Chernobyl (2019)
Every lie we tell incurs a debt of the truth.
Sooner or later, that debt is paid.

ทุกคำโกหกล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย บางครั้งเราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าราคานั้นแพงเท่าไหร่ เราจะได้รู้ก็ต่อเมื่อหนี้แห่งความจริงก้อนโตรออยู่ต่อหน้า เมื่อนั้นผู้คนจึงตระหนักได้ว่าราคาของคำโกหกนั้นประเมินค่าไม่ได้เลย

เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา เราสมัครแพ็คเกจของ AIS Play ไว้ดู Game of Thrones Finale ที่เพิ่งออกอากาศจบไป (ห่วยมาก ไม่อยากพูดถึง) หลังจาก Game of Thrones จบ แพ็คเกจนั้นยังเหลือให้ดูต่อได้อีกเกือบเดือน ประกอบกับมีกระแสของมินิซีรีส์เรื่องหนึ่งผ่านตามา เขาว่ากันว่าเป็นซีรีส์ที่ได้คะแนนมากที่สุดในโลกตอนนี้ แทบจะไม่มีกระแสด้านลบให้เห็นเลย ความคิดในตอนนั้นคือ "ขนาดนี้แล้ว ไม่ดูก็คงจะไม่ได้" และสารภาพว่าด้วยความที่กระแสมันดีมาก ก่อนดูก็ตั้งความหวังไว้สูงประมาณหนึ่ง แล้วก็ดีใจมากที่ไม่ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย

Chernobyl เป็นซีรีส์ที่มีแค่ 5 ตอน บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งหนึ่งในสหภาพโซเวียต ก่อนดูเราก็แอบคิดว่ามันอาจจะออกมาเป็นเชิงซีรีส์สารคดีหรือเปล่า ด้วยความที่เรื่องราวเกี่ยวกับ Chernobyl เท่าที่เคยรับรู้และดูมา มันค่อนข้างเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่มีสาระมากเป็นส่วนใหญ่ แต่ปรากฎว่าพอมาดูจริงๆ ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึง 'ทุกสิ่งทุกอย่าง' ที่เกิดขึ้น ณ โรงไฟฟ้าแห่งนั้นจริงๆ ตั้งแต่ลำดับเหตุการณ์ในการระเบิด ผลกระทบร้ายแรงที่เกิดขึ้นทุกมิติ ทั้งกับสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ผลกระทบกับรัฐบาล ผลกระทบกับอำนาจของโซเวียตในขณะนั้น รวมไปถึงเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากการระเบิด ทั้งราคาที่รัฐบาลโซเวียตต้องจ่ายในการแก้ไขปัญหา การไต่สวนหาข้อเท็จจริง ไปจนถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของการระเบิดที่แท้จริง เราจะได้เห็นเหตุการณ์หลายมิติมากจากเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่วิทยาศาสตร์ แต่รวมถึงการเมืองด้วย

Even if it's poisoned with radiation, it's still my home.
There's no place else they need us. Even a bird loves its nest.

กลางดึกของคืนหนึ่ง หญิงสาวเหม่อมองภาพของเปลวไฟสีส้มที่ลุกไหม้อยู่ไกลๆ พร้อมกับประกายเรืองรองด้านบนที่ดูแปลกตา สามีของเธอกำลังรีบเร่งแต่งตัว เขาทำงานเป็นนักดับเพลิง และไฟที่ไหม้อยู่ไกลออกไปตรงนั้นคือที่ที่เขาต้องไปทำหน้าที่ในคืนนี้ เธอเป็นกังวล ถามเขาว่าเหตุการณ์มันร้ายแรงไหม แต่สามีบอกให้เธอสบายใจ "เขาบอกว่าแค่ไฟไหม้หลังคาโรงไฟฟ้า"

เพื่อนบ้านต่างก็แตกตื่น พวกเขามาชักชวนเธอไปดูเหตุไฟไหม้ที่สะพานแถวๆ นั้น ซึ่งเป็นที่ที่มองเห็นโรงไฟฟ้าได้ชัดเจนที่สุด แต่หญิงสาวเป็นกังวลเกินไป เธอเป็นห่วงสามีเกินกว่าจะไปยืนดูไฟที่กำลังไหม้โดยที่รู้อยู่แก่ใจว่าคนที่รักกำลังเสี่ยงอันตรายอยู่ตรงนั้น เธอตอบปฏิเสธ กลับมาขดตัวอยู่บนเตียงและพยายามข่มตาหลับ เหล่าเพื่อนบ้านยืนออดูเหตุการณ์กันที่สะพาน ประกายไฟสีแปลกประหลาดนั้นยังเรืองรองอยู่เหนือโรงไฟฟ้า ทุกคนฮือฮาเพราะมันดูสวยราวกับแสงเหนือ ไม่นานนักละอองขี้เถ้าจากการเผาไหม้ก็ฟุ้งกระจายในอากาศ ตกลงสัมผัสกับผิวกยของทุกคน

ไม่มีใครรู้ว่านั่นคือละอองของกัมมันตภาพรังสี

To be a scientist is to be naive.

