[Shot Fic] Olaf's [SeolA and LudA] [Seolu] -8-

Whenever you fall down, I will hold your hand
That’s right I can’t erase your pains

But I will be by your side and I will cry with you … 


:



:



:





“ไม่ได้” 


น้ำเสียงแข็งๆ ที่มาพร้อมกับสายตาคมกริบซึ่งมองมาหากันอย่างคาดโทษ จุนได้แต่ยิ้มแห้งพลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอรู้สึกแถวนี้อากาศมันดูไม่เพียงพอต่อระบบหายใจอย่างไรไม่รู้ แต่ความเป็นจริงมันเป็นเพราะแรงกดดันที่มีมาจากคุณหมอจอมเฮี้ยบแฟนแม่นางเอกนี่ต่างหาก ไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับอะไรแบบนี้ด้วยทั้งหมดนั่นก็ต้องโทษที่ตัวเองใจอ่อนยอมทำตามคำขอของลูดา ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าคำตอบจากซอลอาจะเป็นอย่างไรคิดแล้วก็ได้แต่นึกโทษตัวเองแถมยังกลับไปตำหนิอะไรแม่นางเอกไม่ได้ด้วย



“อ้อครับ”จุนนึกคำตอบอะไรไม่ออก ได้แต่ขานรับคำปฏิเสธนั่นพร้อมหรุบสายตาหนี



“แม่ตัวแสบนั่นเป็นคนมาขอให้พูดใช่ไหม”คุณหมอเอ่ยถามพร้อมคาดคั้นผู้จัดการส่วนตัวของแม่นางเอกอย่างคาดคั้นแต่ถึงอย่างนั้นซอลอาก็รู้อยู่แล้ว ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็แค่อยากจะแกล้งจุนเท่านั้นเพราะอีกฝ่ายชอบตามใจลูดาไม่เข้าเรื่องถึงปากจะบอกว่าไม่ได้ตามใจก็ตามทว่าสุดท้ายลูดาขออะไรจุนก็ไม่เคยขัด พอกันทั้งแม่นางเอกทั้งผู้จัดการแล้วผลที่ได้ก็คือซอลอานี่แหละที่ต้องปวดหัว



“ไม่ใช่หรอก”



“คิมจุน”พอโดนคุณหมอเรียกชื่อเต็มๆ ก็ได้แต่ยิ้มแห้งแล้งแล้วหันไปมองทางอื่นส่วนซอลอาก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา



“ที่จริงทางท่านประธานก็ถามๆ มาเหมือนกันด้วยไม่ใช่แค่ลูดาอยากทำงานหรอกนะ”ผู้จัดการหนุ่มบอกเสียงอ้อมแอ้มแต่ก็ยังไม่กล้าสู้สายตาคุณหมอเหมือนเดิม



“เหรอคะ”



“ครับ... ใช่ครับ”จุนพยักหน้ารับรัวๆ



“รู้ไหมว่านอกจากเราแล้วก็มีจุนนั่นแหละที่คอยตามใจยายตัวแสบจนเกเรขนาดนี้ แล้วก็เป็นจุนอีกนั่นแหละชอบมากล่าวหาว่าเราตามใจลูดาเกินไป”แม้น้ำเสียงที่อีกฝ่ายเปล่งออกมาจะฟังดูราบเรียบ แต่สายตาของคุณหมอกลับมองผู้จัดการหนุ่มอย่างเย้าแหย่และนั่นยิ่งทำให้จุนรู้สึกอยากจะมุดพาตัวเองหนีไปจากสถานการณ์นี้ ส่วนคุณหมอขี้แกล้งที่เห็นสีหน้านั่นแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ



“ยังไงก็คำตอบเดิมนะคะ หวังว่าจะเข้าใจไหนๆ จุนก็เคลียร์ตารางงานของลูดาว่างแล้วเอาเป็นว่าเราขอให้จุนกลับไปเก็บกระเป๋าของยายตัวแสบให้หน่อยนะคะ เอาเท่าที่จำเป็นก็พอ”ส่งยิ้มบางๆ พร้อมกับลุกจากเก้าอี้ทำงานหยิบเอาเสื้อกราวน์ที่พาดกับพนักเก้าอี้ขึ้นมาสวมใส่เป็นการบอกแก่อีกฝ่ายกลายๆ ว่าได้เวลาต้องกลับไปทำงานแล้ว จุนถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางพยักหน้ารับคำก่อนจะขอตัวกลับเพื่อให้คุณหมอได้ทำงานต่อหลังจากตนเองรบกวนเวลามาสักพัก จังหวะที่กำลังจะเปิดประตูออกจากห้องทำงานก็เหมือนฉุกคิดอะไรได้หันกลับมามองด้วยแววตาสงสัย



“เก็บกระเป๋า ... จะพากันไปไหน”เหมือนซอลอารอให้อีกฝ่ายถามอยู่แล้ว ใบหน้าสวยคลายยิ้มมุมปากแววตาแฝงไปด้วยความซุกซนบางอย่างที่ทำเอาผู้จัดการหนุ่มฉงน



“ลักพาตัวนางเอกของจุนอย่างสงบนะคะ ตอนนี้จุนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแล้วอย่าคิดจะไปบอกอะไรลูดาเชียวนะคะ”คุณหมอฉีกยิ้มที่เหมือนเป็นข้อผูกมัดให้จุนไม่สามารถต่อรองอะไรได้อีก ให้ตายเถอะทำไมเขาจะต้องกลายมาเป็นเครื่องมือให้แม่นางเอกกับคุณหมอตลอดเลยนะ ...



:

:



:



หลับไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวขนาดนี้ จับไปขายชายแดนก็คงไม่รู้ตัว ... 


ซอลอาละสายตาจากภาพท้องถนนเบื้องหน้ามายังร่างเล็กของแม่นางเอกที่เวลานี้กลายเป็นดักแด้ หล่อนขดตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ ลูดาหลับมาตั้งแต่คุณหมอขอให้จุนช่วยอุ้มขึ้นรถมาเมื่อฟ้ายังไม่สางอาจจะเป็นเพราะด้วยฤทธิ์ยาแก้แพ้ที่ให้ทานเมื่อคืนประกอบกับเป็นคนขี้เซาเป็นทุนเดิมคราวนี้ก็เลยหลับลึกกว่าปกติ ขนาดตอนที่จุนอุ้มลงมาจากห้องกระทั่งซอลอาขับรถพาออกมาจากตัวเมืองได้สักระยะแม่นางเอกก็ยังหลับพริ้มไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น



คุณหมออมยิ้มตรงมุมปากขณะเหลือสายตามองไปยังคนรักที่กำลังมีความสุขอยู่ในห้วงนิทรา ระหว่างที่รถวิ่งเรียบไปเรื่อยๆ ตามเส้นทาง อากาศหน้าร้อนของเมืองหลวงเริ่มถูกแทนที่ด้วยไอเย็นจากภูเขา ต้นไม้ และธรรมชาติโดยรอบซึ่งเปลี่ยนอุณหภูมิรอบนอกให้เย็นจนสังเกตเห็นไอน้ำถูกกลั่นเป็นละอองมากระทบกระจกรถ ซอลอาเกรงว่าอากาศเย็นจากแอร์ภายในรถจะทำให้อาการป่วยของลูดากลับมาอีก คุณหมอจึงเอื้อมมือไปปิดแอร์เลือกเปิดกระจกให้ลมธรรมชาติพัดผ่านเข้ามาทำหน้าที่แทน แล้วเพราะลมที่พัดไปกระทบหน้าเข้าทำเอาลูดาลืมตาขึ้นมองเพียงชั่งครู่ด้วยความไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ในความจริงหรือกำลังฝันอยู่กันแน่ ทว่าไม่ถึงนาทีความง่วงที่รุมเร้าก็ดึงให้แม่นางเอกกลับไปหลับสนิทลงอีกครั้งแต่สติวูบสุดท้ายของหล่อนคิดว่าตนเองกำลังฝันอยู่ มันช่างเป็นความฝันที่ดีนักและถ้าเป็นไปได้หล่อนก็ขออยู่ในโลกของความฝันต่อไปนานๆ เพราะมันเป็นฝันที่สวยงามและเต็มไปด้วยความสุข



