แม่ของฉันหัดลองใช้แผนที่ Google Maps
รถไฟฟ้าหรือน้องน้ำส้มพาฉันกับแม่ตะลอนไปสารพัดที่อีกเช่นเคย วันนี้ฉันขับรถด้วยตัวเองได้มากขึ้น คือขับโดยไม่ต้องมีแม่คอยคุมคันบังคับให้ได้มากแล้ว ฉันเริ่มปรับระดับความเร็วอยู่ที่ระดับกลาง มือขวาของฉันคอยประคองและบีบคันเร่งไปเรื่อยๆในขณะที่ก็คอยใช้เท้าเหยียบเบรคซึ่งในช่วงแรกนั้นฉันมักจะเบรคด้วยมือมาตลอด

“ทำไมวันนี้หนูขับรถได้เก่งจัง?” แม่เอ่ยชมฉันที่ฉันเริ่มที่จะควบคุมคันบังคับและทิศทางได้ อีกทั้งยังสามารถที่จะควบคุมระดับความเร็วในการเลี้ยวโค้งและผ่อนน้ำหนักมือเมื่อเจอกับลูกระนาดได้

ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ฉันได้เพียงแต่แอบอมยิ้มนิดๆและใช้สติในการขับรถต่อ ความคิดมากมายก็ยังเข้ามาเยือนแต่ฉันก็โอบกอดพวกเขาและเฝ้าดูจิตไปเรื่อยๆและบอกกับตัวเองให้รู้ทันจิตในปัจจุบันขณะว่า ตัวเรานั้นกำลังขับรถอยู่บนถนน เราต้องพาแม่ไปที่จุดหมายต่างๆ

“วันนี้ต้องไปปริ้นบัตรนัดคุณหมอนะ” แม่บอกฉันก่อนที่ฉันจะขับรถไปที่ร้านปริ้นเอกสารและจัดแจงธุระในราคาแผ่นละ 5 บาท

“ไปไหนต่อดีแม่?” ฉันถาม

“ไปหนองปึ๋งไหม?” แม่เสนอ

ฉันขับรถไปตามทางแต่ก็หวั่นใจเล็กๆเพราะรู้ว่าทางตามธรรมชาติพวกนี้มันจะต้องมีการขึ้นลงเนิน แต่ว่ามีแม่อยู่ด้วย ฉันไม่ต้องกลัวอะไรหรอก

วันนี้เป็นวันที่ร่มรื่น ฉันเปิดกระจกหน้าของหมวกกันน็อกมอเตอร์ไซค์ขึ้นเพื่อทัศนียภาพที่ชัดเจนขึ้น เมืองเชียงรายเป็นเมืองเล็ก ฉันกวาดสายตามองบ้านเมืองไปรอบๆพลางก็คิดถึงบ้านที่กรุงเทพ ใจฉันเองก็แอบไม่เคยชินนัก หากถามใจตัวเองว่าคิดถึงเมืองกรุงไหม คำตอบก็คือคิดถึงเพราะเราโตมาในกรุงเทพ แต่ทว่าเมืองนี้ก็กลับอบอุ่นและมีเสน่ห์อย่างน่าปะหลาด ผู้คนใจดีและภาษาเมืองที่เขาอู้คำเมืองกันก็แสนจะน่ารักน่าฟัง ฉันเริ่มพอที่จะฟังได้บ้างและก็เริ่มพูดได้บ้างไม่กี่ประโยค พูดไปก็เขินไป

“ฝนตกแล้ว… รถไฟฟ้าเปียกน้ำไม่ได้นะ” แม่บอกก่อนจะเอาเสื้อกันฝนคลุมที่หน้าจอไฟฟ้าหน้ารถ “เอารถหลบที่ตึกข้างทางก่อนเถอะนะ”