Valery Legasov 
เป็นตัวละครหลักในการดำเนินเส้นเรื่องทั้งหมด เราจะได้เห็นเหตุการณ์ในซีรีส์ผ่านมุมมองของเขาคนนี้ วาเลรี่เป็นนักฟิสิกส์ที่มีตำแหน่งสูงพอสมควร เช้าตรู่วันหนึ่งเขาได้รับโทรศัพท์ให้เข้าประชุมด่วน ในการประชุมนั้น มีรายงานถึงเหตุโรงไฟฟ้าระเบิดที่เขต Chernobyl รายงานบอกว่าไม่เกิดความเสียหายอะไรมาก แค่หลังคาไหม้เท่านั้น วาเลรี่เกือบจะเชื่อว่าเหตุการณ์ทุกอย่างปกติ จนกระทั่งเหลือบไปเห็นรายงานจากนักดับเพลิงที่เขียนไว้ว่า "มีเศษหินสีดำสนิทกระจายรอบๆ พื้นที่" เขาตกใจ โพล่งขึ้นมากลางที่ประชุมว่านี่มันไม่ปกติ หินสีดำที่ว่านี้คือแร่แกรไฟต์ และที่เดียวในโรงไฟฟ้าที่จะพบแร่นี้ได้ ก็คือด้านในฝาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ถ้ามีแร่นี้อยู่ด้านนอกอาคาร ก็หมายความได้อย่างเดียวว่าตอนนี้ฝาเตาได้ระเบิดออกแล้ว

ที่ประชุมเงียบงัน ไม่มีใครกล้าจินตนาการถึงหายนะที่จะเกิดตามมาหากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง

ฝ่าย Boris Shcherbina รองประธานก็ยังคงยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ไม่มีหายนะตามมาแน่นอน สุดท้ายรัฐมนตรีจึงตัดสินใจส่งรองประธานหัวดื้อกับวาเลรี่ไปที่ Chernobyl ด้วยกันซะเลย เพื่อไปประเมินสถานการณ์ที่พื้นที่จริง แล้วค่อยกลับมารายงานผลกับที่ประชุมอีกที

ทุกสิ่งประจักษ์แก่สายตาบอริสเมื่อพวกเขาทั้งคู่มาถึง Chernobyl วาเลรี่อธิบายหลักการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้เขาฟังคร่าวๆ แล้วชี้ให้เขาดูประกายเรืองรองเหนือโรงไฟฟ้า นั่นคือปฏิกิริยาที่บ่งบอกว่ากัมมันตภาพรังสีกำลังแพร่กระจายออกสู่อากาศด้านนอกอย่างต่อเนื่อง และหินสีดำที่กระจัดกระจาย คือแร่แกรไฟต์ที่ควรจะอยู่แค่ในเตาปฏิกรณ์จริงๆ พิสูจน์จากการที่มีนักดับเพลิงคนหนึ่งหยิบหินนั้นขึ้นมาดู จากนั้นมือของนักดับเพลิงคนนั้นก็ค่อยๆ เห่อแดง ผิวหนังถูกกัดกร่อนจนพุพองและปวดแสบปวดร้อน นั่นคือสิ่งที่มนุษย์เป็นเมื่อได้สัมผัสกับกัมมันตภาพรังสีในปริมาณมาก

When it's your life and the lives of everyone you love,
your moral conviction doesn't mean anything.
 
หลังจากสถานการณ์ยืนยันว่าเตาปฏิกรณ์ระเบิดแล้ว รัฐบาลโซเวียตจำเป็นต้องจัดการกับปัญหากัมมันตภาพรังสีที่เกิดขึ้น เพราะการระเบิดที่ Chernobyl ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายแค่ในประเทศ แต่กัมมันตภาพรังสีที่ปล่อยออกมามีปริมาณมากจนอาจส่งผลกระทบต่อประเทศข้างเคียง คือมันมากขนาดนั้นเลย แต่ถึงอย่างไรเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลก็ต้องจัดการให้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกพื้นที่ใน Chernobyl ถือเป็นวัตถุปนเปื้อน ต้นไม้ทุกต้นต้องถูกตัดทำลาย สัตว์ทุกตัวต้องถูกกำจัด และเทปูนปิดทุกสิ่งอย่างเพื่อไม่ให้รังสีรั่วไหลออกมา การจัดการเรื่องพวกนี้ต้องการกำลังคนเป็นจำนวนมาก "กำลังคน" ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการอยู่ใน Chernobyl ตอนนี้อาจทำให้อายุขัยของพวกเขาลดลงมากกว่าครึ่ง

