Little Things
หลายครั้งที่บอกกับตัวเองว่า 

เอาหละ ต่อไปนี้ฉันจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ฉันก็มักจะเกิดอาการเดจาวู คล้ายกับว่าเคยเกิดความมุ่งมั่นเช่นนี้ขึ้นแล้วในอดีต ชวนให้สงสัยว่า แล้วตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ฉันถึงได้หลงลืมความตั้งใจดีๆ เช่นนี้ไป ถ้าให้เดาก็คงหนีไม่พ้นปัญหาการเรียน การงาน ไม่ก็ความรัก มีอยู่แค่นี้เองชีวิต

จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจครั้งนี้ น่าจะเกิดจากการเขียนบันทึกตอนล่าสุด ที่พอมาอ่านทวนแล้วก็รู้สึกว่าทำไมเป็นคนงี่เง่างอแงอะไรอย่างนี้นะเรา

ประกอบกับเวลาได้พูดคุยกับคนรอบตัว ทั้งในแชทและต่อหน้า เมื่อไหร่ที่ฉันทอดถอนใจกับปัญหาความรัก พวกเขาก็จะเป็นห่วงเป็นใย ถามไถ่ มีท่าทีเหมือนพร้อมจะช่วยเหลือฉันทุกอย่างขอเพียงออกปาก ฉันก็เลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ควรแล้วเหรอที่จะต้องให้คนมากมายมาห่วงใยฉัน กับปัญหาเล็กๆ แค่นี้ ช่างเสียเวลาเหลือเกิน

แล้วที่กังวลเรื่องการเขียนนิยาย ถึงฉันจะไม่รู้ว่าการมีคนรัก (ที่รักกัน) ให้ความรู้สึกแบบไหน แต่คนอ่านเขาก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ทั้งที่พวกเขาหลายคนก็ผ่านการมีแฟนกันมา นั่นก็แปลว่าที่เขียนไปก็คงไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่ ฉันไม่เห็นจำเป็นจะต้องเก็บมาคิดมากเลย

หลายครั้งที่ฉันเข้ามาเขียนบันทึก ก็เพราะมีความทุกข์ แต่วันนี้ฉันมีความสุข ก็เลยอยากจะลองเข้ามาเขียนดูว่าตัวเองจะบันทึกอะไรเก็บไว้

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันทำเล็บเจลหละ ตอนช่างตะไบเล็บนี่เสียวฟันจังเลย ทำเสร็จก็ยังแสบผิวที่เหนือโคนเล็บอยู่ แค่นึกถึงก็มือเหงื่อออกแล้ว ต้องเพิ่มลิสต์เข้าไปว่านอกจากกลัวโดนกระดาษบาดมากๆ แล้ว ฉันกลัวการถูกตะไบหน้าเล็บเพิ่มอีกอย่าง TT

ฉันชอบเล็บสีชมพูของตัวเอง เวลาจับโทรศัพท์มือถือที่เคสเป็นสีชมพูด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกว่ามันน่ารักเป็นพิเศษ ฉันน่ะแอบชอบสีชมพูมาตั้งแต่เด็ก แต่แทบไม่มีเสื้อผ้าและของใช้สีชมพูเลยเพราะคิดว่ามันไม่เหมาะกับคนไม่น่ารักอย่างฉัน ตอนนี้ฉันกล้าใช้ของสีชมพูมากขึ้นแล้ว ฉันคิดว่าฉันก็น่ารักเหมือนกันนะในบางที

