โลกสวยในความรู้สึก ตอน Mental meditation (อาหารใจ)
เรามักจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ปัจจัยสี่เเห่งการดำรงชีวิต 
คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค
ปัจจัยเหล่านี้ มันคือ วัตถุ ที่ช่วยให้ร่างกายเรามีชีวิตอยู่รอด
ปัจจัยที่บางทีไม่เเน่ใจว่า เราดำรงอยู่ได้เพราะมีมัน 
หรือเพื่อมีมัน เราจึงพยายามดำรงชีวิตอยู่

และเมื่อยุคสมัยได้เดินทางมาไกล สังคมเเตกต่างออกไป 
เราอาจมองว่า ปัจจัยสี่ของชีวิตเรา อาจจะเปลี่ยน หรือต่างออกไปจากเดิม

เเต่บางครั้ง...ไม่ว่าปัจจัยเหล่านั้นจะมากเพียงใด 
มันกลับไม่เติมเต็มความสุขในใจได้ 
เรามีชีวิตต่อไปได้ เเต่กลับว่างเปล่า 
ชีวิตเราเดินต่อไปได้ เเต่จิตใจเราไม่อยากไปต่อ
มันคือ การหมด passion กับชีวิต 
หลักๆ คือ มองไม่เห็นอะไรข้างหน้า 
หรือ มองไปเเล้วเห็นเรื่องเดิมๆวนไปไม่มีที่สิ้นสุด
เราจบมันเองตอนนี้ หรือรอให้มันจบเอง ก็ไม่ต่างกัน
เเค่เร็วหรือช้า มันทำให้มองเห็นความตายเป็นการได้พัก
หรือการปิดเกมอันน่าเบื่อที่ไม่อยากเล่นเเล้วลงไป
ไม่อยากทำอะไร ทำอะไรไม่ได้ หรือไม่อาจทำอะไรได้
เหลือเเค่ปิด หรือเล่นต่่อ คือทางที่เห็นว่าพอจะมีสิทธิเลือก

คิดให้มองเห็นภาพง่ายๆ คือ จิตใจ ขาด ปัจจัย ในการดำรงชีพ
คนที่ข้างนอกสุขใส ข้างในเน่าเฟะ 
ในที่นี้คือ ร่างกายทั่วไป  ใช้ชีวิตดูโอเคดี 
เเต่จิตใจกับตายไปหมดเเล้ว

เเม้จะพยายามค้นหาเป้าหมายให้ชีวิต 
ค้นหาเเรงบรรดาลใจให้อยู่ต่อสักเท่าไร 
มันก็ไม่เคยเพียงพอจะมารดจิตใจให้ชุ่มฉ่ำได้
ค้นเท่าไร เหมือนพยายามสร้างขึ้นมาหลอกตัวเองเท่านั้น

จริงๆแล้ว มันเหมือนกับ คนที่ไม่มีอาหารกิน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีเสื้อผ้า ไม่มียา
ภาพเข้ามาคือคนเร่ร่อนตัวมอมเเมมนั้นเอง
เเล้วพยายามหาความฝัน ว่าจะเป็นนั่นนี่ 
ขณะที่เร่ร่อนไปเรื่อยๆ ความเป็นไปได้ที่จะไปยังจุดที่ฝัน มันจึงยาก 
เพราะว่ามันดูจะข้ามไปขั้นตอนหนึ่ง 
ซึ่งมันควรจะต้องเริ่มจาก ไปหาอาหารกินให้อิ่ม 
ไปหาเสื้อผ้าใส่ หายารักษาให้มีสุขภาพดี หาที่อยู่ 
หลุดจากการเป็นคนเร่ร่อน เเล้วก้าวไปยังจุดอื่นๆ 

แล้วปัจจัยของจิตใจ มันคืออะไร??
มันคือ สิ่งที่จะทำให้ใจเเข็งเเรง ใช้ชีวิตต่อไป
ปัจจัยที่ให้เราฟื้นกลับมามีชีวิต เเละเดินต่อไปยังเป้าหมายอื่นๆเช่นกัน

สำหรับเรานั้น มันคือ 3 สิ่งที่ควรปลูกในจิตใจ
ยิ่งมีมาก ยิ่งเติบโตเเข็งเเรง จิตใจเราจะสดใสไม่หมด  Passion ในชีวิต
3 สิ่งอาจจะเเตกต่างกันออกไป เเต่มันควรจะมี
ซึ่งสำหรับเราคือ ความเชื่อ ความพยายาม ความรัก

มันคือสิ่งสำคัญที่ใจเราต้องค้นหา เเละมันยากที่จะเจอในตอนเเรก
ต่อให้บอกว่าเจอเเล้ว เเต่เราจะมีมันมากพอหรือไม่
เเค่มี เเค่รุจัก หรือเเค่คำพูด จิตใจเราจะเชื่อสิ่งเหล่านี้มากเเค่ไหน
เราสั่งจิตใจเราให้เชื่อมันได้มากน้อยเเค่ไหน

เคยได้ยินคำถามว่า เราจะรักได้นานเเค่ไหน
คำตอบคือ เรามีความเชื่อในความรักมากเเค่ไหน
แล้วหากถามต่อว่า เราจะเชื่ออะไรบางอย่างให้มากๆได้อย่างไร
คำตอบคือ ใจเรามีความพยายามได้เท่าใด ตรงนี้เเหละ คือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด
เพราะมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนเเปลง หากเราไม่เริ่มพยายาม

1. จิตใจเราควรมีความรัก มันเป็นเหมือนน้ำคอยรดให้ชุ่มฉ่ำเเละสดชื่น
ไม่ว่าจะรักใคร สิ่งใด รักแบบไหน ขอเเค่ให้มันเป็นความรู้สึกดี ที่มีความสุข 
ต้องเน้นย้ำว่า รักที่เรามีความสุข จินตนาการถึงภาพของเด็กสาวเฉิ่มๆเเอบรักรุ่นพี่สุดฮอต
หรือติ่งเกาหลีที่ฟินกับเพียงภาพมโนในโลกตัวเอง
เเม้โลกจะย่ำเเย่เเค่ไหน เราเคยผ่านความเลวร้าย เจ็บปวดจากความรักมากเเค่ไหนในอดีต
ควรเริ่มตั้งภาพ mindset ของความรักใหม่ให้มันคือความสุข
อย่างน้อยๆ เริ่มจากการรักตัวเองให้มากพอ 
และหากเจอคำตอบทันทีว่า ใช่ เราก็รักตัวเองเสมอ 
ให้ลองกลับไปทบทวนใหม่อีกครั้ง ว่าจริงๆแล้ว มันพอจริงหรือไม่
สร้างความรักให้เป็นพลังเล็กๆ ส่งไปรอบๆตัววันละนิด ให้ตัวเอง สิ่งของ คนรอบข้าง 
ควรจำไว้เสมอว่า ความรัก มักสร้างเเรงบรรดาลใจ 
เเละความรัก เริ่มง่ายๆเเค่เรื่องเล็กๆ ไม่มีรูปเเบบไม่ซับซ้อน เเค่รู้สึกถึงมันให้ได้คือสิ่งสำคัญ

2. สำคัญมากขึ้นมาอีกคือ ความเชื่อ อย่างเเรกสุดคือเชื่อในตัวเอง 
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราทำ หรือสิ่งที่เราเชื่อ 
นึกถึงภาพการวิ่งไกลๆ หรือคนที่ลดน้ำหนักหลายสิบกิโลได้
นอกจากเเรงผลักดันต่างๆเเล้วนั้น ความเชื่อ คือปัจจัยสำคัญ
ปัจจัย ที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะยากแค่ไหน แม้มองไม่เจอหนทาง 
เเม้สินหวังเพียงใด ความเชื่อคือกำลังให้เราเดินต่อไป
บ่อยครั้งที่ความเชื่อ มันสร้างความหวัง เมื่อผิดหวังก็สูญเสียความเชื่อ
เเละเเน่นอนว่าทุกๆครั้ง ความสับสนจะเข้ามาเมื่อเรามีความเชื่อ
และความเราอาญสูญเสีย หรือเปลี่ยนเเปลงไปได้เสมอ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด
บางครั้งเจ็บปวดเพราะมัน เเต่จงเชื่อมัน เเละถึงจะไม่เชื่ออะไรอีกต่อไป 
ก็ขอให้จงเชื่อว่าเราจะไม่เชื่อมันอีกเเล้ว เเละทำให้ได้เเบบนั้น
เชื่อในตัวเอง เชื่อว่าเราทำ ตัวเราเอง แม้ทำไม่สำเร็จ เเต่ก็จงเชื่อว่าเราจะทำมัน

3. สุดท้ายมันคือความพยายาม โชคชะตากำหนดชีวิตเราครั้งสุดท้ายคือวันที่เราเกิดมา
เพราะเราเลือกเพศ เลือกที่เกิด เลือกสถานะอะไรไม่ได้
เเต่เมื่อถึงจุดๆนึง จุดที่เรามีสติรับรู้อะไรได้เเล้ว
มันคือชีวิตเรา เราเดิน เราพยายาม
บางครั้งเรามักพยายามทำอะไรทั้งที่เราไม่รู้ตัว
เเม้ว่าการพยายามเเล้ว อาจจะไม่ได้สำเร็จเสมอ 
ไม่ได้กลับมาเท่าที่เราพยายามทำไป ซึ่งมันมักเป็นเช่นนั้นเสมอ

