A kind of romantic moment
... "คุณว่าช่วงเวลาไหนโรแมนติกที่สุด สำหรับผม...มันคือตอนที่ฝนเม็ดละเอียดโปรยปรายลงมาในช่วงบ่ายแก่ที่แดดยังส่องจ้า เช่นเดียวกับวันนี้... 

วันนั้นแม้ว่าฝนจะตกลงมาไม่ขาดสาย แต่แดดก็ยังจ้า สายฝนทำให้อากาศเย็นลง แต่ก็ยังอุ่นด้วยแสงแดด ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ไปทางเดียวกัน แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันเข้ากันดีอย่างน่าประหลาด 
ผมเดินออกจากตึกเรียน หยุดรอตรงชานด้านหน้าตึกซึ่งมีหลังคายื่นมาพอเป็นที่หลบฝน มีอีกหลายคนที่ยืนมองฝนอยู่ตรงนี้ คงกำลังคิดว่าจะลุยฝนไปหรือจะรอก่อนดี 

เนื่องจากไม่ได้พกร่มมา ผมเลยคิดว่าคงต้องลุยฝนไปที่รถซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถด้านข้างตึก ตอนกลางวันผมมาเรียนสิ่งที่พ่ออยากให้เรียน...วิศวะ ตอนเย็นและวันหยุด ผมทำสิ่งที่ผมชอบและทำได้ดี คือการเป็นนักดนตรี วันนี้มีงานช่วงเย็นและผมต้องไปเตรียมตัวก่อน สถานที่เล่นดนตรีวันนี้ก็อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยพอสมควร ผมมองออกไปด้านนอกตึกเพื่อทำใจสักพัก แต่ก่อนที่ผมจะก้าวเท้าออกพ้นหลังคาไป เธอก็ปรากฏตัวพร้อมกับร่มสีน้ำเงินคันเดิมที่คุ้นตา

...เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงมาหาผม สะพายกระเป๋าย่ามผ้าดิบสีครีมมอมแมม แขนอีกข้างที่ไม่ถือร่มกอดกระเป๋าย่ามไว้แน่น เธอเห็นผมแล้ว และยิ้ม... วินาทีนั้นเหมือนภาพตรงหน้ามัน slow motion ขึ้นมาทันที ผมรู้สึกเหมือนตัวลอยๆ และจั๊กจี้ที่อก ใจเต้นแรงขึ้น เหมือนอย่างทุกครั้งที่เจอเธอ แต่หนนี้เธอดูจะน่ามองกว่าทุกครั้ง

"โชคดีที่มาทัน" เธอบอกพลางหุบร่ม สะบัดไล่น้ำสองสามที
"กางร่มทำไมยังเปียก" ผมถาม เมื่อเห็นว่าบ่าและแขนซ้ายเธอเปียกฝน
"กลัวกระเป๋าเปียก" เธอสะพายกระเป๋าทางขวา 
เธอเปิดกระเป๋าย่ามออกควานหาของบางอย่าง หยิบออกมายื่นให้ผม "ร่มเธอ เอามาให้ กะแล้วว่าต้องไม่มีร่ม"
"ขอบคุณมาก" ผมรู้สึกเหมือนมีลูกโป่งกำลังพองลมโตอยู่ในอก คุณคงพอเดาออกว่าหน้าผมเบิกบานขนาดไหน เธอไม่ใช่คนสวยในสายตาของคนทั่วไป เธอเคยบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงในแบบผู้ชายปกติไม่ชอบ ห้าว ห้วน และตรงไปตรงมา เดาว่าผมคงไม่ปกติ 
"คบกันเหอะ" ผมโผลงออกไปอย่างยั้งปากไม่ทัน เสียงดังพอที่จะทำให้คนอื่นหันมามอง และอมยิ้ม บางคนหันไปกระซิบกับเพื่อน
เธออึ้ง...นิ่งอึ้งไปนานจนผมใจคอไม่ดี อยากตบปากตัวเองสักป้าบ
"เราไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวสาย" ผมตัดบท รู้สึกชาหน้า...พลาดไปแล้ว เอาเป็นว่าไปตั้งหลักก่อน ค่อยคิดว่าถ้าเจอกันอีกจะทำตัวยังไง
"เออ" เธอตอบสั้นๆ 
"โอเค ไว้เจอกัน" ผมยิ้มให้เธออย่างยากเย็น เดาว่ามันคงเจื่อนน่าดู "ไปละ"
"แป๊บ" เธอค้นของในย่ามอีก พลางโคลงหัว ผมสังเกตเห็นว่าเธอหน้าแดงขึ้น คงอายคนล่ะมั้ง เป็นเพื่อนกันมาสองปี ผมก็ยั้งปากมาได้ตลอด แต่วันนี้...บรรยากาศมันดีเกินไป และเธอก็น่ารักเกินไป
เธอหยิบปากกาเมจิกออกมา จับมือผมแบออก แล้วเขียนบางอย่าง "อย่าเพิ่งมอง" ผมเลยต้องมองไปทางอื่น
พอเธอเขียนเสร็จ เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ จับมือผมกำไว้ "รอเราไปก่อนค่อยอ่าน วันนี้ไม่ได้ไปดูนะ ต้องปั่นงานส่งอาจารย์" พูดจบเธอก็กางร่มวิ่งออกไป
ผมใจคอไม่ดี ก้มมองมือตัวเอง มีข้อความเขียนว่า 'เออ คบก็ได้'

...ฝนตกตอนแดดออกทีไรผมก็นึกถึงวันนั้นทุกที วันนี้ก็เช่นกัน ผมมาอ่านหนังสือที่ชอบ จิบกาแฟหอมกรุ่นที่ร้านกาแฟร้านประจำ...และนั่งมองเธอนั่งไขว่ห้างขีด ๆ เขียน ๆ บทละครของเธอลงในสมุดโน้ตเยิน ๆ ที่เธอพกติดตัวตลอดเวลา วันนี้เธอตัวแห้งสนิท และมีร่องรอยของประสบการณ์ที่หางตามากขึ้น
"ยิ้มอะไร" เธอถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผม
"ไม่มองรู้ได้ไงว่ายิ้ม"
"มีตาทิพย์"
"อ้อ เดี๋ยวนี้พัฒนาไปอีก"
เธอหยุดเขียน เงยหน้าขึ้นมาสบตาผม และยิ้ม...ยิ้มแบบเดิมที่ทำให้ผมตัวลอยเสมอ "นึกถึงวันนั้นล่ะซี้"
ผมยิ้มตอบเธอ "เหมือนกันล่ะซี้" ล้อเลียนนิดหน่อย
"20 ปีแล้วมั้ง"
"21..."
เธอยิ้มกว้างขึ้น "จำแม่น" เธอวางสมุดลงแล้วเดินมานั่งข้างๆผม ผมกางแขนออกโอบไหล่เธอซึ่งเอนหัวมาพิงไหล่ผม
...เพราะแบบนี้แหละ วันแบบนี้ถึงได้โรแมนติกที่สุด"




SHARE
Written in this book
Midnight story

Comments

Fruity111
9 days ago
ดีอะ
Reply
SmileWithEE
6 days ago
🙏😊🙏