แต่แม่นางเอกไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำเมื่อครู่ของหล่อนถูกสายตาของคุณหมอบันทึกไว้ทั้งหมด ภาพของลูดาที่สะลึมสะลือผงกศีรษะขึ้นมาคล้ายคนละเมอ ก่อนจะเปลี่ยนกลับไปกอดตุ๊กตาหลับไปอีกรอบนั่นมันทำให้คุณหมอที่ใครต่อใครเข้าใจว่าเป็นเสือยิ้มยากมาตลอด แต่ถ้าเป็นเรื่องของลีลูดาแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะเห็นคุณหมอยิ้มกว้างดังเช่นเดียวกับในเวลานี้ คุณหมอละมือจากพวงมาลัยรถเอื้อมมือข้างหนึ่งไปขยี้กลุ่มผมยุ่งของนางเอกขี้เซาอย่างนึกเอ็นดูในความรู้สึก...



ความรู้สึกเหมือนวันแรกที่ได้เจอกับลีลูดา 


นับจากวันแรกจนถึงวันนี้ซอลอาก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีช่วงเวลาที่ดีแบบนี้ ความรักของซอลอาไม่ได้มีไว้สำหรับใครพร่ำเพรื่อหากได้รักแล้วก็คือรัก มันมีคุณค่ามากพอจะอยู่เหนือกาลเวลาหรือเหตุผลใดๆ ทั้งปวงเพราะฉะนั้นซอลอาเลยไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลอะไรมากตอนที่รู้ว่าหัวใจไม่ใช่ของตัวเองอีกแล้ว ซอลอาไม่รู้ว่าจะเปรียบลูดาให้เป็นอะไรหากให้เป็นดอกไม้ก็ไม่รู้ว่าดอกไหนจะคู่ควรกับหล่อน หรือความจริงแล้วลีลูดาคือท้องฟ้าเป็นท้องฟ้าที่อยู่เหนือดอกไม้ทั้งปวง ท้องฟ้าที่ทรงอิทธิพลเหลือเกินกับหัวใจของเธอ...



หากวันใดที่ท้องฟ้ามัวหมอง โลกของซอลอาก็คงมืดมน

หากวันไหนที่ท้องแจ่มใส โลกของซอลอาคงจะเต็มไปด้วยความสุข
 



ลีลูดาไม่ได้เข้ามาเป็นแค่ส่วนหนึ่งในชีวิตแต่หล่อนจะเป็นทั้งชีวิต เป็นยิ่งกว่าลมหายใจ แล้วซอลอาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้ลูดามีความสุขที่สุด ซอลอาอยากทะนุถนอมลูดาให้มากที่สุดเหมือนอย่างที่ริมฝีปากของเธอกำลังกดจุมพิตลงบนหน้าผากของนางเอกสาวที่ยังคงนอนหลับตาพริ้ม ...



ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของภูเขาหลายลูกที่รายล้อม ไหนจะอากาศสดชื่นยามเช้าทั้งไออุ่นจากแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาค่อนข้างเบาบางเพราะมีทะเลหมอกก่อตัวค่อนข้างจะหนาแน่น แล้วในไม่ช้าก็จะกลั่นตัวลงมาเป็นไอน้ำกระทบยอดหญ้าเขียวชอุ่ม นางเอกสาวที่โดนคุณหมอก่อกวนด้วยจุมพิตก็เริ่มขยุกขยิกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมจมูกได้กลิ่นหอมของดอกไม้บวกกับกลิ่นน้ำหอมที่แสนคุ้นเคยลอยเข้ามากระทบ ความเย็นตามะรรมชาติกระทบผิวนั่นก่อให้เกิดความไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่ ทุกสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาโดยรอบเรียกรอยยิ้มสดใสให้แต่งแต้มขึ้นมาบนใบหน้าจิ้มลิ้มแม้ว่าหล่อนจะยังงงๆ อยู่ก็ตาม



