ต้นไม้ 1,000 ปี
ในอดีตกาลสมัยที่ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตจอมบ่อนทำลายอย่างมนุษย์


บนโลกใบนี้มีอยู่แค่
สามอย่างกับอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตเท่านั้น 
น้ำ พื้นดิน อากาศ และต้นไม้ 

โลกใช้ทั้งสามอย่างที่มี เป็นหลักให้กับต้นไม้ 

แม้ว่าในช่วงแรกๆต้นไม้จะยังไม่ได้มีรากฐานที่มั่นคงขนาดนี้ 

ช่วงแรกๆเขากำเนิดมาจาก ไซยาโนแบคทีเรีย จากนั้นมาเป็นสาหร่าย วิวัฒนาการเรื่อยมาจนสามารถเจริญเติบโตบนบก ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะกลายเป็นต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านใบต้นแรก พืชตระกูลเฟิร์น มาถึงตรงนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด

เฟิร์นมีระบบรากที่ไม่ค่อยมั่นคง ไร้ซึ่งรากแก้ว การวิวัฒนาการมีเรื่อยมาสลับซับซ้อนกว่าจะกลายเป็นต้นไม้ต้นใหญ่ที่มีอายุยืนให้มนุษย์จอมบ่อนทำลายได้เห็นและศึกษาอย่างทุกวันนี้

จะเห็นว่ากว่าจะมีต้นไม้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย 

โลกผู้เป็นเจ้าของต้นไม้ เขามีแค่สามอย่าง ดิน น้ำ อากาศ เขาดูแลต้นไม้ได้อย่างไร ?

...เมื่อเราจะดูแลใครสักคน 
เราก็ต้องใช้ทุกอย่างที่มีถูกไหม ?
อย่างแรกโลกต้องใช้ดินเป็นรากฐานที่มั่นคง ความมั่นคงของโลกนั้นทำให้ต้นไม้ไว้วางใจยอมที่จะหยั่งรากลงไปที่ผืนดิน รากแก้วที่แทรกตัวลึกนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้นไม้ไว้วางใจโลกขนาดไหน 

ผืนดินนอกจากให้ต้นไม้ยึดไว้แล้วยังเป็นที่ให้อาหารกับต้นไม้ด้วย ทั้งสองที่เริ่มต้นผูกสัมพันธ์กัน เป็นฝ่ายดินเองที่อยากจะป้อนอาหารให้กับต้นไม้ 

รวบรวมแร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในการเจริญเติบโต พูดคำว่าอ้ามมมม กับต้นไม้ แต่อย่าคิดว่าต้นไม้จะยอมง่ายขนาดนั้น

ผืนดินไม่สามารถป้อนอาหารให้กับต้นไม้ได้หากขาดซึ่งวิธีการเอาใจ ต้นไม้ไม่ยอมรับแร่ธาตุเข้าไปง่ายๆแน่ถ้าขาดน้ำ

ฉะนั้นโลกใช้วิธีเอาใจต้นไม้ด้วยการให้กำเนิดฝน

ให้น้ำจากฝนชุ่มช่ำไปทั้งผืนดิน 
เมื่อต้นไม้พอใจในดินที่มีความชุ่มชื้นให้กับตนเองแล้ว ก็ยอมดูดซับแร่ธาตุที่ดินหามาให้ 

อาหารและแร่ธาตุที่อยู่ในต้นไม้นั้นถูกนำมาใช้ในลำต้นโดยต้องพึ่งกระบวนการสังเคราะห์แสง 

แสงไม่ได้เป็นของโลก
แสงมาจากดวงอาทิตย์ 
เปรียบเสมือนสิ่งเร้าภายนอกที่มากระทบต้นไม้ บางครั้งมันก็ร้อนแรงเสียจนต้นไม้แห้งเหี่ยว แต่ถึงอย่างนั้นทุกสิ่งก็ต้องพบเจอกับสิ่งเร้าภายนอก จึงเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องยอมรับให้มันมีบทบาทกับเรา

ต้นไม้รับแสงภายนอก เธอพบเจอกับความเครียดและแรงกดดัน เธอมีดินที่อยู่ข้างๆแล้ว เธอต้องการความสบายใจ นั้นจึงทำให้โลกนำอากาศมาให้กับเธอ 

