ความทรงจำ x กล้องฟิล์ม
เราไม่สามารถลบใครออกจากความทรงจำได้อย่างสมบูรณ์ เช่นเดียวกันกับที่ไม่มีสามารถก้าวเข้าไปในใจของใครได้อย่างแท้จริง...



 ในวันชิลๆที่งานน้อย ฉันมักจะพกหนังสือไปอ่านเสมอ และวันนี้ก็เช่นกัน มันเป็นวันที่ชิลสุดๆ ฉันเดินออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ในนั้นมีเพียงสมุดจดบันทึกที่มีแพลนเนอร์ เครื่องเขียนนิดหน่อย และขอจำเป็นต่างๆที่ผู้หญิงทุกคนต้องมีในกระเป๋า และสำหรับฉันนั่นรวมไปถึงหนังสือเล่มเล็กที่มีชื่อว่า 'การลงทุนด้วยความคาดหวังคือการมัดจำด้วยความเจ็บปวด'


 ฉันเริ่มต้นอ่านมันอีกครั้งเป็นรอบที่น่าจะสี่แล้ว หรือห้านะ? ฉันจำไม่ได้... ฉันชอบหนังสือเล่มนี้ ฉันว่ามันเหมือนครูที่คอยสอนฉันให้ใช้ชีวิตยังไงต่อไปร่วมกับความเศร้าได้อย่างมีความสุข


: ของขวัญวันเกิดมีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษหรือเปล่า
 หลังจากอ่านไปได้ไม่นานข้อความง่ายๆถูกส่งมาในแชทที่คุ้นเคย แชทที่เป็นแชทแรกและแชทสุดท้ายของทุกวัน คนถามคงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก... แฟน(ในนาม)ของฉัน

; ไม่รู้สิ ขอคิดก่อน เหลือเวลาอีกตั้งสามเดือน ไม่ต้องรีบหรอก

 ฉันพิมพ์กลับไปอย่างไม่ใส่ใจ ฉันอยากได้อะไรฉันก็หาซื้อเองมาหมดแล้วนี่ ฉันจะต้องมีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษอีกล่ะ

 ฉันหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่ออีกครั้ง ฉันอ่านจนล่วงเลยมาเกือบจะจบเล่ม ฉันพบกับบทความหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกล้องฟิล์ม นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า...

 ฉันอยากได้กล้องฟิล์มมานานมากแล้ว...


; กล้อง...

: อะไรหรอ

 ฉันรีบคว้าโทรศัพท์พิมพ์ส่งไปทันที เขากดอ่านและพิมพ์มาอย่างงงๆ แน่ละ อยู่ดีๆฉันก็ส่งไปแค่นั้นนี่ ที่ส่งไปแค่นั้น เพราะฉันกำลังคิดว่าฉันกำลังอยากได้มันจริงๆ หรือฉันแค่คิดถึงความทรงจำเก่าๆแล้วเข้าใจตัวเองผิดว่าอยากได้มัน
 
 ไม่หรอก... ฉันไม่ได้เข้าใจผิด
 ฉันอยากได้มันและมันก็นานมาแล้วที่อยากได้

กล้องฟิล์ม ฉันอยากได้มัน...


: จะเอาไปทำอะไร ถ่ายเล่นกับเพื่อนหรอ?

; เปล่า อยากมีเอาไว้ถ่ายอะไรที่สำคัญๆ พวกวิวเวลาไปเที่ยว ถ่ายเก็บบรรยากาศ

ฉันแค่ตอบให้ดูดี เอาจริงๆแล้วฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอามาถ่ายอะไร

; เคยจะซื้อครั้งหนึ่งแล้ว แต่มีคนบอกว่า กล้องฟิล์มน่ะ ฟิล์มหนึ่งถ่ายได้ไม่เกิน 36 รูป คงจะประมาณสัก 35 รูปละมั้ง และฟิล์มดีๆหาซื้อค่อนข้างยากแถมราคาแพง ถ้าซื้อมาแล้วถ่ายเล่นๆ มันเปลือง เพราะงั้น...ทุกครั้งที่กดถ่าย เราต้องตั้งใจ กล้องฟิล์มกดลบเหมือนดิจิตอลไม่ได้ เสียแล้วก็เสียเลย


 ตอนนั้นจำได้ว่าฉันจะซื้อแล้ว แต่เขาคนนั้นก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา นั่นทำให้ฉันตัดใจไม่ซื้อมัน เขาคนนั้นพูดกับฉันว่า ถ้าอยากถ่ายรูปเขาจะสอนให้เอง เก่งแล้วค่อยไปเล่นกล้องฟิล์มก็ยังไม่สาย 

 หลังจากนั้นภาพในหัวของฉันก็มีแต่เขา ฉันคิดว่าถ้าวันหนึ่งที่ฉันถ่ายรูปเก่งแล้ว รูปเขาเป็นรูปที่ฉันอยากจะถ่ายมากที่สุด เพราะฟิล์มมีค่า รูปทุกรูปจึงมีค่า และเขามีค่าพอที่ฉันอยากจะกดชัตเตอร์เพื่อเก็บเขาไว้ในความทรงจำที่คงจะมีค่ามากที่สุดสำหรับฉัน... 

 แต่น่าตลกดีนะ ที่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หายไปจากชีวิตฉัน...

 ฉันกดปิดโทรศัพท์ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความทรงจำเก่าๆที่อีกไม่นานมันจะกลับมาทำร้ายตัวฉันเองหากฉันยังนึกถึงเขาอยู่ การอ่านหนังสือทำให้ฉันรู้สึกสงบและเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างไปพร้อมกัน เช่นหน้านี้ที่เขียนว่า

ฉันรู้สึกดีทุกครั้งที่คิดถึงมัน แต่พอนานเข้ามันก็เริ่มทำให้ฉันเจ็บปวด เพราะความรู้สึกดีที่ว่านั่น  มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกแล้วในความเป็นจริง...
 ฉันอยากได้กล้องฟิล์มเพราะฉันคิดถึงเขาคนนั้น แต่ฉันจะมีมันไปทำไมกันล่ะ ในเขาไม่ได้อยู่สอนฉันแล้ว เขาไม่ได้อยู่เพื่อรอให้ฉันได้ถ่ายรูปเขาอีกแล้ว...

 ความเจ็บปวดวิ่งเข้ามาหาฉันอีกครั้งเป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่ามันทรมานจนต้องระบายออกมาด้วยหยดน้ำสีใสเล็กๆผ่านดวงตาของฉันที่เฝ้ามองหาเขามาตลอด...

 ฉันเลือกที่จะปลดล็อกหน้าจออีกครั้ง ก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งไปในแชทเดิมว่า

; ฉันไม่อยากได้มันแล้ว...






ชีวิตคนเราบางทีก็เหมือนฟิล์มม้วนหนึ่ง
เถ้ากดจังหวะพลาด กดส่งๆด้วยความไม่ตั้งใจ 
เสียแล้วก็เสียเลย...



SHARE
Writer
HRT_SL29
อิสระ
จงเติบโตอย่างเข้มแข็ง 💙

Comments