การได้ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ท่ามกลางขุนเขาไหนจะดอกไม้สวยงาม ต้นไม้สีเขียวขจีที่ดูแล้วสบายตาเป็นที่สุดยิ่งไปกว่านั้นมองไปเบื้องหน้าสายตาก็พบเข้ากับลำธารใหญ่ หากมองขึ้นไปข้างบนก็น่าจะเห็นท้องฟ้าสีฟ้าสีสดใสแล้วมีพระอาทิตย์ส่องแสงรำไรๆ ดูอบอุ่น ที่สำคัญมากกว่าอะไรทั้งหมดคือคนข้างๆ ที่เสียสละแขนข้างหนึ่งเป็นหมอนส่วนอีกข้างสำหรับเป็นหมอนให้ตัวคุณหมอเอง ลูดามองคนที่หลับตานอนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มครุ่นคิดถึงที่มาที่ไปเหตุไฉนถึงมาอยู่ที่แห่งนี้ได้และทำไมหล่อนถึงได้หลับลึกไม่รู้เรื่องรู้ราวขนาดนี้กัน พลางหันไปมองรอบๆ ตัวก็พบว่าเราทั้งคู่นอนอยู่บนเสื่อใต้ต้นไม้ใหญ่ไดยินเสียงนกร้องประสานเสียงกันดังมาเป็นระยะ พลางขยับตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อจะได้มองให้ละเอียดกว่านี้ก่อนจะเห็นเจ้าม้าตัวโตกำลังเล็มหญ้าอยู่ไม่ห่าง มันพยักหน้าเร็วๆ จนหล่อนที่เห็นหัวเราะออกมาเบาๆ



“ถ้าถูกจับไปขายจะทำยังไงคะ หลับลึกขนาดนี้ หืม...”ลูดาหันไปหาต้นเสียงก็เห็นคุณหมอยังคงนอนหลับตา แต่ริมฝีปากได้รูปค่อยๆ คลี่ยิ้มบางไม่กี่วินาทีซอลอาก็ลุกขึ้นมาเคียงแถมยังส่งยิ้มล้อแม่นางเอกด้วย



“พี่หมอวางยาหนูแน่ๆ”หล่อนยู่ปากใส่แถมโยนความผิดหนึ่งกระทงไปให้คนที่เลิกคิ้วกวนๆ



“ขี้เซาเองแล้วมาโทษพี่เหรอคะ เด็กดื้อ”เอื้อมมือไปดึงจมูกรั้นอย่างหมั่นเขี้ยว แต่ก็ถูกมือเล็กตีเข้าที่ต้นขา คุณหมอหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งคุณนางเอกที่รัก



“ชอบที่นี่ไหมคะ”



“ชอบค่ะ ที่นี่เป็นสวนสัตว์เปิดเหรอคะ”พอเจอคำตอบนี้เข้าไปก็ทำเอาซอลอาต้องกลั้นขำ แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ไม่คิดว่าแม่นางเอกจะเห็นฟาร์มของเธอเป็นสวนสัตว์เปิดให้ตายเถอะ ..ทำไมน่าเอ็นดูอย่างนี้กันหมั่นเขี้ยวจนอยากจะจับฟัดเสียตรงนี้ ส่วนลูดาพอเห็นคุณหมอหัวเราะขบขันขนาดนั้นก็รู้แล้วว่าตนเองเข้าใจผิดไปทั้งเขินทั้งโมโหอีกฝ่ายกลบเกลื่อน คุณหมอเองก็รับรู้ได้ถึงกระแสนั้นรีบกลั้นเสียงหัวเราะสุดฤทธิ์เพียงไม่ถึงนาทีก็ปรับอารมณ์กลับมาอยู่ในระดับที่ปกติส่งยิ้มน้อยๆ ไปเป็นทัพหน้าง้องอนแม่นางเอกของตน