อากาศเย็นสบายคือความสบายใจที่โลกมอบให้ ไม่ว่าเธอจะเจอแดดหรือเรื่องราวจากภายนอกที่ร้ายแรงขนาดไหน เธอจะมีความสบายใจจากโลกในทุกครั้งที่พบเจอปัญหา

ค่ำคืนที่แสงแดดจากไป

เธอจะมีเขาอยู่โลกใช้อากาศสร้างความสบายใจให้กับต้นไม้ได้ 


พื้นดิน น้ำ อากาศ ทุกสิ่งที่โลกมีทุ่มเทให้กับต้นไม้เพื่อให้ต้นไม้ที่รักนั้นเติบโตอย่างงดงาม

สิ่งที่ยากที่สุดก็คงเป็นช่วงเริ่มต้นนั้นแหละ 
ต้นไม้ที่รากยังฝังตัวได้ไม่ลึกมากพอ โลกต้องยึดเธอไว้ด้วยแรงดึงดูด

แรงดึงดูดเปรียบเสมือนเสน่หาที่ผูกต้นไม้ไว้กับผืนดิน 

อยู่ตรงนี้ก่อนนะ
อยู่กับฉันก่อน
ฉันจะทำให้เธอไว้ใจ

โปรดไว้ใจและสร้างรากฐานที่มั่นคงกับฉัน

พอต้นไม้เริ่มวางรากฐานแล้ว
ต่อให้วันหนึ่งโลกหมดเสน่ห์ไป โลกไร้ซึ่งแรงดึงดูดแล้ว 

แต่ต้นไม้ก็จะไม่หลุดลอยไปในอวกาศ เพราะรากไม้ที่สร้างฐานลงบนความมั่นคง จะไม่ปล่อยกันไปง่ายๆ


จะเห็นได้ว่ากว่าต้นไม้จะโตนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ฉะนั้นเมื่อมีรัก
เมื่อรักเริ่มก่อตัวแล้วจงรักษา ดื้อดึงและฝืนใจอดทนกันหน่อย 

รออีกนิดรากก็แข็งแรง อย่าเพิ่งถอดใจ อย่าเพิ่งถอยหนี มีปัญหาก็ง้อเขาหน่อย 


โลกเองก็มีความรู้สึก
แม็กม่าที่ไหลอยู่ภายในตัวนั้น บางทีก็เกิดประทุขึ้นมาผ่านปล่องภูเขาไฟ ความเกรียวกราวนั้นทำให้เกิดแผ่นดินไหว แต่ถึงอย่างนั้น ต้นไม้ที่สร้างรากฐานอย่างดีแล้ว ก็จะไม่ทิ้งโลกไป แม้จะมีไหวเอนและสั่นคลอนไปตามแรงสั่นสะเทือน

แต่สุดท้ายเธอที่ผูกพันกันย่อมรู้ดีว่าไม่นานโลกก็กลับมาสงบและเราจะใช้ชีวิตร่วมกันตามเดิม

ความสัมพันธ์ 
ความรู้สึกรักสร้างมาไม่ใช่ง่ายๆเลย เจอปัญหาก็ลองหันหน้าเข้ากันดู

ถ้าอยากจะอยู่ในความสัมพันธ์นั้นนานๆ อยากจะอยู่กับโลกนี้ให้นานเท่านานตราบชั่วอายุขัย 

อยากมีความรักที่ยั่งยืนจงเรียนรู้และอย่างทิ้งมันง่ายๆเมื่อคุณไม่พอใจจากแดด หรือไม่พอใจกับการสั่นไหวของโลก

จงเติบโตเคียงข้างกันและกลายเป็น 
ต้นไม้ 1,000 ปี

ปล. เรื่องนี้ผมไม่ได้เขียนให้ตัวเอง ผมเขียนให้กับทุกคนที่มีรัก และทุกคนที่มีปัญหาบ้างในความสัมพันธ์ ถึงจะเขียนออกมางงๆนิดหน่อย

แต่ได้โปรดรู้ไว้ว่า ปรารถนาดี ไม่มีเจตนาแฝงและไม่หวังสิ่งใด 


ทุกรักมีปัญหาหมด 
ทะเลาะกันนิดหน่อยจำไว้ว่าอย่าปล่อยมือ
ถ้าจะมีรักที่ยาวนานการมีปัญหากันเป็นเรื่องปกติ และมันจะพิสูจน์คำว่า
รักแท้ที่แท้จริง
ของพวกคุณเอง ขอบคุณ




SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน

Comments