ฉันกับแม่เราขออนุญาตเจ้าของบ้านเอารถหลบข้างทาง ซึ่งพี่ชายท่านหนึ่งก็ใจดีมากให้เราหลบฝนอยู่สักครู่ ฝนตกไม่หนักมากตกไม่นานนัก เห็นจะตกเพียงแค่สิบห้านาทีได้ก็เริ่มซาลง

“เปิดกูเกิ้ลแมป (Google Maps) กลับบ้านเถอะ” แม่บอกด้วยความไม่มั่นใจ แต่เราก็มาทางซอยหนองปึ๋งกันแล้วนะ

“มันบอกให้เข้าหนองปึ๋งซอย 3 นะแม่” ฉันยื่นโทรศัพท์ให้แม่เพราะฉันต้องขับรถ ฉันสอนแม่ดูทางและบอกทางแก่ฉัน แม่ไม่ค่อยชินการใช้แผนที่ ส่วนตัวฉันก็ไม่ค่อยชินทางขึ้นลงเนิน เอาหละสิ หนองปึ๋งหนองน้ำอะไรกันนี่ไม่ต้องไปมันหรอก

ฉันเข้าหนองปึ๋งซอยที่ 3 ไปตามทาง ในที่สุดเราก็มาเจอหนองปึ๋งจนได้ หนองปึ๋งเป็นหนองน้ำกว้างๆและมีแมกไม้สูงใหญ่ร่มรื่นทำให้ใจของฉันนั้นเย็นและเบาสบาย ความเขียวขจีของต้นไม้นานาพันธุ์เข้าโค้งรับเป็นอุโมงค์ให้รถขับผ่านได้อย่างสบายอารมณ์ ฉันค่อยๆดื่มด่ำกับความร่มเย็นของบรรดาเพื่อนต้นไม้เหล่านี้ไปตลอดเส้นทางที่ขับไปจนมาถึงทางขึ้นเนิน

“บิดให้สุดเลยนะแม่ มันสูงจังจะขึ้นไหวไหม?” ฉันวิตกเมื่อเห็นว่าเนินมันค่อนข้างสูงและกำลังของรถนั้นก็น้อยนัก แต่ทว่าสุดท้ายแล้วก็ผ่านไปได้

แม่กับฉันหัวเราะไปตลอดทางเพราะมีเนินที่ต้องลุ้นถึงสองเนินทั้งพยายามขึ้นและพยายามลง เห็นทีว่าเราทั้งสองคงจะต้องลดน้ำหนักเข้าจริงๆจังๆแล้วหละสิ ฉันคิดแซวทั้งแม่ทั้งตัวเองในใจ

“วันนี้เหนื่อยไหมลูก เวลาขับรถหนูเครียดไหม?” แม่ถามฉัน

“ไม่ค่ะ มันสนุกมากเลยค่ะ เพียงแค่หนูต้องใช้สมาธิ” ฉันตอบ

“ค่อยๆฝึกไปนะลูก” แม่บอกกับฉัน “เห็นไหม… หนูขับรถได้แล้วนะ”

“ค่ะแม่”

ฉันยิ้มก่อนจะขับรถจอดที่ที่จอดรถและพักผ่อน วันนี้ได้จบลงไปอีกแล้วอีกวัน แม่ของฉันใช้แผนที่ได้สำเร็จและตัวฉันก็ขับรถได้อย่างราบรื่นมากขึ้น สวัสดีความเศร้า เธออาจจะมาเยือนฉัน แต่ฉันจะโอบอุ้มเธอด้วยการรู้ตัวและเฝ้าดูเธอ เพราะเธอจะมาและเธอก็จะไปเมื่อถึงเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด มันแปรเปลี่ยนไปตามกาลและเวลาทั้งสิ้น


Cr: https://pin.it/b6xqy45l5a5mue
SHARE
Written in this book
แม่ของฉัน
Writer
terrytaksintaweesap
Artist
วาดรูปและขีดเขียนและบางวันก็อาจจะร้องเพลง

Comments