“ที่นี่เป็นฟาร์มค่ะเพื่อนของคุณพ่อพี่ท่านขายให้ ตอนที่พี่กลับมาแรกๆ ไม่อยากอยู่ที่โซลเท่าไหร่เพราะมันอึดอัด วุ่นวายเลยกะจะลองหาที่ทางนอกเมืองดู พอมาเจอที่นี่ก็ถูกใจเลยตอนนั้นราคาที่ดินสูงลิบเลยค่ะเงินในบัญชีพี่แทบจะเกลี้ยงแต่ก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแล้วหนูชอบไหมคะ”คุณหมอเอียงคอถามยิ้มๆ



“ชอบสิคะ ถามอะไรแปลกๆ”



“เหรอ... ถ้าอย่างนั้นพี่ยกให้เอาไหมคะ”คุณหมอยื่นเสนอให้อย่าใจป้ำ นางเอกสาวตาโตด้วยความตกใจกวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่กว้างขวางล้อมรอบด้วยภูเขาซึ่งหล่อนก็ประเมินไม่ถูกว่าพื้นที่มันมีกี่ไร่กันแน่ทว่าที่แน่ๆ ซอลอาจะยกให้หล่อนจริงๆ อย่างนั้นเหรอ ก็รู้อยู่หรอกว่าฐานะทางบ้านของซอลอาเป็นอย่างไรแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ลูดาสนใจเพราะหล่อนรักคุณหมอไม่ได้รักฐานะหรืออะไรทั้งนั้น



“ไม่เอาหรอกค่ะ เป็นของพี่หมอดีแล้วแค่พาหนูมาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ ก็พอ”



“แต่พี่อยากให้ลูดาจริงๆ นะคะ”คุณหมอทำสีหน้าเว้าวอนขอความเห็นใจ “ถ้าพี่ไม่ให้ลูดาแล้วพี่จะไปให้ใครคะ ก็มีแค่หนูคนเดียว”คราวนี้ส่งสายตาหว่านล้อมให้อีกคนยอมจำนน ลูดาหันรีหันขวางอย่างนึกทำตัวไม่ถูกแล้วกิริยานั่นก็ทำให้คุณหมอหลุดหัวเราะอย่างห้ามไม่อยู่ อันที่จริงซอลอาก็รู้อยู่เต็มอกว่าอย่างไรหล่อนก็คงไม่เอาก็มีแต่เธอนี่แหละที่อยากจะให้จริงๆ แถมไม่พอยังยัดเยียดให้อีกฝ่ายแบบเต็มใจที่สุด



“อวดรวยนักนะ..”นางเอกสาวย่นจมูกใส่ด้วยความหมั่นไส้ คุณหมอทำเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นมองแล้วยิ้ม



“พี่จะอวดทำไม ก็พี่รวยจริงๆ”วงแขนเรียวชองคุณหมอเอื้อมไปโอบกระชับร่างบอบบางเข้ามาไว้แนบกับอก ก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มนุ่มอย่างเอาใจ ส่วนลูดาก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมากับท่าทีไม่เป็นเดือดเป็นร้อนของคนรวยอย่างคุณหมอดูเอาเถอะจะยกที่ดินซึ่งไม่รู้มีอาณาเขตเท่าไหร่ให้กันอย่างไม่สะทกสะท้าน



น่าหมั่นไส้นักนะคุณหมอ... 


“ที่จริงแล้วพี่รวยอย่างเหลือเฟือพอจะเลี้ยงหนูได้ไปตลอดชีวิตเลยล่ะ หนูไม่ต้องทำงานก็มีขนม มีเกมให้เล่นไม่ขาด จะปล่อยตัวจนอ้วนเป็นกระปุกพี่ก็ไม่ว่านะคะ”คุณหมอว่าพลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มเล่น ลูดาพยายามหลบหลีกไม่ให้ซอลอาเล่นแก้มกันได้ง่ายๆ แต่จนแล้วจนรอดลูดาก็ไม่เคยพ้นเงื้อมมือคุณหมอได้สักครั้งเพราะสุดท้ายแล้วแก้มนุ่มของหล่อนก็กลายเป็นของเล่นแสนโปรดของคิมซอลอาจนพอใจนั่นแหละ



“ถ้าอย่างนั้นหนูจะจำไว้ว่าพี่หมอรวยมาก........ กก....”นางเอกคนสวยแกล้งลากเสียงยาวจนยานคาง ก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้หันมามองคุณหมอด้วยตาเป็นประกาย



“ถ้าอย่างนั้นพี่หมอซื้ออัลปาก้ามาเลี้ยงที่นี่สิคะ หนูอยากได้”



“ได้แน่นอนอยู่แล้วค่ะ อะไรบนโลกใบนี้ถ้าหนูอยากได้พี่จะหามาให้ในข้อแม้ที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงพี่นะคะ”ลูดาเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบ แววตาที่ทอดมองกันอยู่นั้นชัดเจนด้วยความรู้สึกที่เรียกว่ารักอย่างสุดหัวใจ วันแรกที่รู้จักซอลอาเคยเอ็นดูอีกฝ่ายอย่างไรวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แต่มันมีประกายบางอย่างจากแววตาของคุณหมอที่ทำให้ลูดารู้ได้ในทันทีพร้อมกับที่ซอลอายกยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่ถึงนาทีลูดาก็ถูกฉุดให้ยืนขึ้นด้วยเรี่ยวแรงที่มากกว่าก่อนจะถูกจับจูงมือจากคนที่เดินอยู่ข้างหน้าด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ เป้าหมายก็คือบ้านพักภายในฟาร์มซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเดิมนัก



หากเปรียบตัวเองในตอนนี้ลูดาคงเป็นลูกแกะที่กำลังจะถูกราชสีห์ขย้ำเป็นแน่แท้... 


:

:



:

มันยังคงเป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินนักแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น ทว่าความประหม่าก็ตีขึ้นมาปกคลุมหัวใจของนางเอกสาวยามเมื่อคุณหมอใช้ปลายนิ้วสะอาดแตะไล้บนเปลือกตา ไล่เรื่อยลงมาถึงสองแก้มไกล่เกลี่ยผะแผ่วบนริมฝีปากชมพูหวานระเรื่อ ค่อยโน้มใบหน้าเข้าไปหาปล่อยให้ลมหายใจอุ่นปัดผ่านคอเลื่อนขึ้นมาเอ่ยอะไรบางอย่างที่ข้างหูซึ่งเวลานี้ลูดาแทบไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น หูของหล่อนมันอื้อไปเสียหมดก่อนจะต้องเบิกตากว้างยามเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มที่ประทับลงบนริมฝีปากของหล่อน ความรู้สึกวูบโหวงที่คุ้นเคยก่อเกิดขึ้นอีกคราไร้ซึ่งแรงต้านทานใดๆ ต้องโอนอ่อนผ่อนตามยิ่งริมฝีปากที่เคยขบแน่นก็ต้องขยับออกจากกันเมื่ออีกฝ่ายจงใจรุกรานอย่างละม่อม เสียงอู้อี้ที่เตรียมจะต่อว่าคนลุแก่อำนาจก็ถูกกลืนเก็บด้วยความรู้สึกหวานล้ำจากปลายลิ้นที่สอดไล้เข้ามาสำรวจของผู้รุกราน ความนุ่มของริมฝีปากจิ้มลิ้มมันช่างเย้ายวนหวานละมุนในทุกสิ่งที่เป็นลีลูดากำลังปั่นป่วนคนเป็นหมออย่างบ้าคลั่ง มือเล็กปัดป่ายไปทั่วกระทั่งมาจบที่แผ่นหลังของคุณหมอ



“พี่.. พี่หมอคะ”เสียงแผ่วหอบหายใจถี่ๆ เอ่ยออกมาไม่ดังนักแต่ก็พูดอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายก็ก้มลงมาทาบริมฝีปากแนบจนสนิทอย่างไม่ยอมผ่อนปรน อีกครั้ง... และอีกครั้ง ก่อนจะถอนจุมพิตอย่างเชื่องช้ามองดวงหน้าใสที่กอบกุมหัวใจทั้งดวงของซอลอาไว้ แก้มแดงระเรื่อนั่นมันช่างน่ารักนักอดใจไม่ไหวต้องโน้มลงไปหอมฟอดใหญ่ทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน ..