Pavel Gremov เป็นพลเมืองคนหนึ่งที่ถูกเกณฑ์มาเพื่อทำงานที่ Chernobyl เขาถูกโยนเข้าไปอยู่ในหน่วยกำจัดสัตว์เลี้ยง ก่อนออกปฏิบัติการ หัวหน้าหน่วยโยนแผ่นตะกั่วกับปืนมาให้เขา แผ่นตะกั่วเอาไว้ใส่คาดไว้ที่เป้าเพื่อป้องกันการเป็นหมันจากกัมมันภาพรังสี ส่วนปืน พาเวลใช้มันไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ หัวหน้าหน่วยอธิบายงานให้เขาฟังง่ายๆ "สัตว์ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลี้ยง มันคุ้นเคยกับคน แค่เรียกมันก็จะวิ่งกระดิกหางมาหา จากนั้นก็ปั้ง เฮดชอต"

ในฉากนั้นเราจะได้เห็นว่าพ่อหนุ่มพาเวลสงสารเหล่าน้องหมาน้องแมวมากๆ จนเขาเกือบตัดใจยิงมันไม่ลง แต่ยังไงก็ต้องทำในเมื่อมันเป็นงาน พาเวลมาเจอด่านที่ยากที่สุดก็ตอนที่เขาเจอหมาตัวหนึ่ง แต่พอเปิดม่านออกกลับพบว่ามันมีลูกๆ อยู่อีกครอกหนึ่งด้วย เขาทำใจฆ่ามันไม่ลง หัวหน้าหน่วยเองก็เข้าใจความรู้สึกเขา เลยบอกให้ออกไปรอข้างนอกและจะจัดการแทนให้ หลังจากเสร็จงานวันนั้น พาเวลและหัวหน้าหน่วยนั่งดื่มด้วยกัน และหัวหน้าสอนเขาว่า

You put a bullet in someone. You're not you anymore.
You'll never be you again. But then you wake up the next morning
and you're still you. And you realize that was you all along.
You just didn't know.
  
เราว่าสิ่งที่มินิซีรีส์เรื่องนี้ทำได้ดี ไม่ได้มีเพียงแค่ Mood ที่ได้อารมณ์มากๆ แต่ยังมีส่วนของการอธิบายหลักการทางฟิสิกส์ให้คนธรรมดาเข้าใจได้ง่ายๆ ด้วย เราเองไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อน แต่บทพูดของตัวละครอธิบายคำยากๆ ให้เป็นภาษาชาวบ้านได้ เช่น คำว่า "ค่าสัมประสิทธิ์ไอฟองน้ำ" เห็นครั้งแรกถึงกับเป็นงง ความคิดแรกในหัวแบบหยาบคายเลยคือ "เ-ี้ยอะไรวะเนี่ย" แต่ในฉากที่วาเลรี่อธิบายหลักการในการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ให้ศาลฟังในการไต่สวน เขาทำออกมาได้ดีมาก ทำให้เห็นภาพเป็นขั้นตอนเลยว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์นี่มันปลอดภัยเมื่อในเตามีความสมดุล ซึ่งความสมดุลขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น อุณหภูมิ น้ำที่หล่อแกนให้เย็นลง แร่และปฏิกิริยาต่างๆ การที่เตานี้ระเบิดได้ทั้งที่มีระบบ Safety ดีมาก นั่นเป็นเพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดสมดุลแต่ละอันมันค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ เมื่อเตาเสียสมดุลมันก็เลยบู้มชากาละก้า

ท้ายที่สุดซีรีส์เรื่องนี้ยังให้ข้อคิดที่สำคัญมากๆ กับเราอย่างหนึ่ง คือ "ที่ใดมีคนมีอำนาจ ที่นั่นมีแต่ความชิบหาย" แม้แต่การระเบิดของ Chernobyl ก็ยังเป็นเพราะอำนาจของคนเช่นเดียวกัน



☀ Time Stamped: 26 April, 2019
SHARE
Written in this book
Movies 2019
Late night, soft couch, snacks and movies.
Writer
bellogelato
Movie Watcher
Genie and stories in his lamp 🧞‍♂️

Comments

bluemooooood
5 months ago
เขียนดีมากค่า เราก็ชอบซีรี่ยืแนวๆนี้ ต้องไปหามาดู
Reply
Dkpu
5 months ago
เขียนได้ดีมากๆเลยค่ะ
Reply
Snap11
5 months ago
เขียนดีมากค่ะ  เดียวจะไปหามาดูบ้างแหะๆ :)
Reply
OUDI
5 months ago
เขียนดีจนอยากตามไปดูบ้างเลยค่ะ
Reply