ก่อนคิดลาออก ลองทำ 3 สิ่งนี้
มีหลายคนที่ทำงานไปสักพัก เริ่มคิดจะลาออก
อาจเป็นเพราะงานไม่ได้ดั่งใจ ทำไปไม่มีความสุข หรือยิ่งทำยิ่งทุกข์กว่าเดิม

ถ้าเราคิดจะลาออก อยู่ทุกวัน 
แต่ละวัน..ที่เรายังทำงานอยู่ 
เราจะยังคงมีความสุขอยู่ไหม
ยิ่งคิด..ยิ่งบั่นทอนหัวใจ 
ทำงานไปยิ่งไม่มีอะไรดีขึ้นมา

Pause: เบรกความคิดนั้นไว้สักครู่
มาลองอ่านตรงนี้ แล้วตัดสินใจให้ดี ว่าจะอยู่ต่อ หรือจะไปต่อ 


1. ทบทวนให้ดี: ออกเพราะอะไร งานไม่ชอบ หรือที่ไม่ใช่
คนที่ตัดสินใจเข้าทำงาน..ไม่ใช่ใคร เป็นเราที่เลือกเอง ถ้าเราคิดจะหางานอะไรก็ได้ เพียงให้มีเงินใช้ก่อน แต่พองานมันไม่ได้ดั่งใจ เราก็กลับคิดจะเลิกราอย่างง่ายดาย 

ลืมไปมั้ย..ว่าเรามาทำงานเพราะ..เราเลือกเองดังนั้น บทเรียนที่ได้ของคนที่ไม่เลือกงานก็คือ ควรเลือกงานที่ตรงกับนิสัยเรา
เหมือนกับความรัก ถ้าเราจะรักใครสักคน ไม่มีสเปคเลย ก็มีโอกาสผิดหวังสูง 
งานก็เช่นกัน เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่ที่ทำงาน แสดงว่าเราก็ควรเลือกงานที่เหมาะกับเราด้วย จะได้รู้สึกอยากมาทำงานทุกวัน

เช่น ศึกษาดูว่า งานนั้น..เหมาะกับคนที่มีนิสัยอย่างไร
ถ้าเราไม่สามารถทำงานที่ต้องอยู่ภายใต้ความกดดัน หรือรับคอมเม้นต์แรงๆ ไม่ได้ ก็ไม่เหมาะกับเรา หรือถ้าเราไม่ชอบงานบริการ แต่งานที่เราจะไปทำเน้นการบริการ วันทั้งวันคงทำงานด้วยใจที่ทุกข์ หน้าบูด บึ้งตึง เพราะต้องเผชิญหน้ากับลูกค้าหลายสไตล์

แต่ถ้าที่ทำงานที่ทำอยู่ มันไม่ใช่ทางของเรา คือ ไปคนละทางกับนิสัยของเรา อันนี้ก็อยู่ยาก
เช่น ถ้ามีระบบงานไม่ค่อยเป็นอิสระ มีลำดับขั้นเยอะ แต่เรารักอิสระ จึงอาจจะทนไม่ได้
หรือถ้าองค์กรนั้นชอบจับผิด มีการใช้เส้นสาย เราก็คงอยู่ไม่ได้นานเช่นกัน
เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าข้างในนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งกรณีนี้ก็พอเข้าใจได้ว่า ถ้าทำงานไปนานๆ เราไม่มีความสุขแน่ และเราก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนองค์กรหรือใครได้ด้วยสิ

แต่ถ้า..งานที่ทำแค่น่าเบื่อ หรือมีปัญหาอุปสรรคในการทำงาน เช่น งานยาก งานเยอะ งานหนัก
อันนี้..ควรกลับมาทบทวนตัวเองกันใหม่ เราสามารถแก้ไขได้
เช่น ทำให้งานน่าสนุกมากขึ้น หรือยอมรับในความท้าทายที่มี และกล้าเผชิญหน้ากับปัญหา แก้ไขมัน ไม่ใช่หนีปัญหา