วันนี้ตอนทานอาหารเที่ยงฉันคุยโทรศัพท์ตั้งแต่ยังไม่เข้าร้านจนทานเสร็จเลยหละ เพราะมีเพื่อนคนหนึ่งต้องการความช่วยเหลือ เธอบอกว่าฉันเป็น 1 ใน 3 คนในชีวิตของเธอ ที่เธอกล้าเล่าปัญหาที่อ่อนไหวให้ฟังและร้องไห้ด้วยได้ ฟังแล้วดีใจจัง ฉันก็รักเธอมาก หวังว่าเราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆ เลยนะ อยากให้เธอผ่านช่วงเวลาที่หนักหนานี้ไปได้ไวๆ จัง ถ้ามีโอกาสก็อยากพูดให้ฟังอีกครั้งว่าฉันภูมิใจในตัวเธอมากเลย แต่วันนี้ไม่ได้พูดคำนี้ออกไปเพราะเพิ่งมานึกได้ทีหลัง แต่เธอบอกว่าเธอเชื่อว่าฉันรักเธอจริงๆ ฟังแล้วก็เบาใจ

เมื่อเย็นก็ได้ทำงานไปเยอะพอสมควรตอนนั่งรอเวลานัดอยู่ที่ร้านกาแฟ ฉันว่าฉันก็ไม่ใช่พนักงานที่ดีเท่าไหร่ เมื่อวานยังจำเดดไลน์ผิดอยู่เลย แต่หัวหน้าของฉันน่ะชอบชื่นชมและให้กำลังใจพนักงานเอามากๆ แถมเมื่อวานยังทิ้งข้อความไว้ด้วยว่า

‘You have been doing such a great job. I will arrange for a pay rise this month in appreciation.’

ฉันรู้สึกตกใจมากกว่าดีใจ เพราะคิดอยู่ตลอดว่าแค่ไม่โดนไล่ออกก็เป็นพระคุณมากแล้ว แต่พอได้คำชมกับรางวัลตอบแทน มันก็ยิ่งทำให้มีกำลังใจจะทำงานมากขึ้นไปอีก รู้สึกเป็นคนสำคัญขึ้นมา ทั้งที่ฉันทำงานเพียงแค่ครึ่งตำแหน่งแท้ๆ

เมื่อถึงเวลานัดทานอาหารเย็น ฉันกับน้องที่สนิทกันอีก 2 คนก็นั่งคุยเล่นกันอยู่นานกว่าจะลุกไปเดินหาร้านอาหาร เสร็จแล้วน้องๆ ก็มาช่วยฉันเดินเลือกซื้อของ ก็ดูของไปพูดคุยหยอกล้อกันไป ขำจนเมื่อยแก้มไปหมด ฉันดีใจมากเลยที่น้องคนหนึ่งได้ทำงานในกรุงเทพฯ เลยไม่ต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด ไม่งั้นเราคงนัดเจอกันยากกว่าเดิม

ถึงฉันจะไม่ค่อยชอบกรุงเทพฯ เท่าไหร่ แต่ฉันจะพยายามใช้ชีวิตที่นี่อย่างมีความสุขจนกว่าจะเรียนจบนะ หากหลังเรียนจบ ฉันได้ทำงานแปลต่อไป ฉันอาจจะย้ายไปอยู่ที่อื่นสักพักก็ได้ เพราะไม่ต้องเข้าออฟฟิศอยู่แล้ว ถึงวันนั้นค่อยว่ากันอีกที

การคุยโทรศัพท์กับเพื่อนในวันนี้ ย้ำเตือนให้ฉันรู้ว่าฉันรักตัวเองมากแค่ไหน เพื่อนที่น่าภูมิใจของฉันเธอเอาแต่ตำหนิและเกลียดชังตัวเอง นั่นทำให้ฉันนึกถึงตัวเองช่วงก่อนหน้านี้สัก 3 ปีที่เอาแต่คิดเบื่อโลก เบื่อชีวิต และทำตัวเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา

ต่อให้เจออะไรร้ายแรงแค่ไหน ถ้าเรารักและปรารถนาดีต่อตัวเอง ฉันว่านั่นก็ช่วยให้ใจของเราสมานบาดแผลได้ไวขึ้นกว่าเดิมเยอะแล้วหละ 