เเต่เมื่อเราเริ่มพยายาม มันย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงอะไรบางอย่าง
นั่นคือสิ่งที่เเน่นอน เเละจะเป็นเเบบนั้นเสมอ
มันขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นผลของมันหรือไม่
เช่น อย่างน้อย เราได้ก้าว ได้ทำ ได้รู้
ซึ่งมันมากเกินพอเเล้ว ได้มากกว่าการอยู่ที่เดิมกับสมองที่ครุ่นคิด ค้างคา หรือเสียดาย
ไม่ว่าจะเริ่ม หรือเลือกทำ เดินไปทางไหนเเล้ว 
เราก็ควรเชื่อ เเละพยายามทำมัน 
สุดท้ายมันจะส่งผลบางอย่างเเก่เราเอง

ทุกๆอย่างบนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรเลยที่จะได้มา โดยไม่เสียอะไรไป
จะมีกี่ครั้งที่เราอยู่เฉยๆ เเล้วได้สิ่งดีๆมา
ต้องรออีกกี่วัน ถึงจะมีสิ่งดีๆผ่านเข้ามา 

เอาวันเวลาที่รอ ก้าวเดินไปคว้ามัน โอกาสมันคงมีมากกว่า
ถึงจะเหนื่อย จะผิดหวัง 100 วัน คงมี1 วันที่เราได้มา 
คุ้มกว่าการนั่งรอที่ไม่รู้ว่าอีกกี่วันจะได้มันมา

โลกความเป็นจริง มันต้องต่อสู้ ต้องดื้นรน 
เเม้กระทั่งความสุข หรือกับจิตใจเราเอง
หากมัวรอว่าวันหนึ่งจะมีความสุข 
คงเป็นการรออย่างไร้ซึ่งเหตุผล 
ฟังดูขี้เกียจ ไม่เอาไหน เเละละเลย
ควรเชื่อว่าเราสร้างมันได้ เราหามันเจอ เเล้วพยายามสร้าง หรือไปค้นหามัน
เเม้หากมืดมิด ไม่มีหนทาง ไร้ซึ่งตัวเลือก 
หากพยายามไปเรื่อยๆ เราก็จะเจอหรือสร้างทางเลือกใหม่ขึ้นมาได้

เหมือนเราติดอยู่ในกรงขัง 
จะนั่งท้อเเท้สิ้นหวังได้ 
พอหายก็ควรลุกมาทำอะไรบางอย่าง 
มันคงดีกว่านั่งรอ 
บางครั้งดูเหมือนการทำอะไรโง่ๆ บ้าๆ ในสายตาคนอื่น 
เเต่เราก็จงเชื่อ เเละพยายามเเบบบ้าๆของเรา เพราะมันดีกว่าการไม่ทำอะไรเลยจริงๆ
เเม้ในทางที่ไร้ซึ่งเเสงไฟ ไม่มีหนทางว่าเราจะพบมัน เเต่หากเราเชื่อเเละพยายาม
เเม้นานเเค่ไหน เราก็อาจจะเจอมัน
หากเเม้ไม่เจอท้ายที่สุด ก่อนตาย เรายังได้ภูมิใจ ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่พร้อมความเชื่อ
ยิ้มรับมันถึงที่สุด ไม่ใช่การอยู่อย่างสิ้นหวังจนสุดทาง

ควรใช้เวลานั่งทบทวนว่าเรามีปัจจัยสำคัญเพื่อดำรงจิตใจเราให้คงอยู่ เรามีมันหรือยัง??
ถ้ายัง ดีเเล้วหรือที่จะเป็นเเบบนี้ต่อไป จนมองความตายเป็นเรื่องที่ดี 
ถ้ามีเเล้ว มันมากพออย่างเเท้จริงหรือไม่
มากพอที่จะสร้างเเรงบรรดาลใจให้เราลุกขึ้น เดินออกมาใช้ชีวิต 
ออกไปเจอ ไปเรียนรู้ กับเรื่องราวร้ายดีต่างๆ 

เราสิ้นหวังได้ เเต่เราจะอยู่อย่างคนสิ้นหวังไม่ได้



 






SHARE
Writer
TheShadow
Positive Energy
คำเตือน: สามารถใช้ได้เฉพาะสร้างพลังบวกให้ชีวิต

Comments

Theredshoes
10 months ago
ชอบบทความนี้นะคะ พูดไม่ถูกว่าเพราะอะไร แต่อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะ
Reply
TheShadow
10 months ago
ขอบคุณครับ