“พี่จะไม่ทนอีกแล้วนะคะ รู้ไหมว่าใจพี่มันเฉามากแค่ไหน หนูจะต้องรับผิดชอบ”แววตาคมที่ซ่อนความทะเล้นเอาไว้แต่ทว่าก็แฝงด้วยความหมายลึกซึ้งเปิดเผยความต้องการทั้งหมดที่มีให้หล่อนได้รับรู้ โดยไม่ทันที่หล่อนจะได้ตั้งตัวความรู้สึกเหมือนลอยวูบขึ้นไปในอากาศ ทำให้หล่อนร้องออกมาด้วยความตกใจทว่ายังช้ากว่าคุณหมอปากไวที่กดปากตัวเองลงมาหยุดเสียงนั้น ลูดารู้ตัวอีกทีหล่อนก็นอนอยู่บนเตียงนุ่มตามด้วยร่างเพรียวของคุณหมอทาบลงมา



“พี่หมอบ้า!”



“บ้ารักหนูคนเดียวค่ะ”เสียงกระซิบหวานข้างหูอย่างคนอารมณ์ดี ทว่ากลับทำให้คนได้ยินรู้สึกปั่นป่วนวูบโหวงราวกับว่ามีผีเสื้อนับร้อยนับพันบินวนอยู่ในท้องหาทางปะทุขึ้นมา



“รอมาตั้งนานไม่รู้ว่าแรงหมดไปรึยังนะคะ”เพราะไม่อยากตกเป็นรองคุณหมอมากนักก็เลยพูดอะไรแบบนั้นออกไปอย่างอยากเอาชนะแต่พอรู้ตัวก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง



“ถ้าอย่างนั้นต้องพิสูจน์แล้วค่ะ”คุณหมอกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์



เวลานี้หล่อนรู้สึกว่าหัวใจกำลังเต้นผิดจังหวะอย่างที่รู้สาเหตุว่ามาจากเหตุกลใด ยามลมหายใจร้อนเป่ารดข้างหูลิ้นร้อนไล้เล็มเกี่ยวเก็บกำไรจากริมฝีปากจิ้มลิ้มจนพึงพอใจก็ยอมผละออกจากปากหวานๆ ลมหายใจของนางเอกต้องสะดุดยามเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดลากเรื่อยลงมาซุกไซร้ซอกคอระหงไล่ลงสำรวจพื้นที่ทุกตารางนิ้ว พลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายนิ้วเคลื่อนเข้าแตะยอดบนเนินอกสวยทั้งหมดช่างสั่นสะท้านให้วาบหวามแม้จะยังมีอาภรณ์ติดกายครบทุกชิ้น แต่นั่นก็เพียงแค่ชั่ววูบเดียวหล่อนไม่รู้เลยกระดุมชุดกระโปรงสีหวานทุกเม็ดถูกแกะออกไปเรียบร้อยแล้วกระทั่งผิวกายละเอียดต้องกับความเย็นจากอากาศนั่นแหละที่ทำให้นางเอกสาวรู้ตัว



“พี่หมอ... ซอลอา”



มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนแน่นยามริมฝีปากอุ่นก้มลงจุมพิตเหนือส่วนอ่อนไหว เวลานี้ลูดาไม่มีสติหรือเรี่ยวแรงอะไรจะไปต่อปากต่อคำใดๆ กับคุณหมอได้อีกต่อไป ทั้งเสียงกระซิบพร่ำบอกรักต่อหล่อนไหนจะริมฝีปากร้อนที่ก้มลงไปครอบครองความอ่อนนุ่มทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน ทุกอย่างมันกำเนินไปด้วยความชำนิชำนาญขับเคลื่อนด้วยความหลงใหลที่มีต่อกันและกัน ตะขอบราเซียสีอ่อนถูกปลดออกเผยให้เห็นความนุ่มนิ่มชัดเจน



