กลิ่นฝน



“ฝนกำลังจะตก”
“เธอรู้ได้ยังไง” เขาหันมาถามฉันพลางเงยหน้าจ้องแดดบ่าย ฉันอมยิ้ม แสงอุ่นที่ตกกระทบสร้างเงาให้รูปหน้าเขาสวยงามยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
“กลิ่นฝนน่ะ” ฉันตอบ อีกฝ่ายขมวดคิ้วแล้วหลับตา ยื่นจมูกขึ้นสูดอากาศเสียงฟืดฟาด
“ไม่เห็นได้กลิ่นอย่างที่เธอว่า” เขาบ่นแต่ก็ยังพยายามดมไปรอบ ๆ จนฉันอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“มันคือกลิ่นก่อนที่ฝนจะตก” ฉันหันไปบอก ก้าวนำเขาไปตามทางเดินร้างผู้คน สวนสาธารณะตอนกลางวันโหวงเหวงเสียจนฉันได้ยินเสียงฝูงนก เสียงลม เสียงฝีเท้าของเราทั้งคู่ หรือแม้แต่เสียงในหัวของฉันที่สั่งให้ฉันก้าวเท้าช้าลงแม้รู้ว่าฝนกำลังจะตก
“แล้วเธอจะแน่ใจได้ยังไงว่ากลิ่นฝนอะไรนั่นของเธอจะทำให้ฝนจะตกจริง ๆ” เขาถาม
“เพราะทุกครั้งที่ฉันได้กลิ่นนี้ฝนจะตกจริง ๆ น่ะสิ” ฉันเถียง หยุดเดินอย่างกะทันหันและนิ่งไปครู่ใหญ่จนเขาแปลกใจ ฉันหลับตา เม้มปาก สูดความชื้นเข้าปอดไปเฮือกใหญ่ เหมือนทุกครั้ง ฉันรู้ว่าฝนกำลังตก ไม่ใช่จากบนฟ้าแต่จากในตาของฉัน
แต่ครั้งนี้ฉันไม่อยากให้ฝนตก ไม่ว่าจากที่ใดก็ตาม

ฉันรู้ทุกครั้งว่าฝนกำลังจะตก เหมือนกับที่รู้ว่าพ่อจุดธูปไหว้เจ้าอยู่ชั้นล่าง แม่ทำข้าวไข่เจียวอยู่ในครัว เพื่อนหลังห้องแอบสูบบุหรี่ที่ระเบียง หรือสระว่ายน้ำของโรงเรียนเพิ่งเติมคลอรีน ผ่านอากาศ สิ่งที่เกิดขึ้นถูกรับรู้โดยฉัน เหมือนกันกับตอนที่ฉันรู้ว่าถูกเพื่อนห้องข้าง ๆ จับกลุ่มนินทาฉัน น้องชายกำลังจะเป็นโรคซึมเศร้า พ่อกับแม่กำลังจะหย่ากัน หรือพ่อกำลังจะเป็นมะเร็งปอดหลังจากสูบบุหรี่มาสิบปี ฉันรู้ว่าเหตุการณ์จะมีกลิ่นบอกก่อนเสมอ มันถูกรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าหรือมากกว่า กระทำอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนการหายใจ

หยดน้ำเย็นเฉียบกระทบใบหน้าฉัน ไหลไปตามแก้มก่อนจะหยดลงพื้น
แปะ แปะ แปะ – ฝนปรอยประสานกับพื้นยางมะตอย ฉันยืนนิ่ง ปล่อยให้เขาลุกลี้ลุกลนหยิบร่มออกมากางให้เราทั้งคู่ เราเดินฝ่าสนามหญ้าไปหลบฝนที่ศาลาไม้สีขาว ฝนเทลงมาทันทีที่เรานั่งลงบนไม้เก่า ๆ นั่น เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับฉันแต่โชคดีที่เสียงน้ำข้างนอกกลบบทนทนาของเราเสียหมด เราสองคนทำได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้น ในที่แห้งใจกลางพายุ ล้อมรอบด้วยกลิ่นเขียวของหญ้าและกลิ่นอับของไม้ผุ

ฝนตกวันแรกที่เราเจอกัน เหมือนทุกครั้งที่ฉันได้กลิ่นฝน ฉันรู้ว่าเขาจะเข้ามา ความชื้นในอากาศบอกฉันถึงสิ่งที่กำลังจะเกิด เหมือนกลิ่นธูปที่พ่อจุดอยู่ชั้นล่าง ฉันรู้ว่าใต้รอยยิ้มของเขาพ่อฉันคงกำลังไหว้เจ้าขอพรให้ฉันห่างจากเขาซะ เหมือนกลิ่นของไข่เกรียม ๆ ที่ลอยมา ฉันรู้ถึงใต้คำพูดลื่นหูของเขา แต่ก็นั่นแหละ เหมือนกับกลิ่นฝน ฉันรู้ว่ายังไงฝนก็จะตก และฉันต้องตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับฝนนี่

ถ้าคุณรู้ว่าฝนกำลังจะตกคุณจะยังออกไปเดินเล่นกลางสวนหรือเปล่า คุณรู้ว่าพายุสีหม่นกำลังจะกลืนท้องฟ้าในอีกไม่นาน มันจะเปลี่ยนภาพสีสดของดอกไม้ให้กลายเป็นขาวดำ แต่ภาพทิวทัศน์ตรงหน้าของคุณตอนนี้มันช่างสวยงาม ทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา มีดอกไม้ ผีเสื้อ พันธุ์ไม้ทุกอย่างเท่าที่คุณจะนึกออก เพียงแค่เห็นมันจมูกของคุณก็ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม มันหวานลงไปจนถึงลิ้นเเละนุ่มจนคุณแทบสัมผัสมันได้
ฉันตัดสินใจกระโจนออกไปในทุ่งกว้าง

แปะ แปะ แปะ – เสียงฝนเริ่มซา ท้องฟ้าสีขาวดำค่อย ๆ กลับไปเป็นฟ้าอ่อนอีกครั้ง แต่ในสวนของฉันมันคือเสียงฝนปรอย ฟ้ามืดครึ้มเริ่มครอบคลุมทั่วลานดอกไม้ เป็นเวลานานแล้วที่ฉันวิ่งเล่นในที่แห่งนี้ รู้ตัวว่าพายุกำลังจะมาถึง
“เรามีเรื่องอยากคุยด้วย” เขาพูด ฉันหันไปมองเขา จ้องลึกไปในตาขี้เล่นคู่นั้นและยิ้มตอบมัน
“ไม่ต้องหรอก รู้อยู่แล้วแหละ” ฉันตอบ เขามองฉันด้วยความสงสัยแต่ฉันรู้ว่านัยน์ตาของฉันจะตอบคำถามในหัวของเขาได้ เขานิ่งไปสักพักก่อนจะมองฉันด้วยสีหน้าราวสำนึกผิด
“เธอรู้ได้ยังไง”
“ไม่รู้สิ ก็คงเหมือนที่รู้ว่าฝนกำลังจะตกละมั้ง” ฉันตอบยิ้ม ๆ
“ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็คงวันแรก… วันที่ฝนตก”

ในทุกที่ ฝนตกลงมาห่าใหญ่






















SHARE
Written in this book
บทกวีของอินเทอร์เน็ต
บนอินเทอร์เน็ต ฉันหวังว่าเรื่องของฉันจะเป็นบทกวี
Writer
Tarr
นักเขียนคนโปรดของคุณ
เหมือนกับคุณ, เกิดและเติบโตบนอินเทอร์เน็ต - และพยายามจะเป็นศิลปะ * Pls leave any kind of comment

Comments