To All the Boys I've Loved Before (2018)
The more people that you let into your life,
 the more that can just walk right out.
ประโยคข้างบนเป็นวลีที่ลาร่า นางเอกของเรื่องพูดในฉากเปิดใจคุยกับพระเอก ส่วนตัวคิดว่าเป็นประโยคที่สื่อถึงความสัมพันธ์ของคนเราได้ดีมาก "ยิ่งเรามีคนเข้ามาในชีวิตมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีคนเดินออกไปมากเท่านั้น"

To All the Boys I've Loved Before เป็นภาพยนตร์แนว High School Romantic Comedy อีกเรื่องที่เราดูต่อจาก "The Kissing Booth" เรื่องราวของ Lara Jean Covey สาวช่างฝันคนหนึ่งที่ชอบอ่านนิยายและจินตนาการถึงความรักในอุดมคติ ลาร่าไม่เคยคบใคร แต่เธอมีประสบการณ์ในการแอบชอบหลายครั้งในชีวิต และทุกครั้งที่เธอชอบใคร เธอจะเขียนจดหมายสารภาพรักถึงเขาคนนั้น จ่าหน้าซองไว้ แล้วก็เก็บใส่กล่อง ซ่อนไว้ในมุมลึกที่สุดของห้อง

แต่แล้ววันหนึ่ง จดหมายรักของเธอถูกใครก็ไม่รู้ขโมยไปส่งให้ถึงมือผู้ชายที่เธอเคยรักทั้งหมด 5 คนโดยที่เธอไม่รู้ตัว

 Peter Kavinsky เป็นหนึ่งในชายหนุ่มที่ได้รับจดหมายรักจากลาร่า เขาเป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้นที่เธอปลื้มอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ตอนนี้ปีเตอร์โตเป็นหนุ่มฮอตคนดังของโรงเรียน เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาลาร่าที่กำลังเรียนวิชาพลศึกษาอยู่ที่สนามโรงเรียน และบอกว่าเขาได้รับจดหมายแล้ว แต่คงรับรักเธอไว้ไม่ได้ วินาทีที่ลาร่ารู้ว่าจดหมายถูกส่งถึงมือผู้รับแล้ว เจ้าของจดหมายที่เธอเป็นกังวลที่สุดไม่ใช่ปีเตอร์ แต่เป็น Josh Sanderson เพื่อนสนิทสมัยเด็ก และแฟนเก่าของพี่สาวของเธอเอง นี่แหละความ Fucked Up ของชีวิตลาร่า เธอหลงรักแฟน (เก่า) ของพี่สาว และตอนนี้ผู้ชายคนนั้นก็รับรู้แล้วด้วย

ลาร่าต้องการจะทำให้จอชเห็นว่าจดหมายรักนั้นมันเป็นอดีต และตอนนี้เธอไม่ได้รักเขาอีกแล้ว เธอจึงทำข้อตกลงเป็นแฟนปลอมๆ กับปีเตอร์ ผู้ซึ่งเพิ่งโดนแฟนนอกใจมา และกำลังอยากจะตอกหน้าแฟนเก่าตัวเองด้วยการควงแฟนใหม่ไปเย้ยอยู่พอดี ปีเตอร์ตอบตกลง เขาเป็นนักรักอยู่แล้ว และแฟนเก่าของเขาก็เป็นดาวโรงเรียนซะด้วย ดังนั้นเขาคล่องเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของวัยรุ่นเสียยิ่งกว่าอะไร แตกต่างจากลาร่าที่ไม่เคยมีแฟน วันๆ อ่านแต่นิยายและเป็นผู้หญิงช่างเพ้อ

แต่สุดท้ายก็เกิดความสับสนขึ้นในความสัมพันธ์ปลอมๆ ของทั้งคู่ ปีเตอร์ดูแลลาร่าดีเกินฐานะแฟนปลอมๆ ไปมาก เขาเข้ากับครอบครัวของเธอได้ดี ทำให้เธอมีความสุขมาก จนถึงจุดหนึ่งที่ทั้งคู่ตระหนักได้ว่าเราตกหลุมรักกันจริงๆ เข้าซะแล้ว แต่เรื่องมันไม่ง่ายเมื่อปีเตอร์ยอมรับ แต่ลาร่าปฏิเสธการตกหลุมรักครั้งนี้


ส่วนตัวถ้าเปรียบเทียบ To All the Boys I've Loved Before กับ The Kissing Booth เราให้การเขียนบทของเรื่องนี้ในระดับดีกว่านะ ขณะที่ดูอาจจะมีแอบรำคาญนางเอกนิดๆ แบบคิดขึ้นมาว่า "อะไรของนางวะ" แต่ปมในใจที่ทำให้นางเอกไม่ยอมรับว่าตัวเองกำลังมีความรัก มันสมเหตุสมผล และทำให้เข้าอกเข้าใจได้ประมาณว่า "เออ ถ้าฉันเป็นแก ฉันก็คงกลัวความรักเหมือนกัน" อีกอย่างกนึ่งที่แตกต่างกันคือตัวพระเอก โนอาห์ (The Kissing Booth) ค่อนข้างจะเป็นพระเอกที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายแจ่มใสสุดๆ หมายถึงว่า เขาขี่บิ๊กไบค์ เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ต เขามีสาวๆ ในสต็อคมากมาย เขาเดินไปไหนใครๆ ก็พูดถึง อะไรประมาณนั้น แต่นายปีเตอร์เป็นตัวละครที่เรารู้สึกว่าจับต้องได้มากกว่า รู้สึกว่าเขาก็เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายทั่วๆ ไปเท่านั้นเอง

ในส่วนของ Love Scene ทำได้เขินมากๆ ด้วยความที่ปีเตอร์ก็มีลักษณะเหมือนผู้ชายทั่วไปที่มักจะทำอะไรซื่อตรง รู้สึกแบบไหนก็แสดงออกมาแบบนั้น ฉากสกินชิพ ฉากพูดคุยต่างๆ มันก็เลยดูเรียลมากๆ มีอยู่ 2-3 ฉากที่เราชอบมากๆ

ฉากแรกคือตอนที่พระ-นางตกลงเป็นแฟนปลอมๆ กันเสร็จ ลาร่าจะให้ปีเตอร์เซ็นสัญญาด้วย ด้วยความเป็นผู้หญิงหยุมหยิมประมาณหนึ่งอะนะ ปีเตอร์ก็รู้สึกว่าจะอะไรกันนักกันหนา แค่เป็นแฟนปลอมๆ มันต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ ลาร่าก็เลยพูดขึ้นมาว่า
You may be James Dean at this kind of stuff,
but I've never had a boyfriend. 

อีกฉากหนึ่งคือตอนที่ลาร่าคิดว่าปีเตอร์ไม่ได้ชอบตัวเอง แต่เขายังรักแฟนเก่าอยู่ ระหว่างไปทริปทัศนศึกษากับโรงเรียน เธอก็เลยไม่ยอมนั่งข้างปีเตอร์ ระหว่างทริปก็ไม่ยอมมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ซึ่งทริปนี้เป็นทริปไปสกีรีสอร์ทกับชมรมลาครอสของปีเตอร์ เขาว่ากันว่าผู้หญิงที่จะได้ไปทริปสกีที่ว่าจะต้องเป็นแฟนกับผู้ชายที่อยู่ชมรมนี้เท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือเป็นทริปสวีทนั่นแหละ แต่ยัยนางเอกดันไม่ยอมสวีทด้วย แต่สุดท้ายลาร่าก็ยอมมาคุย (หรือจะเรียกว่าง้อ) กับปีเตอร์ 

ในฉากที่ปีเตอร์กำลังแช่อ่างน้ำร้อนอยู่ (ซึ่งเขาก็ว่ากันมาอีกว่า อ่างน้ำร้อนนี่ผู้ชายเขาเอาไว้แช่กับแฟนกัน) ฉากนั้นปีเตอร์เฉลยว่า จริงๆ เขาก็อยากนั่งข้างเธอนั่นแหละ ไม่ได้อยากนั่งข้างแฟนเก่าเลย เขาถึงกับเตรียมโยเกิร์ตรสที่เธอชอบไว้เป็นของกินเล่นบนรถด้วย ซึ่งโยเกิร์ตที่ลาร่าชอบนี้ มันต้องขับรถไปซื้อที่ร้านขายของเอเชียที่อยู่อีกฟากของเมือง แต่เขาก็ยังขับไปซื้อมาเตรียมไว้ให้
Peter: So if I went all the way across town to get you
something you like, then that means...
Lara: You must really like yogurt?
Peter: You are impossible. 

☂ Time Stamped: 6 April, 2019
SHARE
Written in this book
Movies 2019
Late night, soft couch, snacks and movies.
Writer
bellogelato
Movie Watcher
Genie and stories in his lamp 🧞‍♂️

Comments

AMillionShades
4 months ago
ตลกก ‘You are impossible.’ นางเอกปากแข็งหรือซื่อเนี่ย 555555
Reply