2. หางานใหม่ให้ได้ก่อน: ถ้ายังชอบงานประจำ
อย่าเพิ่งลาออก หากยังชอบทำงานประจำอยู่
เพียงแต่ว่า เราควรหางานใหม่ให้ได้ก่อน และอดทนทำงานนั้นให้ดีที่สุดระหว่างที่รองานใหม่
อย่างเช่น บัณฑิตจบใหม่ ควรทำงานให้ผ่านโปรก่อนเปลี่ยนงาน หรือถ้าให้ดีก็ทำงาน 1 ปี เป็นอย่างน้อย เพราะที่ทำงานใหม่จะมองว่า การทำงานเพียงไม่กี่เดือนแล้วลาออก บ่งบอกว่า เราขาดความอดทน เขาอาจไม่รับเข้าทำงาน

ยิ่งคนที่ทำงานมานาน แต่อยากจะเปลี่ยนที่ทำงาน ยิ่งควรได้งานใหม่ก่อนเลย
เพราะถ้าเราลาออกไป แล้วไม่มีงานรองรับ ไปสอบที่ใหม่ โอกาสที่จะได้งาน อาจมีน้อย
เพราะส่วนใหญ่ต้องการคนมีประสบการณ์แต่ทำงานไม่นาน และในการสัมภาษณ์เขาก็จะถามด้วยว่า ช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำงาน ไปทำอะไรแทน
หากเราว่างงานนานๆ เขาอาจจะไม่รับเข้าทำงาน เพราะมองว่า ไม่มีความต่อเนื่องในการทำงาน
ประสบการณ์ ความรู้ทักษะที่เคยมีอาจไม่ทันสมัย และมุมมองความคิดอาจไม่เหมือนกัน อาจจะเข้ากับองค์กรไม่ได้


3. ถ้าจะออกจากงานประจำ: ทำงานนั้นให้ถึงจุดพีคก่อน
หากใครจะเปลี่ยนสายงาน ออกจากงานประจำ ไปทำงานอิสระ เป็นแม่บ้าน หรือเพราะมีเป้าหมายใหม่ ก็สุดแล้วแต่เรา ถ้ามั่นใจและกล้าเผชิญกับความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้าที่รอเราอยู่ ก็ทำได้เลย

แต่ถ้าจะให้ดี..จะออกทั้งที ก็ทิ้งทวนให้ดีสักหน่อย
อย่างเช่น ทำงานให้ดีที่สุดกว่าที่เคยทำมา สร้างผลงานใหม่ๆ เพื่อให้คนที่มาทำงานต่อจากเราสบายขึ้น เซ็ทระบบงานให้ดีไปเลย ปล่อยของที่มีในตัวออกมาใช้ให้เต็มที่ win : win ทั้งเราและองค์กร ซึ่งนอกจากเราจะได้พัฒนาตัวเองแบบเต็มขั้นแล้ว องค์กรก็จะได้พัฒนาในส่วนงานที่เราทำ ทำให้งานในส่วนนั้นดีขึ้นด้วย

ลาออกทั้งที..ก็ควรลาออกด้วยความรู้สึกว่า 
เราทำเต็มที่ และไม่เสียดายทีหลัง
จึงจะเป็นการลาออกที่น่าภาคภูมิใจสุดๆ

เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังลังเล
ตัดสินใจไปเลยว่าจะออกเมื่อไหร่ 
จะได้วางแผนสำหรับอนาคตต่อไป 
และทำหน้าที่ในตอนนี้ให้ดี

แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็ควรหยุดคิดที่จะลาออก
แล้วกลับมาตั้งใจทำงานให้ดีก่อน ก็ยังไม่สายนะ
ใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด 
ไม่ว่ายังอยู่ หรือใกล้จะออกก็ตาม 


#takuma


SHARE
Written in this book
100 ideas
ร้อยเรียงความคิด..จากชีวิตประจำวัน
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments