ต้องเป็นรุ่นพี่ปริญญาเอกที่ใจดี - (เรื่องเล่าแลปที่ญี่ปุ่น)
"ความรับผิดชอบ" มันมักจะเพิ่มขึ้นตามชั้นปี 
เราเข้าแลปนี้ ตั้งแต่ปริญญาตรีปีที่ 3 ตอนนั้นเป็นน้องเล็กสุดเลย
โครงสร้างแลปจะเป็นเหมือนปีรามิด

ศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ป.เอก ปี 3-2-1
ป. โท ปี 2-1
ป. ตรี ปี 4-3

นอกจากนี้ เเลปเราเเบ่งเป็น 4 ทีมเล็ก ตามกลุ่มพืชที่ใช้ทำแลป

Rice team
Wheat & Barley Team
Soybean Team
Cowpea Tem

2 ทีมใหญ่ (ห้อง นศ ก็มีสองห้อง เเบ่งตามนี้)
- Monocots พืชใบเลี้ยงเดี่ยว (Rice, Wheat&Barley)
- Dicots พืชใบเลี้ยงคู่ (Soybean, Cowpea)

โดยที่จะทำงานเป็นกลุ่ม ปรึกษาเป็นกลุ่ม เริ่มจากกลุ่มเล็ก ถ้าคนไม่พอ หรือต้องการความช่วยเหลือ ก็จะขยายเป็นกลุ่มใหญ่

รุ่นพี่ จะไม่ก้าวก่ายการสอน หรือการทำงาน ของรุ่นพี่อีกกลุ่่มหนึ่ง ถือว่าเป็นการเคารพระบบกลุ่ม เเละการตัดสินใจของกันเเละกัน


ที่นี่เค้านับถือระบบนี้มากๆ มีอะไรต้องถามคนด้านบน ปรึกษาคนที่อยู่สูงกว่า 

คนที่อยู่สูงกว่า รุ่นพี่ ก็ต้องสอนแลปรุ่นน้อง ดูงานรุ่นน้อง ถ้าอาจารย์ถามงานรุ่นน้อง ก็ต้องตอบได้ แน่นอน ถ้าสอนน้องพลาด ก็ต้องรับผิดชอบ

ตอนที่เราเข้ามาใหม่ๆ เราไม่เข้าใจระบบญี่ปุ่นเลย
มีคนที่อายุเท่าเรา เเต่เเก่ชั้นปีกว่าเรา (เพราะเราไปแลกเปลี่ยนมา) เราก็เเบบ เรียกเค้าปกติ คุยเเบบไม่ใช่คำสุภาพมากนัก
ต่อหน้า ทุกคนก็ปกติ เเต่ลับหลังกลายเป็น
เราหยาบคาย ไม่เคารพรุ่นพี่เอาจริง คือประเทศเรา เรานับอายุที่เกิด ไม่ใช่อายุในสังคมปะวะ เเต่ที่นี่ไม่ใช่ อัันนี้ก็กว่าจะเข้าใจ กว่าจะมีคนมาสอน เราก็กลายเป็นคนที่หยาบคายไปละ

ตอนปีสาม
ช่วงที่เป็นน้องเล็กสุดยากตรงที่ ต้องเคารพรุ่นพี่
ทั้งๆ ที่บางคนก็ไม่ได้ทำตัวให้น่าเคารพ

ต้องถ่อมตน
สมมติ มีของกิน ขนม หรือน้ำอะไรที่ต้องเเชร์กัน
ก็ต้องเเบบ "พี่เอาก่อนเลยค่ะ เลือกก่อนเลยค่ะ พี่กินเลยค่ะ เดี๋ยวหนูค่อยกินก็ได้"
"อาจารย์จะเติมเบียร์มั้ยคะ" "ทิชชู่หรอคะ เเปบนะคะ" "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูเก็บเอง"
"เดี๋ยวหนูล้างจาน ทำความสะอาดเเล้วจะปิดแลปเองค่ะ" "กลับกันก่อนเถอะค่ะ"

เอาง่ายๆ เบ๊ อะ เอาจริง
เเต่ก็นะ เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม หลิ่วจนตากูจะเอียงละ
ก็ไม่ได้พอใจหรอก เเต่เเบบ ช่วยไม่ได้ปะ

ต้องอยู่ให้เป็น

แต่มันก็ดีตรงที่
เวลาที่เราหนัก เราเหนื่อย รุ่นพี่จะมาคอยช่วยตลอด ทำเเลปดึกดื่น ตีสอง รุ่นพี่ก็อยู่ช่วย
เวลาอาจารย์ดุ จนเราร้องไห้ รุ่นพี่ก็อยู่เป็นเพื่อน คอยปลอบ เวลาทำงานหนักจนไม่ได้กินข้าว รุ่นพี่ก็ซื้อข้าวซื้อขนมมาให้ เวลาทำงานพลาด รุ่นพี่รับเเทนตลอด บอกว่าผมสอนน้องไม่ดี

รุ่นพี่กลุ่มเรา คือโหดสุด เเต่ใจดีสุด
ดุ เเต่ว่ามีเหตุผล เวลาที่รุ่นพี่คนนี้ดุ
เราก็จะวิ่งไปหารุ่นพี่อีกกลุ่มหนึ่ง ให้เค้าปลอบ 555
เอาจริงๆ มันเหมือนระบบครอบครัวมากๆ เลย


ตอน ป. โท ปีหนึ่ง
ช่วงที่เป็นน้องรอง
ด้านบนก็ยังอยู่ ด้านล่างก็เพิ่มเข้ามา
เป็นปีที่ยาก balance ยากมาก เพราะว่าน้องที่เข้ามาใหม่ก็ต้องดูเเล รุ่นพี่ด้านบน ก็ใกล้จะจบ งานก็ยุ่ง

ดูน้องก็ไม่ค่อยเป็น เพราะประสบการณ์ทำเเลปก็มีเเค่ปีเดียว เวลาที่เคยเป็นของเรา 100% ก็ต้องเเบ่งไปให้คนอื่น ทั้งๆ ที่งานตัวเองก็เหนื่อย อยากกลับบ้านไปนอน ก็ต้องมานั่งดูน้องซ้อมพรีเซนท์ ทำเเลป จนถึงดึกดื่น 

เพิ่งได้รู้ว่า เวลา มันสำคัญขนาดไหน
เวลาที่เคยเป็นของเรา เเต่เราต้องใช้มันทำเพื่อคนอื่น

บางทีสอนน้องได้ไม่ดี หรือเลินเล่อ
ก็จะโดนรุ่นพี่ด้านบนติ หรือตำหนิ ว่าเรายังทำหน้าที่รุ่นพี่ได้ไม่ดี
อารมณ์เหมือน คนกลาง ทำอะไรก็ยากไปหมด



ปริญญาเอก ปีสอง (ตอนนี้)

ช่วงที่เป็นพี่ใหญ่

เฮ้ออออออออ......
คือเอาจริง  เหนื่อยสุดๆ เลยนะ
พอยิ่งไต่ปีรามิดขึ้นมาสูงๆ อะ มันไม่เหมือนที่คาดฝันไว้เลย

ตอนนี้เราอยู่บนทอปสูงสุดของนักศึกษา สูงกว่าเราก็เเค่อาจารย์อะ มันฟังเหมือนจะง่ายนะ งานระดับล่างๆ ที่เราบอก พวกเเบบ ล้างจาน ซื้อของเข้าเเลป นู่นนี่นั้น ไม่ต้องทำเเล้ว รุ่นน้องประเคนให้หมดเลย "พี่เอาน้ำมั้ยคะ" "พี่จะสั่งอะไรคะ"
"ไม่เป็นไรคับ เดี๋ยวพวกผมไปเอาเอง" ขนาดถือของยังไม่ได้ถือเลยอะ น้องผู้ชายวิ่งมาช่วยถือของให้ตลอด

มันเหมือนจะง่ายนะ เเต่.....

เวลาเรา มันก็ยังมี 24 ชั่วโมงต่อวันเท่าเดิม
พอเราขึ้นมาระดับนี้เเล้ว
เเค่น้องในทีม ก็มีทั้งหมด 6 คน
น้องทีมข้างๆ อีก 4 คน
น้องทีมอื่นอีก 10 คน 
เอาจริงๆ คนที่ต้องดูเเลมากที่สุด คือทีมตัวเอง 
เเค่นี้ก็โคตรจะเหนื่อยเเล้ว ตื่นตีห้า มาช่วยน้อง 
ทำงานตัวเองต่อ กว่าจะกลับก็สี่ทุ่ม ตื่นมาช่วงน้องตอนตีสาม

เอาจริงงานก็ไม่ได้หนักอะ ทำเองก็ได้ปะ
เเต่เเบบ ก็เข้าใจว่า ทำงานดึกๆ มันก็เปลี่ยวอะ น้องไม่ได้ต้องการกำลังกาย
เเต่เเค่ต้องการกำลังใจ เหมือนตอนเราอยู่ปีสาม

น้องคนนั้นทำงานพลาด
น้องคนนี้งานไม่เดิน
อาจารย์เดินมาถามเราตลอดเลย ว่าคนนี้ทำไรถึงไหน
ก็ต้องเข้าใจ ต้องรู้ให้หมด ว่าทุกคนทำถึงไหน

ดูคนมากขนาดนี้ เเต่งานตัวเองก็ต้องเดิน ปริญญาเอกละไหม
ความคาดหวังของอาจารย์ ความไว้ใจของน้องๆ มันกดมาที่บ่า
วันๆ นึงคือเหนื่อยชิบหายเลย

เเต่เเค่เเบบ
หนึ่งคำจากรุ่นน้อง
ถ้าวันนั้นพี่ไม่มาช่วยผมตอนตีห้า ผมคงไม่ไหวจริงๆอะ ขอบคุณนะคับ ผมซื้อไอติมมาตอบเเทน อยู่ในตู้เย็นนะคับโอ้โห ...... หายเหนื่อย
มันเเบบ การที่ได้ทำเพื่อใคร มันมีความสุขเหมือนกันเนอะ

เมื่อก่อนเราเคยคิดว่า ที่เราอยากเป็นอาจารย์มหาลัย เป็นนักวิจัยอะ 
เราอยากเป็นจริงๆ รึเปล่า มันเหนื่อยนะ มันเเทบไม่มีเวลาเลยนะ

เเต่ตอนนี้เรารู้สึกว่า มันเป็นอาชีพที่เราอยากทำจริงๆ
ขอบคุณนะรุ่นน้องทุกคน 

สุดท้ายนี้
รุ่นน้องถามเราว่า 
เเล้วผมจะตอบเเทนพี่ยังไง มีไรให้ผมช่วยบอกเลยนะเราตอบไปว่า
เอาไปคืนให้กับรุ่นน้องที่กำลังจะเข้ามาเถอะ เพราะรุ่นพี่ของพี่ ก็พูดอย่างงี้เหมือนกัน
ขอบคุณรุ่นพี่คนนั้นนะคะ
ที่อยู่ช่วยเเลปถึงดึกดื่นเสมอ
เพราะพี่ ไม่ได้หวังผลตอบเเทน เเละบอกให้หนูตอบเเทนให้รุ่นน้อง
ตอนนี้ หนูว่าหนูได้ทำมันละนะ
ไม่รู้ว่าจะเท่าที่พี่ทำให้หนูรึเปล่า
เเต่หนูขอบคุณนะคะ

มาถึงขนาดนี้ชักอยากรู้ 
การที่อยู่บนท็อปของปีรามิดของระบบมหาวิทยาลัย มันจะหนักขนาดไหน

รอก่อนนะ
จะไต่ขึ้นไปให้ได้เลย :)




SHARE
Writer
Hiphop_hippo
On the way_Plant Researcher
My life in Japan and my stories 😃 Phd student Passionate plant scientist

Comments

iamatraveller
1 year ago
อ่านแล้วชอบเลยค่ะ เขียนดี เขียนสนุก เขียนเรื่องที่ทำยากๆให้ฟังดูง่าย
ชอบมากค่ะ
Reply
Hiphop_hippo
1 year ago
แงงงงง ขอบคุณมากๆ นะคะ เขียนไว้เตือนความทรงจำตัวเอง ไม่นึกว่าจะมีคนอ่าน ฮืออ ขอบคุณมากๆนะคะ