บางคนอาจจะต้องการใครสักคนที่มาปลอบโยน รับฟัง ต้องการไหล่ไว้ซับน้ำตา แต่ถ้าตอนนั้นมันไม่มีใครจริงๆ อย่างน้อยถ้ามีตัวเองที่รักและหวังดี คอยมองดูภาพสะท้อนในกระจกที่เติบโตขึ้นไปในทุกวัน มันก็คงจะดีนะ

ฉันสงสัยจังเลย ว่าจะช่วยให้เพื่อนของฉันรู้สึกดีต่อตัวเองมากขึ้นได้ยังไงกัน นอกจากการแนะนำให้เธอไปคุยกับนักจิตบำบัดและคอยอยู่ข้างๆ เธอไปแบบนี้

เมื่อวานนั่งดูละครย้อนหลังเรื่อง ‘กามเทพออกศึก’ จนจบเลย วันก่อนฉันบ่นว่าละครไทยไม่พัฒนา แต่มันก็ไม่ใช่ทุกเรื่องสักหน่อย ถึงจะมีบทพูดหรือสถานการณ์แปลกๆ ที่ไม่สมจริง อาจจะทำให้คนดูรับรู้อะไรผิดไปบ้าง แต่เมื่อวานก็มีความสุขกับการดูละครดีนะ แถมยังได้ข้อคิดด้วยว่าเราไม่ควรจะหลงใหลไปกับหน้ากากที่เราใส่มากเกินไป

เราอาจมีภาพบางอย่างที่อยากเป็น พยายามจะเป็น ดีใจที่ได้เป็น หรือมีใครๆ มาชื่นชมภาพลักษณ์ที่เราสร้างขึ้นมา แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องการความสบายใจจากคนที่ยอมรับตัวตนของเรามากที่สุดอยู่ดี แม้แต่ตัวเราเอง บางครั้งก็อาจเผลอหลงใหลไปกับตัวตนในฝัน จนลืมชื่นชมสิ่งที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ฉันดูละครเรื่องนี้เพราะรู้สึกว่าคุณ ‘คริส หอวัง’ เป็นผู้หญิงที่น่ารักมากๆ ไม่ว่าจะในรายการ The Face ที่ฉันเคยดู หรือในละครเรื่องนี้ เธอมีเสียงพูดน่าฟัง รอยยิ้มน่ารักสดใส การแสดงดูเป็นธรรมชาติ มีแผ่นหลังที่สวยงาม รวมๆ แล้วก็มีทั้งมุมที่น่ารักมากและเซ็กซี่มาก บางครั้งพอยืนรวมกับนางเอกคนอื่นที่สวยคมตามความนิยม เธออาจจะดูโดดเด่นน้อยลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันมองว่าเธอน่ารักน้อยลงแต่อย่างใด

ฉันเชื่อว่าคนทุกคนมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองกันทั้งนั้น หากฉันมัวแต่เปรียบเทียบตัวเองกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เก่งกว่า สวยกว่า รวยกว่า หุ่นดีกว่า ฉันก็คงจะมองไม่เห็นหรือไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งดีๆ ที่ตัวเองมีเลยหละ

วันนี้เลยเขียนบันทึกเก็บไว้สักตอนหนึ่ง เพื่อย้ำเตือนตัวเองและผู้ที่หลงเข้ามาอ่านว่า อย่าเศร้าไปเลยนะ ไม่ว่าปัญหาจะหนักหนาแค่ไหน สุดท้ายเธอก็จะผ่านมันไปได้ เธอคู่ควรกับชีวิตที่มีความสุข เช่นเดียวกับทุกคนที่ใช้ชีวิตด้วยใจที่ไม่คิดร้ายต่อใคร ถ้าเธอยังรักตัวเองอยู่ เธอก็จะเป็นคนที่ดีขึ้นได้ในทุกๆ วันอย่างแน่นอน

รัก.






SHARE

Comments

nananatte
4 months ago
สวยงามค่ะ ชอบจัง <3
Reply
Shallot
4 months ago
ขอบคุณค่า :D