พ่อฉันบอกว่า.
เรื่องนี้เขียนก็เพราะวันนี้เป็นการประชุมผู้ปกครองครั้งที่ 5 ในระยะเวลา 3 ปี และทุกๆครั้งเมื่อประชุมเสร็จ สองพ่อลูกก็จะมานั่งที่ศาลาหน้าหอพัก เพื่อพูดคุยเรื่องต่างๆ 

และวันนี้ ก็เป็นเพียงอีกวันหนึ่ง 
เหมือนกับทุกๆปี 
แต่พิเศษก็ตรงที่ว่า
เราสองคนต่างก็มีอายุมากขึ้น 
พ่อก็แก่ลง ส่วนฉันก็โตขึ้น ( ความคิดนะ )

เราพูดคุยสารทุกข์สุขดิบต่างๆ เพราะฉันไม่ได้กลับบ้านมา 2 อาทิตย์ได้แล้ว อาทิตย์หน้าก็เช่นกัน 
เราไม่ค่อยทะเลาะกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 
มีแต่ให้กำลังใจ ปลอบใจ แล้วก็สนับสนุน 
ตอนนี้รู้สึกว่าโชคดีมากๆ ที่พ่อเข้าใจ 
อาจจะเป็นเพราะว่าเราเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายแล้วมั้ง 

พ่อเป็นคนสอนให้ฉันตัดสินใจอะไรด้วยตนเองอยู่เสมอ ตั้งแต่โรงเรียน สายการเรียน อาชีพ แนวทางการใช้ชีวิต เกือบจะทุกอย่าง 
ถึงแม้มันจะยาก ดูไม่มีสิ้นหวัง ดูไร้จุดหมาย 
พ่อก็ยังเป็นคนที่บอกว่าลองทำสิ่ ลองดูสิ่ 

1. พ่อบอกว่า พ่อไม่ได้มีเงินมาก แต่ก็จะพยายามสนับสนุนให้ลูกได้มากที่สุด 
2. พ่อบอกว่า ขอแค่ให้ลูกมีงานทำ เลี้ยงตัวเองได้ก็พอแล้ว พ่อกับแม่ไม่ได้หวังว่าจะต้องมาเลี้ยงดูตอนแก่ 
3.  พ่อบอกว่า ถ้าพ่อตายแล้วให้ยกร่างกายกับโรงพยาบาล ไม่ต้องเผา เปลืองเงิน 
พ่อยังบอกอีกเยอะมาก แต่จำได้ไม่หมดหรอก

พ่อย้ำเรื่องพวกนี้บ่อยมากๆจนฉันซึมซับมาด้วย 
รู้สึกว่าแนวคิดหรือวิธีคิดก็จะคล้ายพ่อไปแล้ว
อย่างเรื่องมหาลัย พ่อไม่ได้กดดัน แต่ก็คาดหวังว่าเราจะทำได้ 
พ่อบอกว่า ถ้าสอบไม่ติด ก็ไม่เป็นไร ไปเรียนทำขนมเอา ( ฮ่ะๆ ) 

พ่อไม่ใช่คนซีเรียสกับเรื่องอะไรพวกนี้ 
เพราะมันก็เป็นแค่ช่วงหนึ่ง สุดท้ายแล้วก็คาดหวังว่าลูกจะได้ใช้ชีวิตที่มีความสุข มีการงานที่ดี มีครอบครัวที่ดีในอนาคต 
พ่อคงหวังแค่นี้จริงๆ
อีกทั้งตอนนี้เรายังเป็นแค่เด็กอายุ 17 
ที่ยังต้องเจอกับอะไรมากมายในอนาคต 
จะให้คาดหวังอะไร 

สาระคือ แค่อยากเป็นเหมือนพ่อก็เท่านั้นแหละ 
คนที่มีแพสชั่นในการทำอะไรอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยหมดกำลังใจในการทำอะไรสักอย่าง 
แล้วก็เป็นคนที่เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างอยู่ตลอด :~)

ปล.พึ่งนึกขึ้นได้ว่า 17 ปีแทบไม่เคยถ่ายรูปด้วยกันเลย ต้องกลับไปถ่ายแล้วแหละ 
,
love you 3000 คุณต้อ 
SHARE
Writer
tamonn
fine
—ซู่ซู่ :-)

Comments