“ลูดาของพี่ น่ารักที่สุดเลยค่ะ”จูบซับบนหน้าผากเนียนราวกับต้องการปลอบโยนอีกฝ่าย แต่กระนั้นก็เหมือนกลั่นแกล้งอีกฝ่าย ด้วยการครอบครองทั้งหนักทั้งเบาด้วยความนุ่มนวลจากริมฝีปากทั้งฝ่ามืออุ่นคลอคลึงหยอกเย้าไม่ยอมห่างจนลูดาห่อไหล่เข้าหากันเม้มริมฝีปากแน่นจนซีด พยายามบังคับตัวเองไม่ให้มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาให้คุณหมอได้ใจไปมากมายกว่านี้ ทว่าก็ยังหลุดเสียงเรียกชื่ออีดฝ่ายแผ่วๆ เมื่อมือที่คอยช่วยเหลือคนกำลังสร้างความหวามไหวอย่างเชื่องช้าลากเรื่อยลงมาแล้วสอดผ่านกางเกงชั้นในไปยังสะโพกขาวครอบครองในทุกสัดส่วน ลูดาหายใจหอบถี่ต่อให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมากี่ครั้งหล่อนก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งไป หล่อนแทบหยุดหายใจยามเมื่อปลายนิ้วเรียวขยับมาหยุดลงตรงพื้นที่ที่ไม่เคยมีใครย่างกรายเข้ามาแตะต้องยกเว้นคิมซอลอาแค่คนเดียวเท่านั้นที่หล่อนยินยอมทุกอย่าง



“พี่รักลูดานะคะ”คุณหมอกระซิบบอกเสียงหวาน แววตาที่มองกันยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นดังเดิม



“อื้อ... รัก รักเหมือนกัน..ค่ะ”พอบอกรักกันเสร็จยายตัวแสบของคุณหมอก็หรุบสายตาหนีกันให้วุ่น ซอลอายกยิ้มมุมปากอย่างนึกเอ็นดูคนหน้าแดงจัด ก่อนจะกำหราบอีกฝ่ายด้วยการจุมพิตบนหน้าผากในเชิงปลอบประโลมแล้วแนบริมฝีปากลงมทาบทับจนสนิทอีกครั้ง ขอบชั้นในสีอ่อนถูกดึงออกไปอย่างง่ายดายด้วยมือข้างเดียวพร้อมกันปลายนิ้วเรียวค่อยๆ แทรกเข้าไปภายในกลีบกุหลาบหวานล้ำ ...



ทุกอย่างระหว่างเราดำเนินอย่างสอดคล้อง ถักทอด้วยความเร่าร้อนในบทรักและหลงใหลซึ่งกันและกันอย่างที่คนภายนอกไม่อาจรับรู้หรือเข้าใจได้เท่า ...


:

:

to be con.

- มาต่อแล้วนะคะ
- ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน แล้วเจอกันใหม่ค่ะ
- ตอนนี้จริงๆ แต่งออกทะเลให้จากพล็อตหลักค่ะ
- 2 ตอนข้างหน้าก็คือจบแล้ว

#พี่หมอของลูดา 
SHARE
Writer
PastelSecret
Cat's slave
เป็นคนชี้ชิปค่ะ YoonSic Seulrene JoyDy EunBo XiWoo 2kyung ที่เหลือก็แล้วแต่กำลังและศรัทธา SNSD / RVV / PRISTIN / WJSN

Comments

Zwtsrr
4 months ago
งื้ออออ หลงพิหมอ พิหมออบอุ่นมากๆๆๆๆ ละมุนสุดดดดดดด //ใกล้จบล้าว ติดตามนะคะ สู้ๆค่าไรท์ เขียนละมุนมากค่ะหลงตัวละครพิหมอเอ็นดูวคุณนางเอก
Reply
ottopao1616
1 month ago
อ่านแล้วอ่านอีก รอพิหมอกับแม่นางเอกอยู่นะเคิ้บบบบบ
เป็นซอลลูที่ละมุนมั่กๆ เขินแก้มแตกแล้วววววว ><
Reply
ottopao1616
1 month ago
อ่านแล้วอ่านอีก รอพิหมอกับแม่นางเอกอยู่นะเคิ้บบบบบ
เป็นซอลลูที่ละมุนมั่กๆ เขินแก้มแตกแล้วววววว ><
Reply