงโดยตัวมันเองในที่สุด
48. เงินตราคือความสุขของมนุษย์ในรูปแบบนามธรรม ใครก็ตามที่ไม่สามารถมีความสุขกับสิ่งรูปธรรมได้จะอุทิศตัวอย่างเต็มที่ให้กับการหาเงิน
49. จิตสำนึกเป็นเพียงผิวหน้าอันฉาบฉวยของจิตใจมนุษย์ เหมือนดั่งโลกใบนี้ที่เราไม่รู้จักแก่นหรือไส้ในของมัน เรารู้จักเพียงเปลือกของมัน
50. ความทุกข์ของเราส่วนมากนั้นล้วนเกิดจากการติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่นทั้งสิ้น
51. หลังจากที่เราตาย เราก็จะกลับไปสู่สภาพเหมือนกับก่อนที่เราเกิดมา
52. ชีวิตนั้นสั้น แต่สัจธรรมย่อมเป็นนิรันดร์ จงขอให้พวกเราพูดแต่ความจริงกันเถิด
53. การถูกปล่อยให้อยู่เพียงลำพังเป็นชะตากรรมของผู้ที่จิตใจยิ่งใหญ่ทั้งปวง
54. ความจริงนั้นย่อมรอวาระของมันได้เสมอเพราะมันมีอายุยืนยง
55. ความโดดเดี่ยวนั้นอาจจะถูกต้อนรับอย่างดี อาจจะถูกให้จำต้องทนรับสภาพ หรืออาจจะถูกหลีกเลี่ยง ทั้งนี้ขึ้นกับว่าคุณค่าของคนคนนั้นมีมากหรือน้อย
56. ทุกๆวันคือชีวิตเล็กๆ ทุกๆการตื่นนอนคือการกำเนิดเล็กๆ ทุกๆเช้าที่สดใสคือความอ่อนเยาว์เล็กๆ ทุกๆการนอนหลับคือความตายเล็กๆ
57. ผู้มองโลกในแง่ร้ายคือผู้มองโลกในแง่ดีที่ครอบครองและยืนหยัดอยู่บนข้อเท็จจริง
58. ความสุขนั้นเกิดจากการปลอดความทุกข์ซึ่ง(ความทุกข์)คือเนื้อแท้ของชีวิตนี้
59. สิ่งที่รบกวนจิตใจและพาให้วัยรุ่นหดหู่นั้นคือการตามล่าหาความสุข ด้วยสมมติฐานอันมั่นคงในใจเขาว่าเขาจะต้องได้รับความสุขในชีวิตอย่างแน่นอน ก็เพราะอย่างงี้เองถึงได้เกิดความหวังที่ลวงตาและความไม่พึงพอใจอีกด้วย ภาพของความสุขอันหลอกลวงและเลือนรางนั้นโบยบินอยู่เหนือเราในความฝัน และเราก็เที่ยวตามหาตัวตนที่แท้จริงของความสุขโดยที่เราไม่ได้อะไรกลับมาเลย มันจะดีมากๆถ้าวัยรุ่นได้รับการสั่งสอนอบรมในเวลาอันควรเพื่อที่เขาจะได้ขจัดความเข้าใจผิดๆนี้ออกจากหัวใจว่าโลกนี้มีอะไรจะมอบให้เขามากมายเหลือเกิน
60. เจตจำนงค์ของชีวิตคนเรานั้นเปรียบเสมือนคนตาบอดที่แข็งแรงแบกคนที่เดินไม่ได้แต่ตาดี
61. เมื่อฉันมีอายุ 17 ปี ฉันถูกกุมตัวเอาไว้โดยความทุกข์โศกแห่งชีวิต เหมือนที่พระพุทธเจ้าทรงเป็นเช่นเดียวกันในวัยเยาว์ของพระองค์ เมื่อพระองค์ได้ทรงเห็น ความป่วย ความเจ็บ ความแก่ และความตาย ....ในความเป็นจริงแล้วโลกใบนี้มิอาจเป็นผลงานการสร้างสรรค์จากท่านผู้เปี่ยมล้นด้วยความรักความเมตตา แต่ทว่าเป็นผลงานการสร้างของปีศาจร้าย ผู้ซึ่งสร้างสิ่งมีชีวิตมาดำรงอยู่เพื่อสนองความหฤหรรษ์ของตนในการที่จะได้เห็นสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีความทุกข์ระทม
62. สุขภาพไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่ถ้าปราศจากมันทุกสิ่งที่มีในชีวิตจะไร้ค่าทันที
63. ชีวิตเป็นธุรกิจชนิดหนึ่ง,ธุรกิจที่ไม่คุ้มกับรายจ่าย

SHARE
Writer
Elan_Vital
A Happy Pessimist
I write in order to console my soul.

Comments